ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) Brand Name(s): ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline), ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) และ ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline).

ข้อบ่งใช้

ยา ด็อกซีไซคลิน ใช้สำหรับ

ยา ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดสิว ยา ด็อกซีไซคลิน ยังใช้เพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย ยาด็อกซีไซคลินรู้จักกันว่าเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตระไซคลิน (tetracycline) ตัวยาจะทำงานโดยการหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

ยา ด็อกซีไซคลิน ใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียเท่านั้น ยาตัวนี้จะไม่ได้ผลสำหรับการติดเชื้อไวรัส (เช่น หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาโดยไม่จำเป็น หรือใช้ยาในทางที่ผิด สามารถนำไปสู่การลดประสิทธิภาพของตัวยา

การใช้รูปแบบอื่น: หัวข้อนี้จะรวมถึงการใช้ยาตัวนี้ที่ไม่ได้มีการระบุไว้ในฉลาก แต่อาจมีการกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของคุณ ใช้ยาตัวนี้สำหรับอาการที่ระบุไว้ในหัวข้อนี้เท่านั้น ในกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของคุณจ่ายยาตัวนี้ให้

ยาตัวนี้อาจนำมาใช้รักษาโรคโรซาเชีย (rosacea) หรือโรคผิวหนังอักเสบที่ทำให้ผิวหนังเกิดรอยแดง

วิธีการใช้ยา ด็อกซีไซคลิน

การรับประทานยาด็อกซีไซคลิน แนะนำให้รับประทานในขณะที่ท้องว่างอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร 1 หรือ 2 ครั้งต่อวัน ตามที่แพทย์สั่ง รับประทานยาด็อกซีไซคลิน พร้อมกับน้ำเปล่า (8 ออนซ์/240 มิลลิลิตร) หากมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนเกิดขึ้น รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือนม อาจเป็นสิ่งที่ช่วยได้ อย่างไรก็ตาม ยาด็อกซีไซคลิน อาจทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ หากคุณรับประทานพร้อมกับอาหารหรือนม (หรืออะไรก็ตามที่มีแคลเซียมสูง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมข้างล่าง) ดังนั้น สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ ว่าคุณสามารถรับประทานแบบนั้นได้หรือไม่ อย่าเพิ่งนอนเป็นเวลา 10 นาที หลังรับประทานยาด็อกซีไซคลิน

รับประทานยาด็อกซีไซคลิน 2 ถึง 3 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังรับประทานยาตัวใดก็ตาม ที่มีส่วนผสมของอะลูมินัม แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ซิงค์ หรือบิสมัท ซับซาลิซิเลต (bismuth subsalicylate) ตัวอย่างยาบางชนิด ได้แก่ ยาลดกรด (antacids) ยาน้ำดิดาโนไซน์ (didanosine solution) ยาควินาพริล (quinapril) วิตามิน/เกลือแร่ ผลิตภัณฑ์ทำจากนม (เช่น นม โยเกิร์ต) และน้ำผลไม้แคลเซียมสูง ยาตัวนี้จะไปเกาะกับยาด็อกซีไซคลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมตัวยาได้อย่างเต็มที่

เมื่อใช้ยาตัวนี้ในการป้องกันโรคมาลาเรีย มักจะรับประทานยาด็อกซีไซคลินวันละครั้ง โดยรับประทานยาด็อกซีไซคลินครั้งแรก 1 ถึง 2 วันก่อนออกเดินทาง หรือตามที่แพทย์สั่ง รับประทานยาด็อกซีไซคลิน ต่อเนื่องทุกวันในขณะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อโรค คุณควรรับประทานยาด็อกซีไซคลิน ไปอีก 4 สัปดาห์ เมื่อคุณกลับถึงบ้าน

หากคุณกำลังใช้ยาด็อกซีไซคลินในรูปแบบของเหลว เขย่าขวดให้ดีก่อนการรับประทานแต่ละครั้ง ตวงขนาดยาโดยใช้เครื่องมือวัด/ช้อนวัด อย่างระมัดระวัง อย่าใช้ช้อนกินอาหาร เพราะคุณอาจตวงขนาดยาผิด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ ขนาดยาอาจขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวสำหรับเด็กด้วย

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อขนาดยาในร่างกายของคุณอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น รับประทานยาตัวนี้ในระยะเวลาห่างเท่าๆ กัน

รับประทานยาด็อกซีไซคลิน ตามที่แพทย์สั่งจนหมด แม้ว่าอาการอาจจะหายไปหลังผ่านไปไม่กี่วัน การหยุดรับประทานยาด็อกซีไซคลินเร็วเกินไป อาจทำให้แบคทีเรียเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการกลับมาของอาการติดเชื้อ

แจ้งแพทย์ของคุณ หากอาการของคุณยังคงอยู่หรือทรุดลง

การเก็บรักษายาด็อกซีไซคลิน

ยาด็อกซีไซคลินจะเก็บรักษาได้ดีที่สุดในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาด็อกซีไซคลินในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อาจมียาด็อกซีไซคลินหลายยี่ห้อที่ต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการตรวจสอบฉลากยาสำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาด็อกซีไซคลินลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทิ้งยาให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาด็อกซีไซคลิน

ก่อนใช้ ยาด็อกซีไซคลิน

  • แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ หากคุณมีอาการแพ้ยายาด็อกซีไซคลิน (doxycycline) ยามิโนไซคลีน (minocycline) ยาเตตระไซคลิน (tetracycline) ยาซัลไฟต์ (sulfites) (สำหรับยาไซรัปดอคซีไซคลีนเท่านั้น) หรือยาอื่นๆ
  • แจ้งแพทย์ของคุณ เกี่ยวกับยาตามใบสั่งหรือยาที่ซื้อได้เองจากร้านขายยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาลดกรด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (‘ยาละลายลิ่มเลือด’) เช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin) อย่างเช่นคูมาดิน (coumadin) ยาคาร์บามาเซพีน (carbamazepine) อย่างเช่นทีเกรโทล (tegretol) ยาเพนนิซิลลิน (penicillin) ยาฟีโนบาร์บิทอล (phenobarbital) ยาฟีนีโตอิน (phenytoin) อย่างเช่นไดแลนทิน (dilantin) และวิตามิน ยาด็อกซีไซคลินจะลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดแบบรับประทานบางชนิด จึงควรใช้การคุมกำเนิดรูปแบบอื่นในขณะที่รับประทานยาตัวนี้
  • โปรดรับทราบว่า ยาลดกรด อาหารเสริมแคลเซียม ยาธาตุเหล็กและยาระบาย ที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม จะแทรกแซงยาด็อกซีไซคลิน ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง รับประทานยาด็อกซีไซคลิน 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาลดกรด เช่น โซเดียม ไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) อาหารเสริมแคลเซียม และยาระบายที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม รับประทานยาด็อกซีไซคลิน 2 ชั่วโมงก่อนหรือ 3 ชั่วโมง หลังจากการรับประทานธาตุเหล็ก และวิตามินที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก
  • แจ้งแพทย์ของคุณ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคเบาหวาน โรคตับหรือโรคไต
  • แจ้งแพทย์ของคุณหากคุณกำลังตั้งครรภ์ มีแผนว่าจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ในขณะที่กำลังรับประทานยา แจ้งแพทย์ของคุณทันที ยา อาจสร้างอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • หากคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ การผ่าตัดทันตกรรม แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่าคุณกำลังรับประทาน ยาด็อกซีไซคลิน
  • วางแผนในการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานหรือไม่จำเป็น และสวมเสื้อผ้าป้องกัน แว่นกันแดด และครีมกันแดด ยาด็อกซีไซคลิน อาจทำให้ผิวหนังของคุณไวต่อแสงแดด
  • คุณควรทราบว่า เมื่อคุณกำลังรับประทานยาด็อกซีไซคลิน สำหรับป้องกันโรคมาลาเรีย คุณควรใช้สิ่งของป้องกัน อย่างเช่นยากันยุงที่มีประสิทธิภาพ มุ้งกันยุง เสื้อผ้าปกคลุมทั่วร่างกาย และอยู่ในพื้นที่ป้องกันอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงหัวค่ำจนถึงฟ้าสาง การรับประทานยาด็อกซีไซคลินไม่ได้ให้การป้องกันเต็มรูปแบบต่อโรคมาลาเรีย
  • คุณควรทราบว่า เมื่อคุณกำลังรับประทานยาด็อกซีไซคลินในช่วงตั้งครรภ์ หรือในเด็กทารกหรือเด็กเล็กจนถึงวัย 8 ปี ตัวยาสามารถทำให้ฟันตกกระถาวรได้ ยาด็อกซีไซคลินไม่ควรใช้ในเด็กวัยต่ำกว่า 8 ปี ยกเว้นสำหรับโรคแอนแทรกซ์ที่ติดต่อในระบบทางเดินหายใจ (inhalational anthrax) หรือหากหมอของคุณคิดว่าจำเป็น

ความปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีงานวิจัยเพียงพอในผู้หญิง ที่จะระบุความเสี่ยงเมื่อใช้ยาด็อกซีไซคลิน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ของคุณทุกครั้งเพื่อชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนใช้ยาด็อกซีไซคลิน ยานี้เป็นยากลุ่มเสี่ยงในสตรีมีครรภ์ ประเภท D (pregnancy risk category D) อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

ประเภทความเสี่ยงของยาในสตรีมีครรภ์ จัดโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่พบความเสี่ยงในบางงานวิจัย
  • C=อาจมีความเสี่ยงบางประการ
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาด็อกซีไซคลิน

ผลข้างเคียงทั่วไป ได้แก่ ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องร่วง คลื่นไส้หรืออาเจียน

เข้ารับการช่วยเหลือทางการแพทย์ หากคุณมีสัญญาณของปฏิกิริยาภูมิแพ้ใดๆ ก็ตาม ได้แก่ โรคลมพิษ หายใจลำบาก อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือคอของคุณ

แจ้งแพทย์ทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรง อย่างเช่น

  • ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว มองเห็นไม่ชัด
  • มีไข้ หนาวสั่น เจ็บตามร่างกาย อาการของไข้หวัดใหญ่ ต่อมบวม ผื่นหรือคันตามผิวหนัง เจ็บข้อต่อหรือรู้สึกป่วยทั่วไป
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
  • ท้องร่วงเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • ผิวหนังซีดหรือตกเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เป็นไข้ สับสนหรืออ่อนแรง
  • อาการปวดรุนแรงในกระเพาะช่วงบนยาวไปยังหลังของคุณ คลื่นไส้และอาเจียน หัวใจเต้นเร็ว
  • เบื่ออาหาร ดีซ่าน (อาการตกเหลืองทางผิวหนังหรือดวงตา) หรือ
  • ปฏิกิริยาผิวหนังขั้นรุนแรง–เป็นไข้ เจ็บคอ อาการบวมบนใบหน้าและลิ้น ดวงตกแสบร้อน อาการเจ็บผิวหนัง ที่ตามมาด้วยผื่นแดงหรือม่วงที่ลุกลาม (โดยเฉพาะบนใบหน้าและลำตัวช่วงบน) และก่อให้เกิดตุ่มหรือฝี

อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ได้แก่ คลื่นไส้อ่อนๆ ท้องร่วงอ่อนๆ ท้องไส้ปั่นป่วน ผื่นหรือคันตามผิวหนัง ช่องคลอดเกิดการระคายเคืองหรือมีสารคัดหลั่ง

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาด็อกซีไซคลิน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา คุณควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (รวมถึงยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) และให้แพทย์และเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากหมอ

ไม่แนะนำให้ใช้ยาด็อกซีไซคลินร่วมกับยาอะซิเตรติน (Acitretin) แพทย์ของคุณอาจตัดสินใจไม่รักษาคุณด้วยยาด็อกซีไซคลิน หรือเปลี่ยนยาชนิดอื่น ที่คุณกำลังรับประทาน

ไม่แนะนำในการรับประทานยาตัวนี้ร่วมกับยาใดๆ ก็ตามดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกันในบางกรณี ได้แก่

ยาอะมอคซิซิลลิน (Amoxicillin) ยาแอมพิซิลลิน (Ampicillin) ยาบาแคมพิซิลลิน (Bacampicillin) ยาเบซาโรทีน (Bexarotene) ยาคลอคซาซิลลิน (Cloxacillin) ยาดิคลอคซาซิลลิน (Dicloxacillin) ยาดิโกซิน (Digoxin) ยาเอเตรทิเนท (Etretinate) ยาอิโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) ยาเมทิซิลลิน (Methicillin) ยาเมโทเตรเซท (Methotrexate) ยานาฟซิลลิน (Nafcillin) ยาออคซาซิลลิน (Oxacillin) ยาเพนิซิลลิน จี (Penicillin G) ยาเพนิซิลลิน จี เบนซาทีน (Penicillin G Benzathine) ยาเพนิซิลลิน จี โพรเคน (Penicillin G Procaine) ยาเพนิซิลลิน วี (Penicillin V) ยาพิเพอราซิลลิน (Piperacillin) ยาพิแวมพิซิลลิน (Pivampicillin) ยาซัลตามิซิลลิน (Sultamicillin) ยาเทโมซิลลิน (Temocillin) ยาเตรติโนอิน (Tretinoin)

หากมีการใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาชนิดใดชนิดหนึ่ง หมออาจเปลี่ยนตัวยาหรือจำนวนครั้งในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่ง หรือยาทั้งสองชนิด

การใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาตัวใดก็ตามดังต่อไปนี้ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางอย่างเพิ่มขึ้น แต่การใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาอื่นๆ อาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดของคุณ ได้แก่

ยาอะลูมินัม คาร์บอเนต (Aluminum Carbonate) ยาเบสิค (Basic) ยาอะลูมินัม ไฮดรอกไซด์ (Aluminum Hydroxide) ยาอะลูมินัม ฟอสเฟต (Aluminum Phosphate) ยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (Bismuth Subsalicylate) แคลเซียม (Calcium) ยาไดไฮดรอคซีอะลูมินัม อะมิโนอะเซเตท (Dihydroxyaluminum Aminoacetate) ยาไดไฮดรอคซีอะลูมินัม โซเดียม คาร์บอเนต (Dihydroxyaluminum Sodium Carbonate) ยาธาตุเหล็ก (Iron) ยามากัลเดรต (Magaldrate) ยาแมกนีเซียม คาร์บอเนต (Magnesium Carbonate) ยาแมกนีเซียม ไฮดรอกไซด์ (Magnesium Hydroxide) ยาแมกนีเซียม ออกไซด์ (Magnesium Oxide) ยาแมกนีเซียม ทริซิลิเคท (Magnesium Trisilicate) ยาริแฟมพิน (Rifampin) ยาริฟาเพนทีน (Rifapentine)

หากมีการใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาชนิดใดชนิดหนึ่ง แพทย์อาจเปลี่ยนตัวยาหรือจำนวนครั้งในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือยาทั้งสองชนิด

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาด็อกซีไซคลินอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรค

ยาด็อกซีไซคลินอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น

อาการทางการแพทย์อื่นๆ ที่มีอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ยาตัวนี้ ให้แน่ใจว่าคุณบอกหมอของคุณ หากคุณมีปัญหาอาการทางการแพทย์ใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • หอบหืด ยาน้ำเชื่อม วิบรามายซิน (Vibramycin® syrup) ที่มีส่วนผสมของโซเดียม เมตาไบซัลไฟต์ (sodium metabisulfite) ซึ่งสามารถทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่อันตรายแก่ชีวิตได้
  • ท้องเสีย
  • เชื้อราในช่องคลอด โปรดใช้ยาอย่างระมัดระวัง อาจทำให้อาการเหล่านี้ทรุดลง
  • ปัญหาทางไตใช้อย่างระมัดระวัง ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขับยาออกจากร่างกายทำได้ช้า

เข้าใจขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติมก่อนใช้ยา

ขนาดยาด็อกซีไซคลินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาด็อกซีไซคลิน ทั่วไปในแบบรับประทาน คือ 200 มิลลิกรัมในวันแรกของการรักษา (ให้ยาขนาด 100 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือ 50 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ชั่วโมง) ตามด้วยขนาดยาคงที่ 100 มิลลิกรัม/วัน

ขนาดยาคงที่อาจให้เป็นยาครั้งเดียวหรือขนาดยา 50 มิลลิกรัมทุกๆ 12 ชั่วโมง สำหรับการจัดการอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง (โดยเฉพาะอาการติดเชื้อเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ) แนะนำขนาดยา 100 มิลลิกรัม ทุกๆ 12 ชั่วโมง

  • โรคติดเชื้อหนองใน ชนิด Uncomplicated (ยกเว้นฝีทวารหนักในเพศชาย): รับประทาน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 วัน ในทางเลือกของการรับยาแบบครั้งเดียว ให้ใช้ยา 300 มิลลิกรัมตามด้วยขนาดยาครั้งที่สอง 300 มิลลิกรัมหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
  • อัณฑะและท่อเก็บตัวอสุจิอักเสบฉับพลันที่เกิดจากโรคหนองในแท้: รับประทาน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน อย่างน้อย 10 วัน
  • โรคซิฟิลิสระยะแรกและระยะสอง: 300 มิลลิกรัมต่อวัน ในขนาดยาที่แบ่ง อย่างน้อย 10 วัน
  • การติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ การติดเชื้อที่มดลูก หรือการติดเชื้อในทวารที่พบผู้ใหญ่ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis): รับประทาน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน อย่างน้อย 7 วัน
  • โรคหนองในเทียม ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อทราโคมาติส (trachomatis) และเชื้อยูเรียพลาสมา ยูเรียไลทิคุม (U. urealyticum): รับประทาน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน อย่างน้อย 7 วัน
  • อัณฑะและท่อเก็บตัวอสุจิอักเสบฉับพลัน ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อทราโคมาติส (trachomatis): รับประทาน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน อย่างน้อย 10 วัน
  • โรคแอนแทรกซ์จากการสูดดม (Inhalational anthrax): ผู้ใหญ่: รับประทานยาดอคซีไซคลิน 100 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวัน เป็นเวลา 60 วัน เด็ก: น้ำหนักน้อยกว่า 100 ปอนด์ (45 กิโลกรัม) รับประทาน 1 มิลลิกรัม/ปอนด์ (2.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) ของน้ำหนักตัว สองครั้งต่อวัน เป็นเวลา 60 วัน เด็กที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 ปอนด์ขึ้นไป ควรได้รับขนาดยาเท่าผู้ใหญ่
  • เมื่อใช้ยานี้ในการติดเชื้อสเตรปโทคอกคัส ควรทำการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาด็อกซีไซคลินสำหรับเด็ก

ขนาดยาแนะนำสำหรับผู้ป่วยเด็ก (วัย 8 ปีขึ้นไป น้ำหนักน้อยกว่าหรือเท่ากับ 45 กิโลกรัม) คือ 2-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งเป็น 1-2 ครั้ง ไม่เกินกว่า 200 มิลลิกรัม/วัน

รูปแบบยา

ยาด็อกซีไซคลิน มีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้ ได้แก่

  • ยาแคปซูลรับประทาน (hyclate): 20 มิลลิกรัม 100 มิลลิกรัม
  • ยาแคปซูลรับประทาน (monohydrate): 50 มิลลิกรัม, 75 มิลลิกรัม, 100 มิลลิกรัม, 150 มิลลิกรัม
  • ยาแคปซูลรับประทาน ออกฤทธิ์ช้า (monohydrate): 40 มิลลิกรัม
  • ยาแคปซูลรับประทาน ออกฤทธิ์ช้า (hyclate): 100 มิลลิกรัม
  • สารละลาย ทางหลอดเลือดดำ (hyclate): 100 มิลลิกรัม
  • ยาน้ำแขวนตะกอน (monohydrate): 25 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร (60 มิลลิลิตร)
  • ยาน้ำเชื่อม: 50 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร
  • ยาเม็ด (hyclate): 20 มิลลิกรัม, 100 มิลลิกรัม
  • ยาเม็ด (monohydrate): 50 มิลลิกรัม, 75 มิลลิกรัม, 100 มิลลิกรัม
  • ยาเม็ด ออกฤทธิ์ช้า (hyclate): 75 มิลลิกรัม, 100 มิลลิกรัม, 150 มิลลิกรัม, 200 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาด็อกซีไซคลิน กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: สิงหาคม 9, 2018 | Last Modified: กันยายน 27, 2019