ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate) Brand Name(s): ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate), ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate), ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate) และ ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate).

ข้อบ่งใช้

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต ใช้สำหรับ

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต (Fludarabine phosphate) มักใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคมะเร็งอื่นๆ ยานี้ทำงานโดยการชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

การเก็บรักษายา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต

ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 30 นาที ปกติแล้วจะจะให้ยาวันละครั้ง เป็นเวลา 5 วัน หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ ขนาดร่างกาย และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะตรวจสอบจำนวนเม็ดเลือด เพื่อให้แน่ใจว่า คุณสามารถรับยารอบต่อไปได้ ควรมาตามนัดของแพทย์หรือห้องแล็บทุกครั้ง

หากยานี้สัมผัสกับผิวของคุณ ควรรีบล้างบริเวณนั้นด้วยสบู่และน้ำเปล่าทันที หากยาเข้าดวงตา ควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วรับการรักษาในทันที

การเก็บรักษายา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต สำหรับฉีด เภสัชตํารับของประเทศสหรัฐอเมริกา (USP) ยามีลักษณะเป็นผงสีขาว โดยยาแต่ละขวดนั้นมียาฟลูดาราบีน ฟอสเฟต 50 มก. เภสัชตํารับของประเทศสหรัฐอเมริกา 50 มก. ของสารแมนนิทอล (mannitol) และโซเดียมไฮดรอกไซด์ (sodium hydroxide) เพื่อปรับค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ไปที่ 7.7 ช่วงของค่าความเป็นกรด-ด่าง สำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายคือ 7.2 ถึง 8.2 เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20 ถึง 25° เซลเซียส (68 ถึง 77° ฟาเรนไฮต์) เก็บโดยวางขวดตั้งตรง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟต

ก่อนใช้ยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟต แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีการติดเชื้อ หรือกำลังมีอาการป่วยจากเชื้อไวรัส เช่น โรคเริม โรคอีสุกอีใส ความผิดปกติของเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง ปัญหาเกี่ยวกับลิ่มเลือด หรือปัญหาเกี่ยวกับไต

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่รับโดยการสูดดม

ล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค หลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือโรคอีสุกอีใส

ลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคม อย่าง มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงกิจกรรม กีฬาที่เกิดการปะทะ

สมรรถภาพของไตจะลดลงเมื่อคุณมีอายุเพิ่มขึ้น ยานี้จะได้รับการกำจัดโดยไต ดังนั้นผู้สูงอายุจึงมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อหรือเลือดออก ขณะที่กำลังใช้ยานี้

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที ทั้งชายและหญิงที่ใช้ยานี้จะต้องใช้การคุมกำเนิดแบบที่เชื่อถือได้ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือถุงยางอนามัย ในช่วงระหว่างการรักษาและเป็นเวลา 6 เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่ยานี้อาจส่งผลที่ไม่ถึงประสงค์ต่อเด็กทารก ดังนั้น จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร และมีอาการปวดหรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา อาการคลื่นไส้อาเจียนนั้นอาจจะรุนแรง ในบางกรณีแพทย์อาจจะสั่งยาเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียน ดังนั้นควรรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ไม่รับประทานอาหารก่อนการรักษา หรือจำกัดการทำกิจกรรม อาจช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

คนส่วนใหญ่ที่ใช้ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่แพทย์สั่งยานี้ให้คุณ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง แพทย์จะคอยเฝ้าติดตามสภาวะอย่างใกล้ชิด และสั่งให้ทำการตรวจภายในห้องแล็บ

อาจเกิดอาการปวดหรือเจ็บภายในปากหรือลำคอ ควรแปรงฟันเบาๆ ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ และบ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเย็นที่ผสมกับเบกกิ้งโซดาหรือเกลือ และควรรับประทานอาหารที่นุ่มและชุ่มฉ่ำ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า

ยานี้อาจส่งกระทบต่อเซลล์เม็ดเลือด หรือลดความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อ แม้ว่าอาการไข้และหนาวสั่น จะเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปของยาฟลูดาราบีน แต่อาการเหล่านี้ยังอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้อีกด้วย โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดอาการหนาวสั่นหรือเป็นไข้

ในบางครั้งยาฟลูดาราบีนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เนื่องจากการทำลายเซลล์มะเร็งอย่างรวดเร็ว เรียกว่ากลุ่มอาการมะเร็งถูกทำลาย (tumor lysis syndrome) เพื่อลดความเสี่ยงนี้ แพทย์อาจจะเพิ่มยาและให้คุณดื่มน้ำให้มาก แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้คือ อาการปวดที่หลังส่วนล่างหรือด้านข้าง ปวดเอว มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น มีอาการปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะสีชมพูหรือสีเลือด ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อกระตุกหรืออ่อนแรง

รับการรักษาในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมาก เช่น อุจจาระเป็นเลือด สีดำ หรือคล้ายยางมะตอย ไอบ่อย ไอเป็นเลือด รู้สึกปวดขณะหายใจหรือหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ชัก

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาเจือจางเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) หรือยาอีโนซาพาริน (enoxaparin) วัคซีนเชื้อเป็น (live vaccines) เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบสูดดม วัคซีนไทรอยด์หรือโปลิโอแลลรับประทาน ยาเพนโทสแตติน (pentostatin) ยาอื่นที่สามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแรงหรือเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น นาทาลิซูแมบ (natalizumab) หรือริทูซิแมบ (rituximab) ซาลิไซเลต (salicylates) หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

ควรอ่านฉลากยาทั้งหมด ทั้งยาตามใบสั่งและยาที่หาซื้อเองให้ละเอียด เนื่องจากยาจำนวนมากนั้น อาจมียาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามเภสัชกร สำหรับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย เช่น ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) อย่างไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) และแอสไพริน (aspirin) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้ ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำต่อไป หากแพทย์สั่งยานี้เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง ขนาดยาตามปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยา ฟลูดาราบีน ฟอสเฟต อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟตสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟซิติคเรื้อรัง (Chronic Lymphocytic Leukemia)

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 25 มก./ตารางเมตร หนึ่งครั้งนานกว่า 30 นาที เป็นเวลา 5 วันทุกๆ 28 วัน หลังจากการตอบสนองของเนื้องอกสูงสุด แนะนำให้ใช้ยาเพิ่มอีก 3 รอบ

รับประทาน

  • 40 มก./ตารางเมตร วันละครั้งเป็นเวลา 5 วันทุกๆ 28 วัน
  • สามารถรับประทานยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟตขณะที่ท้องว่างหรือรับประทานพร้อมกับอาหาร ควรกลืนยาทั้งเม็ดพร้อมกับน้ำ ไม่ควรเคี้ยวหรือหักยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (non-Hodgkin’s Lymphoma)

  • 25 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 5 วันทุกๆ 28 วัน

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 30-70 มล./นาที/1.73 ตารางเมตร ลดขนาดยา 20% และเฝ้าระวังความเป็นพิษอย่างใกล้ชิด
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ แต่ไม่แนะนำให้ใช้
  • รับประทาน (ผู้ใหญ่) ให้ยา 50% ของขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยา

  • ขนาดยาที่แนะนำของยาฟลูดาราบีนขึ้นอยู่กับสารเป็นพิษต่อเซลล์อื่น (cytotoxic agents) ที่ใช้ร่วมกัน ควรอ้างอิงกับแผนการเฉพาะเจาะจง
  • ควรชะลอหรือลดขนาดยาในกรณีที่เกิดความเป็นพิษต่อเลือดหรือความเป็นพิษอื่นๆ ที่รุนแรง ในกรณีเม็ดเลือดแดงแตกตัว (hemolysis) ควรหยุดการรักษา
  • ความเป็นพิษต่อประสาท ควรพิจารณาชะลอหรือหยุดการรักษา

ข้อควรระวัง

  • ควรให้ยานี้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ในการใช้ยาต้านมะเร็ง ยานี้สามารถทำให้เกิดการกดการทำงานของไขกระดูกที่รุนแรง หากใช้ยาขนาดสูงในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวฉับพลัน ยานี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับผลต่อระบบประสาทที่รุนแรง รวมถึงอาการตาบอด โคม่า และเสียชีวิต ความเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลางที่รุนแรงนั้น จะเกิดขึ้นใน 36% ของผู้ป่วยที่ใช้ยาในขนาดที่สูงกว่าประมาณ 4 เท่า (96 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน) ของขนาดยาที่แนะนำ เคยมีรายงานความเป็นพิษต่อระบบประสาทส่วนกลางอย่างรุนแรงที่คล้ายกัน รวมถึงอาการโคม่า ชัก ร้อนรน และสับสน ในผู้ป่วยที่ใช้ยาในช่วงของขนาดยาที่แนะนำเพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟซิติค
  • เคยมีรายงานการเกิดอาการของระบบภูมิคุ้มกันตัวเองที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตและในการครั้งอาจถึงแก่ชีวิต เช่น ภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน (autoimmune thrombocytopenia) หรือ (thrombocytopenic purpura) กลุ่มอาการอีแวนส์ (Evans syndrome) และฮีโมฟีเลียที่เกิดขึ้นในภายหลัง (acquired hemophilia) หลังจากการรักษาหนึ่งรอบหรือมากกว่า ผู้ป่วยควรเฝ้าระวังการเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก
  • หากใช้ยานี้ร่วมกับยาเพนโทสแตติน (pentostatin) อย่างดีโอซีโคฟอร์มัยซิน (deoxycoformycin) เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แบบเรื้อรังที่ดื้อยา (refractory chronic lymphocytic leukemia) เนื่องจากมีอัตราการเกิดความเป็นพิษต่อปอดที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตมากเกินไป จึงไม่แนะนำให้ใช้ยาเหล่านี้ร่วมกัน

การฟอกไต (Dialysis)

ไม่มีหลักฐานที่เฉพาะเจาะจงถึงการใช้ยานี้ขณะการฟอกไต แต่ควรอ้างอิงแนวทางดังต่อไปนี้

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ: ไม่แนะนำให้ใช้
  • รับประทาน (ผู้ใหญ่) ให้ยา 50% ของขนาดยา

คำแนะนำอื่นๆ

  • แนะนำให้เฝ้าระวังความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ที่แสดงถึงความแตกต่าง จำนวนเกล็ดเลือด ค่าเอเอสที (AST) ค่าเอแอลที (ALT) ค่าครีอะตินีน เซรั่มอัลบูมิน (serum albumin) และกรดยูริก (uric acid) ในช่วงระหว่างการรักษา

ขนาดยาฟลูดาราบีน ฟอสเฟตสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาก้อนเนื้อร้าย

  • มะเร็งชนิดเป็นก้อน ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทันที 7 ถึง 9 มก./ตารางเมตร ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง 20 ถึง 27 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 5 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวฉับพลัน ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 10 มก./ตารางเมตร หนึ่งครั้นนานกว่า 15 นาที ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง 30.5 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 5 วัน หรือฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 10.5 มก./ตารางเมตร หนึ่งครั้งนานกว่า 15 นาที ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง 30.5 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 2 วัน ตามด้วยไซตาราบีน (cytarabine)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อการเตรียมตัวสำหรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ (Stem Cell Transplant Conditioning)

  • สูตรการเตรียมตัวเพื่อลดความเข้มข้นก่อนการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเม็ดเลือดของบุคคลอื่น 30 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 5 วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • สารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
  • ยาผงสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 26, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย