ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) Brand Name(s): ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital), ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital), ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) และ ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital).

การใช้

ยา ฟิโนบาร์บิทอล ใช้สำหรับ

ยา ฟิโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) ถูกใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาประเภทอื่นเพื่อคุมอาการชัก การควบคุมเเละลดอาการชัก ช่วยทำให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่เกิดขึ้นหากหมดสติ และช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการชัก ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ยา ฟิโนบาร์บิทอล จัดอยู่ในกลุ่มยาประเภทบาร์บิทูเรต (Barbiturate) ออกฤทธิ์ในการควบคุมคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมอง ที่เกิดขึ้นระหว่างเป็นลมชัก มักมีการใช้รักษาในระยะสั้น โดยปกติไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการชัก

วิธีการยา ฟิโนบาร์บิทอล

รับประทานทานยาวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอนเพื่อคุมอาการชัก หรือรับประทานยาตามที่เเพทย์สั่ง หากรับประทานยาชนิดน้ำ ให้ตวงปริมาณยาอย่างระมัดระวังโดยใช้ถ้วยตวงชา อย่าใช้ช้อนในครัวเรือน เพราะอาจได้รับปริมาณยาที่ผิดพลาดได้

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการของโรค ปริมาณยาในเด็กขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ระดับยาฟิโนบาร์บิทอลในกระแสเลือดจะส่งผลตอบสนองต่อการรักษา  เเพทย์อาจแนะนำให้คุณเริ่มใช้ยานี้ในปริมาณต่ำเเละค่อยๆ เพิ่มปริมาณยาขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง เช่น อาการง่วงซึมเเละวิงเวียนศีรษะ ทำตามคำเเนะนำของเเพทย์อย่างระมัดระวัง อย่ารับประทานยามากหรือน้อยกว่าที่เเพทย์แนะนำ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการหาปริมาณยาที่เหมาะสม เเละคุมอาการชักได้อย่างสมบูรณ์ ยานี้ออกฤทธิ์ดีที่สุดเมื่อขนาดยาในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น ควรรับประทานยานี้ให้ตรงเวลาในแต่ละวัน

อย่าหยุดยาเองเเละยาต้านชักชนิดอื่น โดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาเเพทย์ เพราะอาการชักอาจรุนเเรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดอาการชักอย่างรุนเเรงจนยากที่จะรักษา เช่น ภาวะชักอย่างต่อเนื่อง หากหยุดยากะทันหัน อาจเกิดอาการถอนยา (Withdrawal Reaction) โดยเฉพาะหากใช้ยานี้สม่ำเสมอ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณมาก อาการถอนยา อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น วิตกกังวล เห็นภาพหลอน กล้ามเนื้อกระตุกหรือนอนหลับยาก

เเพทย์อาจค่อยๆ ลดขนาดยา เพื่อป้องกันการเกิดอาการถอนยา  ปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ในบางครั้งอาจเกิดการเสพติดยาได้ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อคุณใช้ยาในทางที่ผิด เช่น การใช้ยาเกินขนาด รวมถึงการติดยาหรือเเอลกอฮอล์ ดังนั้นควรใช้ยาให้ตรงตามที่เเพทย์เเนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเสพติดยา

ยาอาจใช้ไม่ได้ผล หากมีการใช้ยานี้เป็นเวลานาน เพื่อรักษาโรควิตกกังวลหรือช่วยในการนอนหลับ ยาฟิโนบาร์บิทอลควรใช้ในระยะเวลาสั้น เพื่อรักษาโรควิตกกังวลหรือช่วยในการนอนหลับ และปรึกษาเเพทย์หากโรควิตกกังวล หรืออาการชักของคุณเเย่ลง เช่น จำนวนครั้งของการชักเพิ่มขึ้น

การเก็บรักษา

ควรเก็บยาฟิโนบาร์บิทอลไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากเเสงเเละความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา ไม่ควรเก็บยาฟิโนบาร์บิทอลไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาฟิโนบาร์บิทอลเเต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บเเตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำเเนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากยา หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กเเละสัตว์เลี้ยง และไม่ควรทิ้งยาฟิโนบาร์บิทอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับยา ฟิโนบาร์บิทอล

หากเเพ้ยาชนิดนี้ หรือยาในกลุ่มบาร์บิตูเรตประเภทอื่น เช่น ยาไพรมิโดน (Primidone) ยาเซโคบาร์บิทอล (Secobarbital) หรือหากมีอาการเเพ้ส่วนผสมอื่นที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ในการรักษา ควรเเจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรทราบ ก่อนรับประทาน

หากมีโรคประจำตัว เช่น ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนบางชนิด โรคต่อมหมวกไต เช่น โรคเเอดดิสัน โรคตับ โรคไต โรคปอด เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือมีประวัติโรคเลือด โรคโพรพีเรีย การขาดวิตามินบางชนิด เช่น กรดโฟลิก วิตามินเค มีความผิดปกติทางจิตหรือทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย หรือมีประวัติการใช้ยาในทางที่ผิด เช่น การใช้ยาเกินขนาด การติดยาหรือเเอลกอฮอล์ ควรเเจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรทราบ ก่อนรับประทาน

ยาอาจทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะหรือง่วงซึม และการดื่มเเอลกอฮอล์อาจทำให้อาการของคุณรุนเเรงยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือทำงานใกล้เครื่องจักร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เเจ้งให้เเพทย์หรือทันตเเพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่ใช้ รวมถึงยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อรับประทานเองเเละสมุนไพร ผู้สูงอายุอาจตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอาการง่วงนอนหรือวิงเวียนศีรษะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะสะดุดล้มได้ ควรระมัดระวังการใช้ยา ส่วนเด็กอาจตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไปเช่นกัน สำหรับเด็ก ยามักทำให้ตื่นต้วเเทนที่จะง่วงนอน และไม่เเนะนำให้ใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

หากตั้งครรภ์ กำลังจะหรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ เเจ้งเเพทย์โดยทันทีเพื่อพิจารณาข้อดีและความเสี่ยงจากการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากยาคุมกำเนิด เเผ่นเเปะคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดเเบบฝังอาจไม่ได้ผลหากใช้ร่วมกับยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงรูปเเบบการคุมกำเนิดรูปแบบอื่น ยาอาจลดกรดโฟลิกเเละวิตามินเค ในร่างกายเเละเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติที่ไขสันหลัง ดังนั้น ควรตรวจสอบระดับกรดโฟลิกเเละวิตามินเค ทารกเเรกเกิดที่มารดาใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์อาจมีอาการ จอประสาทตาขุ่น ตัวสั่นหรือเลือดออก เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับทารกเเรกเกิด ยานี้อาจซึมผ่านน้ำนม ควรปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาฟิโนบาร์บิทอลระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาเเพทย์เป็นประจำเพื่อพิจารณาระหว่างข้อดีเเละความเสียที่อาจเกิดขึ้น

อ้างอิงจากองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาฟิโนบาร์บิทอลจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท D/B 

ประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์จัดลำดับโดยโดยองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่มีข้อมูล

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยา ฟิโนบาร์บิทอล

อาการวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม ตื่นตัว ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร คลื่นไส้หรืออาเจียน หากผลข้างเคียงเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานหรือทำให้เเย่ลง เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบโดยด่วน

ผู้ป่วยบางรายอาจรับประทานยาต้านชักเพื่อรักษาอาการใดอาการหนึ่ง เช่น ชัก โรคอารมณ์สองขั้วหรือไบโพลาร์เเละอาการเจ็บปวด โรคซึมเศร้า หรือปัญหาทางจิตเเละอารมณ์อื่นๆ เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากสังเกตเห็นการเปลี่ยนเเปลงทางอารมณ์ ความคิดหรือพฤติกรรมอย่างผิดปกติหรือกะทันหัน รวมถึงสัญญาณของโรคซึมเศร้า ความคิดหรือความพยายามที่จะฆ่าตัวตาย ความคิดที่จะทำร้ายตนเอง

เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนเเรง ได้เเก่ เดินเซ เห็นภาพซ้อน หายใจเร็ว ช้าหรือตื้น หน้ามืด หัวใจเต้นช้า เหนื่อยล้าหรืออ่อนเเรงอย่างรุนเเรง ผิวซีดลง อาการเเพ้ยาอย่างรุนเเรงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย อย่างไรก็ตาม แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรโดยด่วนหากคุณสังเกตเห็นอาการของการเเพ้อย่างรุนเเรงเหล่านี้ ได้แก่ ผื่น อาการคันหรือบวม โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือคอ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง ปัญหาในการหายใจ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาฟิโนบาร์บิทอล เช่น ยาดารุนาเวียร์ (Darunavir) ยาอีทราไวรีน (Etravirine) ยาออร์ลิสเเตท (Orlistat) ยาริลพิไวรีน (Rilpivirine)

ยาชนิดอื่นอาจทำให้ร่างกายขับยาฟิโนบาร์บิทอลออกและอาจส่งผลต่อฤทธิ์ของยาฟิโนบาร์บิทอล ตัวอย่างของยาได้เเก่ เซนต์จอห์นเวิร์ต เป็นต้น

ยาฟิโนบาร์บิทอลอาจเร่งให้ร่างกายขับยาอื่นออกจากร่างกายเช่นกัน ตัวอย่างของยาที่อาจได้รับผลกระทบคือ

  • ยาอาร์เทมิเทอร์ (Artemether)
  • ยาลูมีเเฟนทรีน (Lumefantrine)
  • ยาอะสุนะพรีเวียร์ (Asunaprevir)
  • ยาอะทาซานาเวียร์ (Atazanavir)
  • ยาโบซีพรีเวียร์ (Boceprevir)
  • ยาโคบิซิสเเตท (Cobicistat)
  • ยาลูราซิโดน (Lurasidone)
  • ยาราโนลาซีน (Ranolazine)
  • ยาโซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir)
  • ยาโซราฟีนิบ (Sorafenib)
  • ยาโวริโคนาโซล (Voriconazole)
  • ยาต้านเเคลเซียมบางชนิด (Calcium Channel Blockers) เช่น ยาฟิโลดิปีน (Felodipine) หรือยานิโมดิปีน (Nimodipine) เป็นต้น

ยาอาจลดประสิทธิภาพของการใช้ยาคุมกำเนิด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรถึงการใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นที่ได้ผล

ผลข้างเคียงที่รุนเเรง เช่น หายใจช้าหรือตื้น ง่วงซึม วิงเวียนศีรษะอย่างหนัก อาจมีอาการเหล่านี้เพิ่มขึ้นหากใช้ยาร่วมกับยาอื่นที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาเเก้ปวดที่มีสารสกัดจากฝิ่นหรือยาลดไข้ เช่นโคเดอีน (Codeine) หรือไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) เเอลกอฮอล์ กัญชา ยากดประสาท หรือยาต้านชัก อื่น ๆ เช่น อัลปราโซเเลม (Alprazolam) ลอราซีเเพม (Lorazepam) หรือ โซลพิเดม (Zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น คาริโซโพดอล (Carisoprodol) หรือไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) หรือ ยาเเก้เเพ้ เช่น เซทิริซีน (Cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine)

ตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมดที่ใช้ เช่น ยาเเก้เเพ้ ยาเเก้ไอเเละยาเเก้ไข้ เพราะยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่ทำให้ง่วงซึม ยาฟิโนบาร์บิทอลมีความใกล้เคียงกับยาไพรมิโดน (Primidone) มาก ดังนั้นอย่าใช้ยาที่มีส่วนผสมของไพรมิโดนระหว่างที่ใช้ยาฟิโนบาร์บิทอล

ยาฟิโนบาร์บิทอลอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่กำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพื่อความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยา ควรเแจ้งยาทั้งหมดที่ใช้ รวมถึงยาที่แพทย์สั่ง ยาซื้อรับประทานเอง เเละสมุนไพร ให้เเพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือ หยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเเพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์

ยาฟิโนบาร์บิทอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อถามถึงอาหารหรือเเอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยา 

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่นๆ

ยาฟิโนบาร์บิทอลอาจส่งผลต่ออาการของโรคหรือสุขภาพ โปรดเเจ้งให้เเพทย์เเละเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพเเละโรคประจำตัว

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่เจตนาให้ใช้ทดเเทนคำเเนะนำทางการเเพทย์ได้ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาฟิโนบาร์บิทอล

ขนาดยาฟิโนบาร์บิทอลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ในการระงับประสาท

การระงับประสาท

รับประทาน 30 ถึง 120 มิลลิกรัม การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือการฉีดยาเข้าหลอดเลือด (IV) เเบ่งเป็น 2 ถึง 3 ครั้ง

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัมต่อวัน

การระงับประสาทก่อนผ่าตัด

การฉีด ฉีดยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อ (IM) ก่อนผ่าตัด 60 ถึง 90 นาที

คำเเนะนำ

  • ความถี่ของการให้ยาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย
  • การให้ยาก่อนการผ่าตัดใช้เฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานยาได้

ขนาดยาโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่นอนไม่หลับ

การรับประทาน

  • ขนาดยาที่เเนะนำ 100 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ก่อนผ่าตัด

  • ขนาดยาที่เเนะนำ ฉีดยา 100 ถึง 320 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือหลอดเลือด (IV) ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ

ยาเริ่มมีประสิทธิภาพหลังใช้ไปเเล้วประมาณ 2 สัปดาห์

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการชัก

การชักอย่างรุนเเรง

ก่อนผ่าตัด ฉีดยา 20 ถึง 320 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือหลอดเลือด (IV) ทุก 6 ชั่วโมงเมื่อที่จำเป็น

ยาต้านชัก

ใช้รับประทาน 60 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ

  • ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการควรกำหนดโดยค่าอ้างอิงจากห้องปฏิบัติการทางคลินิก

การใช้  ใช้รักษาอาการชักเเบบทั่วไปเเละเฉพาะที่ เเละรักษาหรือป้องกันอาการชักโดยไม่รู้สึกตัวเนื่องจากมีไข้สูง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำเเนะนำสำหรับเเนวทางที่เฉพาะเจาะจง เเต่เเนะนำให้ระมัดระวังในการปรับปริมาณยา

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ผู้ป่วยโรคตับขั้นไม่รุนเเรงหรือปานกลางอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำเเนะนำสำหรับเเนวทางที่เฉพาะเจาะจง เเต่เเนะนำให้ระมัดระวังในการปรับขนาดยา

ผู้ป่วยโรคตับที่มีอาการอย่างชัดเจนหรือขั้นรุนเเรง ห้ามใช้

การปรับขนาดยา

  • ผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุหรือมีสุขภาพอ่อนเเอ ควรใช้ยาในปริมาณที่ลดลงเนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตอบสนอง อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำเเนะนำเกี่ยวกับเเนวทางการปรับขนาดยาที่เฉพาะเจาะจง
  • เพื่อที่จะทำให้เลือดอยู่ในระดับที่เหมาะกับการรักษาในเด็ก จำเป็นต้องปรับขนาดยาตามน้ำหนัก (กิโลกรัม)
  • ขนาดยาที่ใช้ในการรักษา 5 ถึง 40 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ใช้ในการระงับประสาท

คำเตือน

ยาที่มีดัชนีการรักษาเเคบ

ยาจัดอยู่ในกลุ่มยาที่มีดัชนีการรักษาเเคบ (NTI) หากเกิดความเปลี่ยนเเปลงขนาดยาในกระแสเลือดเล็กน้อยอาจส่งผลให้เกิดการรักษาหรือผลข้างเคียงของยาได้

คำเเนะนำ

  • การใช้ยาเเทนกันควรทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่มีข้อมูลของค่าชีวสมูล (Bioequivalence) ของยาในปัจจุบันที่เพียงพอสำหรับยากลุ่มที่มีดัชนีการรักษาเเคบ
  • ควรเฝ้าสังเกตเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปรับขนาดยามีประสิทธิภาพ

คำเเนะนำอื่นๆ

คำเเนะนำในการใช้ยา

  • ควรเจือจางสูตรของยาฉีดเข้าหลอดเลือด (IV) ก่อนใช้ อัตราการให้ยาในผู้ใหญไม่ควรเกิน 60 มิลลิกรัมต่อนาที
  • หากฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ (IM) จำกัดปริมาณ 5 มิลลิลิตรต่อหนึ่งจุดที่ฉีด ควรควบคุมให้ฉีดเข้าไปลึกถึงกล้ามเนื้อมัดใหญ่

สิ่งสำคัญในการจัดเก็บ

  • ควรศึกษาข้อมูลของบริษัทผู้ผลิต
  • เทคนิคในการคืนสภาพหรือจัดเตรียม

คำแนะนำทั่วไป

  • หากจำเป็นต้องหยุดยา ควรค่อยๆ หยุดยา เพื่อป้องกันอาการชักหรือภาวะชักเเบบต่อเนื่อง
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนักเเละโรคของผู้ป่วย
  • การออกฤทธิ์ต้านชักจะเกิดขึ้นเมื่อมีขนาดยากดประสาทในระดับเล็กน้อย

การเฝ้าสังเกต

  • ความดันโลหิต การหายใจ การทำงานของหัวใจระหว่างฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อหรือหลอดเลือด เพราะขนาดยาทำให้เกิดการกดประสาท
  • การทำงานของระบบเลือด ไตเเละตับเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะในการรักษาระยะยา
  • ความหนาเเน่นมวลกระดูก โดยเฉพาะในการรักษาระยะยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • เเนะนำให้ผู้ป่วย ครอบครัวหรือผู้ดูเเลเฝ้าสังเกตเเละรายงานสัญญาณหรืออาการของความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย หรือพฤติกรรมผิดปกติเช่น กระสับกระส่าย หงุดหงิด วิตกกังวล ตื่นตระหนก นอนไม่หลับ ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว หุนหันพลันเเล่น อยู่นิ่งไม่ได้เเละคึกคักมากกว่าปกติหรือคุ้มคลั่ง
  • ผู้ป่วยควรระวังการใช้เครื่องจักร หรือขับรถ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเเอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานยา
  • ผู้ป่วยควรรายงานอาการหรือสัญญาณของกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson Syndrome) ผื่นผิวหนังกำพร้าจากการเเพ้ยา (Toxic Epidermal Ecrolysis) โรคเลือด ภาวะภูมิเเพ้
  • เเนะนำให้ผู้ป่วยรายงานการใช้ยาอื่นที่กำลังใช้อยู่
  • เเนะนำให้ผู้ป่วยเเจ้งเเพทย์หากตั้งครรภ์ ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ขนาดยาฟิโนบาร์บิทอลสำหรับเด็ก

ขนาดยาที่เด็กควรใช้เพื่อรักษาอาการชัก

ยาต้านชัก ขนาดรับประทาน

ขนาดยาในระยะเเรก 15 ถึง 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ขนาดยาที่เเนะนำ 3 ถึง 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ก่อนผ่าตัด ฉีดยา 4 ถึง 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันเป็นเวลา 7 ถึง 10 วันหรือ 5 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือหลอดเลือด (IV)

ภาวะชักอย่างต่อเนื่อง ก่อนผ่าตัด

ขนาดยาในระยะเเรก ฉีดยา 15 ถึง 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเข้าหลอดเลือด (IV) เป็นเวลามากกว่า 10 ถึง 15 นาที

คำเเนะนำ

  • ขนาดยาเริ่มต้น 15 ถึง 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมจะเพิ่มระดับเลือดให้เป็นประมาณ 20 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรหลังจากการฉีด
  • ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการควรกำหนดโดยค่าอ้างอิงจากห้องปฏิบัติการทางคลินิก

ปริมาณยาโดยทั่วไปสำหรับเด็กเพื่อใช้ระงับประสาท

ก่อนผ่าตัด ฉีดยา 1 ถึง 3 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมทางกล้ามเนื้อ (IM) หรือหลอดเลือด (IV)

การใช้ ระงับประสาทก่อนผ่าตัด

รูปแบบยา ฟิโนบาร์บิทอล

ยาฟิโนบาร์บิทอลมีขนาดและรูปแบบยาดังนี้

  • ยาเม็ดใช้รับประทาน
  • ยาน้ำใช้รับประทาน
  • สารละลายสำหรับฉีด
  • แคปซูลใช้รับประทาน
  • ยาเเบบผง

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบที่ลืมแล้วใช้ยาตามตารางปกติ ที่สำคัญไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: มิถุนายน 19, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 26, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย