อินซูลิน (Insulin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: อินซูลิน (Insulin) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยาอินซูลินใช้สำหรับ

หากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงกว่าปกติ อินซูลิน (insulin) จะช่วยกักเก็บน้ำตาลไว้ในตับแล้วปล่อยออกมาเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำหรือเมื่อร่างกายต้องการน้ำตาลมากขึ้น เช่น ระหว่างมื้ออาหารหรือขณะกำลังออกกำลังกาย ดังนั้นยาอินซูลินจะช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้อยู่ในช่วงปกติ

ยาอินซูลินที่ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานมีหลายประเภท ดังนี้

  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 15 นาทีหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ถึง 4 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานก่อนมื้ออาหารและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์นาน
    • ประเภท ยาอินซูลิน กลูไลซีน (Insulin glulisine) อย่างอะปิดา (Apidra) ยาอินซูลิน ลิสโปร (insulin lispro) อย่างฮูมาล็อก (Humalog) และยาอินซูลิน แอสพาร์ท (insulin aspart) อย่างโนโวล็อก (NovoLog)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาทีหลังจากฉีดยาและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง แต่ยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ถึง 6 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานก่อนมื้ออาหารและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์นาน
    • ประเภท ฮูมูลิน อาร์ (Humulin R) โนโวลิน อาร์ (Novolin R)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมงหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 4 ถึง 12 ชั่วโมงให้หลัง และยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 12-18 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานวันละสองครั้งและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติ
    • ประเภท เอ็นพีเอช (NPH) (ฮูมูลิน เอ็น หรือ โนโวลิน เอ็น)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลายชั่วโมงหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์เป็นเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง
    • หากจำเป็น ยานี้มักจะใช้ร่วมกับยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว
    • ประเภท ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์ (Insulin detemir) อย่างเลเวเมียร์ (Levemir) และยาอินซูลิน กลาร์จีน (insulin glargine) อย่างแลนทัส (Lantus)

วิธีการใช้ยาอินซูลิน

ฉีดยาอินซูลินเข้าใต้ผิวหนัง แพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้สอนวิธีการฉีดยาอินซูลิน บริเวณที่มักจะใช้เพื่อฉีดยาอินซูลินคือ ต้นแขน ต้นขาส่วนหน้าและส่วนข้าง รวมทั้งบริเวณช่องท้อง อย่าฉีดยาอินซูลินในบริเวณที่ใกล้กับสะดือเกินกว่า 2 นิ้ว

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของคุณหนาขึ้น พยายามอย่าฉีดยาอินซูลินในบริเวณเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา ควรเปลี่ยนบริเวณที่ฉีดยา

การเก็บรักษายาอินซูลิน

ควรเก็บรักษายาอินซูลินให้ถูกต้องไม่เช่นนั้นยาอาจจะไม่ออกฤทธิ์

  • เก็บยาอินซูลินให้ห่างจากความร้อนและแสง ยาอินซูลินที่คุณไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็นควรจะพยายามให้อยู่ในที่เย็นๆ ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ระหว่าง 13 ถึง 26 องศาเซลเซียส)
  • อย่าแช่แข็งยาอินซูลิน หากยานั้นแช่แข็งแล้วไม่ควรใช้ยานั้นแม้ว่าจะละลายยาแล้วก็ตาม
  • เก็บขวดยาที่ยังไม่ได้ใช้ หลอดบรรจุยา และปากยาฉีดยาอินซูลินไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 2 องศาเซลเซียส และ 7-8 องศาเซลเซียส หากเก็บยาได้อย่างถูกต้อง ยานี้จะเป็นปกติดีจนถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้บนตัวยา
  • เก็บหลอดบรรจุยาอินซูลินและปากกาฉีดยาอินซูลินที่คุณกำลังใช้อยู่ไว้ในอุณหภูมิห้องระหว่าง 13 ถึง 26 องศาเซลเซียส

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอินซูลิน

ก่อนใช้ยาอินซูลิน โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ

  • หากคุณแพ้ต่อยาอินซูลิน ต่อส่วนผสมอื่นๆ หรือแพ้ต่อยาอื่นๆ
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรที่คุณกำลังใช้หรือมีแผนที่จะใช้
  • หากเส้นประสาทของคุณเสียหายเนื่องจากโรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆ รวมถึงโรคไตหรือโรคตับ
  • หากคุณกำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • หากคุณกำลังรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน
  • หากคุณกำลังจะป่วย มีความตึงเครียดผิดปกติ หรือเปลี่ยนระดับการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาอินซูลินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอินซูลิน

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดต่ำเกินไป เมื่อคุณใช้อินซูลินเป็นประจำ ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดต่าเกินไปได้ในหลายกรณี เช่น เมื่อคุณออกกำลังกายมากกว่าปกติ เมื่อรับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือเมื่อรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รวมทั้งเมื่อคุณใช้ยาอินซูลินมากเกินไป คนส่วนใหญ่ที่ใช้ยาอินซูลินมักจะมีปฏิกิริยาอินซูลินในบางครั้ง สัญญาณของปฏิกิริยาอินซูลินและภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมีดังต่อไปนี้

  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • หาวบ่อย
  • ไม่สามารถพูดหรือคิดได้อย่างชัดเจน
  • สูญเสียการเคลื่อนไหวที่สอดประสานของกล้ามเนื้อ
  • เหงื่อออก
  • กระตุก
  • ชัก
  • รู้สึกคล้ายจะหมดสติ
  • ตัวซีดมาก
  • หมดสติ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอินซูลินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับยาอินซูลินอาจทำให้เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจนอันตรายพร้อมกับอาการ เช่น วิงเวียน หิว หรือเหงื่อออก ได้แก่

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ยาในกลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) เช่นลิซิโนพริล (lisinopril) ควินาพริล (quinadril) แคปโตพริล (captopril) อีนาลาพริล (enalapril)
  • ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta-blocker medications) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) ยาหยอดตาสำหรับรักษาโรคต้อหิน เช่น ทิโมลอล (timolol)
  • ยาไดโซไพราไมด์ (Disopyramide)
  • ยาสำหรับคอเลสเตอรอล อย่างไฟเบรต (Fibrate)
  • ยาปฏิชีวนะซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamide antibiotics) เช่นซัลฟาไดอะซีน (Sulfadiazine) ซัลฟาเมโทซาโซล (Sulfamethoxazole)
  • ยาซาลิไซเลต (Salicylates) เช่นแอสไพริน
  • ยาในกลุ่มเอ็มเอโอ อินฮิบิเตอร์ (MAOIs) เช่นไอโซคาร์บอกซาซิด (Isocarboxazid) ฟีเนลซีน (phenelzine)
  • ยาอื่นๆ เช่นยาออกทรีโอไทด์ (Octreotide) ยารักษาโรคเบาหวานแบบรับประทาน ยาโพรพอกซิฟีน (Propoxyphene) ยารีเซอร์พีน (Reserpine)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอินซูลินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอินซูลินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอินซูลินสำหรับผู้ใหญ่

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (อินซูลิน กลูลิซีน [insulin glulisine])

ช่วงขนาดยาปกติคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ (ฮูมูลิน อาร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.2-0.4 หน่วย/กก./วัน
  • ขนาดยาปกติ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน สำหรับผู้ป่วยที่ดื้อต่อยาอินซูลิน (เช่นเนื่องจากโรคอ้วน) อาจต้องใช้ยาอินซูลินในขนาดยาต่อวันที่สูงกว่า

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 10 หน่วย/วัน (หรือ 0.1-0.2 หน่วย/กก./วัน)

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (ฮูมูลิน เอ็น)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • แนวทางที่แนะนำสำหรับขนาดยาเริ่มต้น
  • ช่วงขนาดยาปกติต่อวันคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่ไม่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.4-0.6 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.8-1.2 หน่วย/กก./วัน

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

  • แนวทางที่แนะนำสำหรับขนาดยาเริ่มต้นคือ 0.2 หน่วย/กก./วัน
  • ตอนเช้า ให้ยาอินซูลินสองในสามของขนาดยาต่อวันและอัตราปกติของยาอินซูลินต่อเอ็นพีเอช 1:2
  • ตอนเย็น ให้ยาอินซูลินหนึ่งในสามของขนาดยาต่อวันและอัตราปกติของยาอินซูลินต่อเอ็นพีเอช 1:1

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน (ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

ขนาดยาเริ่มต้น

  • โรคเบาหวานประเภทที่ 1 ต้องการยาอินซูลินในขนาดประมาณหนึ่งในสามของขนาดยาทั้งหมดต่อวัน ควรใช้ยาอินซูลินก่อนมื้ออาหารแบบออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของขนาดยาที่เหลืออยู่ที่น่าพึงพอใจ
  • ช่วงขนาดยาปกติต่อวันคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน โดยแบ่งให้ยา ผู้ที่ไม่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.4-0.6 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.6-1.2 หน่วย/กก./วัน

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

  • โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่การรับประทานยานั้นไม่สามารถควบคุมได้อย่างเพียงพอ 10 หน่วย/วัน (หรือ 0.1-0.2 unit/kg/day).
  • โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่การใช้ยาจีแอลพี-1 รีเซปเตอร์ แอนตาโกนิสต์ (GLP-1 receptor agonist) นั้นไม่สามารถควบคุมได้อย่างเพียงพอ 10 หน่วย/วัน

ขนาดยาอินซูลินสำหรับเด็ก

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (อินซูลิน กลูลิซีน)

  • อายุน้อยกว่า 4 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุ 4-17 ปี อาจต้องการยาในขนาด 0.8-1.2 หน่วย/กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต ไม่เช่นนั้นก็อาจจะใช้ยาในขนาดสำหรับผู้ใหญ่ (0.5-1 หน่วย/กก./วัน)

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ (ฮูมูลิน อาร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.2-0.4 หน่วย/กก./วัน
  • ขนาดยาปกติ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน สำหรับผู้ป่วยที่ดื้อต่ออินซูลิน (เช่นเนื่องจากโรคอ้วน) อาจต้องใช้ยาอินซูลินในขนาดยาต่อวันที่สูงกว่า

วัยรุ่น อาจต้องการยาในขนาดสูงถึง 1.5 มก./กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต

ความต้องการอินซูลินรวมต่อวันโดยเฉลี่ยสำหรับเด็กวัยก่อนเรียนอาจจะแตกต่างจาก 0.7-1 หน่วย/กก./วัน แต่อาจต่ำกว่านี้มาก

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (ฮูมูลิน เอ็น)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • อายุน้อยกว่า 12 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุมากกว่า 12 ปี ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน ช่วงขนาดยาปกติต่อวันของวัยรุ่นคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.2 ในช่วงวัยเจริญเติบโต

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน (ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • อายุน้อยกว่า 2 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปี ต้องการยาอินซูลินในขนาดประมาณหนึ่งในสามของขนาดยาทั้งหมดต่อวัน ควรใช้ยาอินซูลินก่อนมื้ออาหารแบบออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของขนาดยาที่เหลืออยู่ที่น่าพึงพอใจ ช่วงขนาดยาปกติของวัยรุ่นคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.2 หน่วย/กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • กระบอกฉีดยา
  • ปากกาฉีดยา
  • อินซูลิน ปั๊ม
  • ยาพ่น
  • อินเจ็คชั่น พอร์ต (Injection port)
  • หัวเจ็ทสำหรับฉีด (Jet injector)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณจำได้ว่าต้องใช้ยาก่อนหรือไม่นานหลังจากมื้ออาหาร ให้รีบใช้ยาทันที หากผ่านไปนานแล้วหลังจากมื้ออาหาร ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือติดต่อแพทย์เพื่อรับทราบว่าคุณควรฉีดยาที่ลืมใช้ไปหรือไม่ อย่าฉีดยาสำหรับสองครั้งเพื่อชดเชยยาที่ลืมใช้ไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 5, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 5, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน