เซอร์ตาโคนาโซล (Sertaconazole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เซอร์ตาโคนาโซล (Sertaconazole) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยา เซอร์ตาโคนาโซล ใช้สำหรับ

ยา เซอร์ตาโคนาโซล (Sertaconazole) ใช้เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า (athlete’s foot) เป็นยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole) ทำหน้าที่ในการป้องกันการเติบโตของเชื้อรา

วิธีการใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล

ยานี้ใช้เฉพาะกับผิวหนังเท่านั้น ทําความสะอาดและเช็ดบริเวณที่จะรักษาให้แห้ง ใช้ยานี้เป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด ทายาให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ และบริเวณโดยรอบ หลังจากทายาแล้ว ล้างมือให้สะอาด อย่าพันผ้าพันแผลที่บริเวณทายา ห้ามทามากกว่าที่กำหนดไว้ เพราะนอกจากอาการจะไม่ได้หายเร็วแล้ว ผลข้างเคียงยังอาจจะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ห้ามทายานี้ บริเวณตา จมูก ปาก หรืออวัยวะเพศ

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด อย่าลืมทายาในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน

ใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดตามใบสั่งแพทย์ แม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากเริ่มใช้ยา การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้เชื้อราเติบโตต่อไป ซึ่งนำไปสู่การกำเริบของเชื้อได้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากได้รับการรักษา หรือเมื่อใดก็ตามที่อาการแย่ลง

การเก็บรักษายาเซอร์ตาโคนาโซล

ยาเซอร์ตาโคนาโซลควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเซอร์ตาโคนาโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเซอร์ตาโคนาโซลลงในชักโครก หรือทิ้งลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวัง และ คำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล

ก่อนใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีอาการแพ้ยานี้ หรือแพ้ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลอื่นๆ เช่น โคลไตรมาโซล (clotrimazole) คีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือ ไมโคนาโซล (miconazole) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยา ควรแจ้งประวัติทางการแพทย์กับแพทย์หรือเภลัขกรก่อน

ในช่วงการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และควรปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลดีกับแพทย์ก่อน

ยานี้อาจส่งผลต่อการให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อชั่งน้ำหนักความเสี่ยงของการใช้ยา

ยาเซอร์ตาโคนาโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล

อาจจะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน บวม ระคายเคือง กดเจ็บ ผิวเปลี่ยนสีหรือ ผิวแห้ง หากมีอาการแย่ลง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

โปรดแจ้งแพทย์ทันที หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น แผลพุพอง มีน้ำเหลืองเยิ้ม แผลเปิด

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรง อย่างเช่น ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Interactions

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเซอร์ตาโคนาโซลอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเซอร์ตาโคนาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเซอร์ตาโคนาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยาเซอร์ตาโคนาโซล เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเซอร์ตาโคนาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้า

ทายาเฉพาะที่ 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์

วิธีใช้ : ใช้การรักษาโรคน้ำกัดเท้าที่ง่ามเท้าโดยเฉพาะ (ที่เกิดจากเชื้อรา Trichophyton rubrum เชื้อรา T mentagrophytes และเชื้อรา Epidermophyton floccosum) ในคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกัน

คำแนะนำอื่น ๆ

คำแนะนำในการใช้

  • ยาทาเฉพาะที่ ห้ามใช้ยานี้ที่ดวงตา ปาก หรือ ที่บริเวณอวัยวะเพศ
  • ใช้ยาในปริมาณที่พอเหมาะ ทาให้ทั่วบริเวณที่ต้องการระหว่างนิ้วเท้า และโดยรอบบริเวณผิวที่สุขภาพดี
  • หากใช้หลังการอาบน้ำ ควรเช็ดบริเวณที่ต้องการให้แห้งสนิทก่อนทา

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ล้างมือให้สะอาดหลังทาครีม หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตา ปาก อวัยวะเพศ หรือบริเวณเยื่อเมือกบุผิวอื่นๆ
  • อย่าใช้แผ่นปิดแผลแบบปิดแน่น (occlusive dressing) เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ขนาดยาเซอร์ตาโคนาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้า

อายุ 12 ปี หรือมากกว่า : ทายาเฉพาะที่ 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์

วิธีใช้ : ใช้การรักษาโรคน้ำกัดเท้าที่ง่ามเท้าโดยเฉพาะ (ที่เกิดจากเชื้อรา Trichophyton rubrum เชื้อราT mentagrophytes และเชื้อรา Epidermophyton floccosum) ในคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกัน

ข้อควรระวัง

ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปียังไม่เป็นที่ยอมรับ

รูปแบบของยา

เซอร์ตาโคนาโซล มีจุดเด่นและรูปแบบการใช้งาน ดังนี้

  • ยาแบบน้ำทาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 15, 2019

แหล่งที่มา