โซลพิเดม (zolpidem)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: โซลพิเดม (zolpidem) Brand Name(s): แอมเบียน® (Ambien®).

ข้อบ่งใช้

ยา โซลพิเดม ใช้สำหรับ

ยา โซลพิเดม (zolpidem) ใช้สำหรับอาการนอนไม่หลับ (insomnia) ในผู้ใหญ่ หากคุณมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ยานี้จะช่วยให้คุณหลับได้เร็วขึ้น ทำให้คุณพักผ่อนในตอนกลางคืนได้ดีขึ้น ยาโซลพิเดมนั้นอยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่า ยานอนหลับกล่อมประสาท (sedative-hypnotics) ส่งผลให้สมองของคุณผลิตสารที่มีผลให้สงบลง

ยาโซลพิเดมนั้น มักจะจำกัดการใช้สำหรับการรักษาในระยะสั้นเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์หรือต่ำกว่านั้น

วิธีการใช้ยา โซลพิเดม

ทำตามคำแนะนำการใช้ยาจากแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ก่อนเริ่มใช้ยานี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านคู่มือการใช้ยา และเอกสารกำกับยาที่ได้จากเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ยานี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยาโซลพิเดมขณะที่ท้องว่างตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติ คือ วันละครั้งก่อนนอน เนื่องจากยาโซลพิเดมนั้น ออกฤทธิ์ได้เร็ว ควรรับประทานก่อนนอนทันที อย่ารับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือหลังมื้ออาหาร เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์ได้ช้า

อย่ารับประทานยานี้ ถ้าคุณไม่มีเวลานอนมากพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพราะหากคุณต้องตื่นก่อนเวลานั้น คุณอาจจะสูญเสียความทรงจำและอาจมีปัญหาด้านความปลอดภัยในการทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว เช่น ขับรถหรือใช้เครื่องจักร (อ่านเพิ่มเติมส่วนข้อควรระวัง)

ขนาดยานั้นขึ้นอยู่กับเพศ อายุ สภาวะของร่างกาย ยาอื่นๆ ที่คุณกำลังใช้ และการตอบสนองต่อการรักษา อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้บ่อยกว่า หรือใช้นานกว่าที่กำหนด อย่ารับประทานมากกว่า 10 มก. ต่อวัน ผู้หญิงมักจะได้รับสั่งยาขนาดต่ำกว่า เพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้ากว่าผู้ชาย ผู้สูงอายุมักได้รับสั่งยาขนาดต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

ยาโซลพิเดมอาจทำให้เกิดอาการถอนยา โดยเฉพาะหากใช้เป็นประจำในระยะเวลานาน หรือใช้ในขนาดยาที่สูง ในกรณีดังกล่าว อาการถอนยา (เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้าแดง ปวดท้อง กังวลใจ ตัวสั่นเทา) อาจเกิดขึ้นหากคุณหยุดใช้ยาโดยฉับพลัน เพื่อป้องกันอาการถอนยานี้ แพทย์จะค่อยๆ ลดขนาดยาลง ปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และแจ้งในทันทีหากมีอาการถอนยาเกิดขึ้น

ควบคู่กับประโยชน์ นานๆ ครั้งยานี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเสพยาที่ผิดปกติ (ติดยา) ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้น หากคุณเคยติดสุราหรือติดยาเสพติดมาก่อน รับประทานยานี้ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเสพติดยา

หากใช้ยาโซลพิเดมเป็นเวลานานอาจจะให้ผลได้ไม่ดีเท่าเดิม ปรึกษากับแพทย์หากยานี้หยุดทำงานได้ดีดังเคย

แจ้งแพทย์หากอาการของคุณยังมีอยู่หลังจากผ่านไป 7-10 วัน หรือมีอาการแย่ลง

คุณอาจจะมีปัญหากับการนอนหลับในช่วงคืนแรกๆ หลังจากที่คุณหยุดใช้ยานี้ เรียกว่า อาการนอนไม่หลับย้อนคืน (rebound insomnia) ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยปกติแล้วมักจะหายไปหลังจาก 1-2 คืน หากอาการนี้ยังคงเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ให้ติดต่อแพทย์

การเก็บรักษายาโซลพิเดม

ยาโซลพิเดมควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโซลพิเดมบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาโซลพิเดมลงในชักโครก หรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโซลพิเดม

ขณะที่กำลังพิจารณาในการใช้ยานี้ ควรพิจารณาเรื่องความเสี่ยงเทียบกับผลดีของการใช้ยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งแพทย์หากคุณมีอาการภูมิแพ้ หรืออาการผิดปกติต่อยานี้ หรือยาอื่น และแจ้งผู้ดูแลสุขภาพหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่ใช้นอกเหนือจากใบสั่งยา ควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบให้ดี

เด็ก

ยังไม่งานวิจัยที่เหมาะสม ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอายุกับประสิทธิภาพของยาโซลพิเดมในผู้ป่วยเด็ก ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยา

ผู้สูงอายุ

ยังไม่งานวิจัยที่เหมาะสมในปัจจุบัน ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ที่จะจำกัดประโยชน์ของยาโซลพิเดมในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่มีความรู้สึกไวต่อผลของยาโซลพิเดมมากกว่าผู้ใหญ่ที่อายุน้อย อาจจะเกิดอาการสับสน มึนงง หรือมีโอกาสหกล้มได้มากกว่า

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาโซลพิเดมจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโซลพิเดม

ยาโซลพิเดมอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรง หยุดใช้ยาโซลพิเดมและรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของการแพ้เหล่านี้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

แจ้งอาการที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออาการที่แย่ลงให้แพทย์ทราบ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ความก้าวร้าว สับสน ความคิดที่ไม่ปกติ เห็นภาพหลอน มีปัญหาเรื่องความจำ ลักษณะนิสัยเปลี่ยน มีพฤติกรรมเสี่ยง ความยั้งคิดลดลง ไม่กลัวอันตราย หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง

หยุดใช้ยาโซลพิเดมและติดต่อแพทย์ หากคุณมีอาการดังนี้

  • ปวดหน้าอก หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ รู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • มีปัญหากับการหายใจหรือการกลืน
  • รู้สึกเหมือนจะหมดสติ

ผลข้างเคียงทั่วไปมีดังนี้

  • ง่วงซึมในเวลากลางวัน มึนงง อ่อนแรง รู้สึกมึนเมา หรือวิงเวียน
  • รู้สึกเหนื่อย สูญเสียการทำงานที่ประสอดประสาน
  • คัดจมูก ปากแห้ง ระคายเคืองที่จมูกหรือลำคอ
  • คลื่นไส้ ท้องผูก ท้องร่วง ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโซลพิเดมอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะพิจารณาไม่รักษาคุณด้วยยานี้ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณใช้

  • โซเดียมออกซีเบต (Sodium Oxybate)

โดยปกติแล้วจะไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากได้รับใบสั่งยาทั้งสองตัวนี้ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งสองตัว

  • ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ยาบิวพรีนอร์ฟีน (Buprenorphine) ยาบูสไปโรน (Buspirone) ยาบูทาบาทิทอล (Butabarbital) ยาคาร์บามาเซพีน (Carbamazepine) ยาคาร์บินอกซามีน (Carbinoxamine) ยาเซริทินิบ (Ceritinib) ยาคลอไดอะซิปอกไซด์ (Chlordiazepoxide) ยาคลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine) ยาคลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin) ยาโคลนาซีแพม (Clonazepam) ยาคลอราซีเพท (Clorazepate) ยาโคบิซิสแตท (Cobicistat) ยาคริซอทนิบ (Crizotinib) ยาแดบราเฟนิบ (Dabrafenib) ยาเด็กซ์เมเดโทมิดีน (Dexmedetomidine) ยาไดอะซีแพม (Diazepam) ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ยาดอกซีลามีน (Doxylamine) ยาเอสลิคาร์เบเซพีนอะซิเตท (Eslicarbazepine Acetate) ยาเอสตาโซแลม (Estazolam) ยาเอสโซปิโคลน (Eszopiclone) ยาเอธคลอร์ไวนอล (Ethchlorvynol) ยาเฟนทานิล (Fentanyl) ยาฟลูมาซีนิล (Flumazenil) ยาฟลูราซีแพม (Flurazepam) ยาฟอสโปรโพฟอล (Fospropofol) ยาฟลูราซีแพม (Halazepam) ยาไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ยาไฮโดรมอร์โฟน (Hydromorphone) ยาไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) ยาไอเดลาลิซิบ (Idelalisib) ยาลอราซีแพม (Lorazepam) ยามีไคลซีน (Meclizine) ยาเมโปรบาเมท (Meprobamate) ยาเมทาโดน (Methadone) ยามิดาโซแลม (Midazolam) ยาไมโทเทน (Mitotane) ยามอร์ฟีน (Morphine) ยาซัลเฟตไลโปโซม (Sulfate Liposome) ยานิโลตินิบ (Nilotinib) ยาออกซาซีแพม (Oxazepam) ยาออกซิโคโดน (Oxycodone) ยาออกซิมอร์ฟีน (Oxymorphone) ยาเพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) ยาไพเพอราควิน (Piperaquine) ยาพราเซแพม (Prazepam) ยาไพรมิโดน (Primidone) ยาโปรเมทาซีน (Promethazine) ยาโปรโพฟอล (Propofol) ยาคลอเซแพม (Quazepam) ยาราเมลทีออน (Ramelteon) ยาเซโคบาร์บิทอล (Secobarbital) ยาซิลทูซิแมบ (Siltuximab) ยาซูโวแรกซ์แซน (Suvorexant) ยาเทเพนเทดอล (Tapentadol) ยาเทมาซีแพม (Temazepam) ยาไทโอริดาซีน (Thioridazine) ยาไตรอาโซแลม (Triazolam) ยาซาเลปลอน (Zaleplon)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงบางประการแต่การใช้ยาสองตัวนี้ร่วมกันอาจเป้นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งสองตัวนี้ร่วมกับแพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยาหนึ่งหรือทั้งสองตัว

  • ยาบูโพรพิออน (Bupropion) ยาไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) ยาเดซิพรามีน (Desipramine) ยาฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine) ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) (Perampanel) ยาไรแฟมพิน (Rifampin) ยาเซอร์ทราลีน (Sertraline) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St John’s Wort) ยาทีลาพรีเวียร์ (Telaprevir) ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโซลพิเดม อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโซลพิเดม อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะอาการต่อไปนี้

  • มีประวัติการดื่มสุราอย่างหนัก
  • มีประวัติการติดยาเสพติด อาจทำให้ติดยาโซลพิเดมได้
  • มีประวัติการเป็นโรคซึมเศร้า
  • เป็นโรคปอด หรือปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ
  • มีประวัติ​อาการผิดปกติทางจิต
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis)
  • โรคหยุดหายใจขณะหลับ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลงได้
  • โรคตับ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ระดับของยาโซลพิเดมในเลือดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโซลพิเดมสำหรับผู้ใหญ่

สำหรับรักษาอาการนอนไม่หลับ :

  • ขนาดยาสำหรับยารับประทาน (ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน)
    • ผู้ใหญ่—6.25 มก. (สำหรับผู้หญิง) หรือ 6.25 หรือ 12.5 มก. (สำหรับผู้ชาย) วันละครั้งก่อนนอน แพทย์อาจจะเพิ่มขนาดยาเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรเกิน 12.5 มก. ต่อวัน
    • ผู้สุงอายุ—6.25 มก. วันละครั้งก่อนนอน
  • ขนาดยาสำหรับยารับประทาน (ยาเม็ด)
    • ผู้ใหญ่—5 มก. (สำหรับผู้หญิง) หรือ 5 หรือ 10 มก. (สำหรับผู้ชาย) วันละครั้งก่อนนอน แพทย์อาจจะเพิ่มขนาดยาเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรเกิน 10 มก. ต่อวัน
    • ผู้สุงอายุ—5 มก. วันละครั้งก่อนนอน

ขนาดยาโซลพิเดมสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัย และประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด ขนาด 6.25 มก.และขนาด 12.5 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดมีดังนี้

  • ง่วงซึม
  • โคม่า (หมดสติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง)
  • หายใจช้าหรือหัวใจเต้นช้า

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: สิงหาคม 28, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 1, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน