โลเทเพรดนอล (Loteprednol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: โลเทเพรดนอล (Loteprednol) Brand Name(s): โลเทเพรดนอล (Loteprednol) และ โลเทเพรดนอล (Loteprednol).

ข้อบ่งใช้

ยา โลเทเพรดนอล (Loteprednol) ใช้สำหรับ

ยา โลเทเพรดนอล (Loteprednol) ใช้เพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับตาบางชนิด ที่เกิดขึ้นจากการอักเสบ หรือการบาดเจ็บ ยานี้ยังใช้หลังจากการผ่าตัดตา ยาโลเทเพรดนอลจะออกฤทธิ์บรรเทาอาการบวม รอยแดง หรือคัน ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่ายาคอร์ติโคสเตอรอยด์ (corticosteroid)

วิธีการใช้ยา โลเทเพรดนอล

อย่าใส่คอนแทคเลนส์ขณะที่ใช้ยานี้ เว้นแต่แพทย์จะแนะนำ ฆ่าเชื้อคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต และตรวจสอบกับแพทย์ก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง
หากแพทย์ยินยอมให้ใส่คอนแทคเลนส์ระหว่างที่ใช้ยานี้ ถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนหยอดตา รออย่างน้อย 15 นาทีหลังจากหยอดยาแต่ละครั้งก่อนใส่คอนแทคเลนส์
ล้างมือก่อนหยอดตา เขย่าขวดให้ดีก่อนใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ อย่าสัมผัสหลอดหยดยา หรือทำให้ส่วนดังกล่าวสัมผัสกับตาหรือพื้นผิวใดๆ
เอียงศีรษะไปด้านหลัง มองขึ้นด้างบน และดึงหนังตาส่วนล่างลงให้เป็นถุงตา จับที่หยดยาให้อยู่เหนือตา แล้วบีบยา 1 หยดลงไปในถุงตา มองลงไปด้านล่างและค่อยๆ หลับตาเป็นเวลา 1 ถึง 2 นาที วางนิ้วหนึ่งนิ้วที่มุมหนึ่งของตา (ที่ใกล้จมูก) และกดลงไปเบาๆ การทำอย่างนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ยาไหลออก อย่ากระพริบตาหรือขยี้ตา ทำอย่างนี้ซ้ำกันกับตาอีกข้างหนึ่งหากได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น หรือหากขนาดยามีมากกว่า 1 หยด
หยอดยาบ่อยๆ ตามที่แพทย์สั่ง อย่าล้างที่หยดยา ปิดฝาขวดหลังการใช้แต่ละครั้ง
หากคุณใช้ยารักษาตาประเภทอื่น (เช่น ยาหยอดตาประเภทอื่นหรือขี้ผึ้งป้ายตา) รออย่างน้อย 5 ถึง 10 นาที ก่อนใช้ยาประเภทอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนทาขี้ผึ้งป้ายตา
ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด เพื่อช่วยจำ ใช้ยานี้ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน
ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรคและการตอบสนองต่อการรักษา อย่าใช้ยานี้บ่อยเกินไป หรือเกินกว่าที่แพทย์สั่ง เนื่องจากการทำอย่างนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง
ใช้ยานี้ตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง อย่าหยุดยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาการอาจแย่ลงเมื่อหยุดยากะทันหัน อาจจำเป็นต้องค่อยๆ ลดขนาดยา
อย่าใช้ยานี้หากยานี้ติดเชื้อ (เช่น ยามีสีเข้มขึ้น) การใช้ยาหยอดตาที่ติดเชื้อ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ความเสียหายต่อตาที่รุนแรง และสูญเสียการมองเห็น ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 2 วัน หรืออาการแย่ลง

การเก็บรักษายาโลเทเพรดนอล

คุณควรเก็บยาโลเทเพรดนอลไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาโลเทเพรดนอลไว้ให้ห้องน้ำหรือชอ่งแช่แข็ง ยาโลเทเพรดนอลแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
คุณไม่ควรทิ้งยาโลเทเพรดนอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกร เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโลเทเพรดนอล

ก่อนใช้ยาโลเทเพรดนอล แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยาชนิดนี้ หรือมีอาการแพ้ประเภทอื่น ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ในการรักษา แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับประวัติความเจ็บป่วย โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ตา ต้อกระจก ต้อหินชนิดมุมเปิด สายตาสั้นอย่างรุนแรง และโรคเบาหวาน

หลังจากใช้ยานี้ คุณอาจมองเห็นไม่ชัดชั่วคราว อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า คุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งแพทย์ ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

หากคุณเพิ่งจะติดเชื้อหรือบาดเจ็บที่ตา รวมถึงผ่าตัดตา ถามแพทย์ว่าคุณยังควรใช้ยาโลเทรเพรดนอลขวดเดิม หรือควรใช้ขวดใหม่

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาเเพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและข้อดี

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ายานี้จะซึมเข้าสู่น้ำนมหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาโลเทเพรดนอล ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เสมอ เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนใช้ยาโลเทเพรดนอล อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาโลเทเพรดนอล จัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = มีหลักฐานถึงความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาโลเทเพรดนอล

คุณอาจปวดหรือแสบตาเป็นเวลา 1 ถึง 2 นาที และมองเห็นไม่ชัดชั่วคราวเมื่อคุณใช้ยานี้ หากอาการเหล่านี้ยังคงไม่หายไปหรือแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

โปรดจำไว้ว่า แพทย์ได้จ่ายยานี้ เนื่องจากได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

การใช้ยานี้เป็นระยะเวลานาน หรือในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตาที่รุนแรง (เช่น ความดันตาสูง หรือต้อกระจก) แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ค่อยเกิดขึ้นแต่รุนแรงเหล่านี้ ได้แก่ ปัญหาในการมองเห็น ปวดตา

ยานี้อาจบดบังสัญญาณของการติดเชื้อที่ตา และทำให้คุณเสี่ยงที่จะติดเชื้อที่ตาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในระยะเวลานาน รายงานแพทย์เกี่ยวกับอาการที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือแย่ลงใดๆ เช่น ของเหลวไหลออกจากตา ตาบวม ตาแดง ปัญหาในการมองเห็น หรือโรคเกี่ยวกับตาไม่ดีขึ้น แพทย์จำเป็นต้องปรับการรักษา

แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่น่าเกิดขึ้นแต่รุนแรงเหล่านี้ คือ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ

อาการแพ้ยานี้ที่รุนแรงพบได้ยาก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ที่รุนแรง ได้แก่ เกิดผื่น คันผิวหรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโลเทเพรดนอลอาจเกิดปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณใช้อยู่ออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งแพทย์ ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโลเทเพรดนอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโลเทเพรดนอลอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกาย อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยาโลเทเพรดนอล

ขนาดยาโลเทเพรดนอลที่ผู้ใหญ่ควรใช้

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ขึ้นตาตามฤดูกาล (Seasonal Allergic Conjunctivitis)

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.2 เปอร์เซ็นต์: 1 หยดลงบนตา 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

เขย่าขวดก่อนใช้

การใช้: บรรเทาสัญญาณและอาการของภูมิแพ้ขึ้นตาตามฤดูกาลชั่วคราว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคผิวหนังบนใบหน้า (Acne Rosacea)

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: 1 ถึง 2 หยดลงบนถุงเยื่อตาขาว (conjunctival sac) 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

  • เขย่าขวดก่อนใช้
  • ระหว่างการรักษาขั้นแรกเริ่มในช่วงภายในสัปดาห์แรก อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 1 หยดทุกชั่วโมงหากจำเป็น

การใช้: บรรเทาสัญญาณและอาการของภูมิแพ้ขึ้นตาตามฤดูกาลชั่วคราว

  • ควรดูแลไม่ให้หยุดหยอดยาก่อนกำหนด
  • หากอาการหรือสัญญาณไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยา 2 วัน ควรประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เยื่อบุตา เยื่อบุตาขาว กระจกตาและส่วนหน้าของลูกตา เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา โรคผิวหนังบนใบหน้า กระจกตาดำเป็นจุดแผลเล็ก ๆ (superficial punctate keratitis) งูสวัสที่ตา (herpes zoster keratitis) ม่านตาอักเสบ ไซไคลตีส (cyclitis) โรคตาแดงติดเชื้อบางส่วน (selected infective conjunctivitis) ซึ่งตอบสนองต่อยาสเตอรอยด์ เมื่ออันตรายของการใช้สเตอรอยด์เป็นเรื่องยอมรับได้ เพื่อที่จะลดการบวมและการอักเสบ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยม่านตาอักเสบ

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: 1 ถึง 2 หยดลงบนเยื่อบุตา 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

  • เขย่าขวดก่อนใช้
  • ระหว่างการรักษาขั้นแรกเริ่มในช่วงภายในสัปดาห์แรก อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 1 หยดทุกชั่วโมงหากจำเป็น
  • ควรดูแลไม่ให้หยุดหยอดยาก่อนกำหนด
  • หากอาการหรือสัญญาณไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยา 2 วัน ควรประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เยื่อบุตา เยื่อบุตาขาว กระจกตาและส่วนหน้าของลูกตา เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา โรคผิวหนังบนใบหน้า กระจกตาดำเป็นจุดแผลเล็กๆ งูสวัดที่ตา ม่านตาอักเสบ ไซไคลตีส โรคตาแดงติดเชื้อบางส่วนซึ่งตอบสนองต่อยาสเตอรอยด์ หากอันตรายของการใช้สเตียรอยด์เป็นเรื่องยอมรับได้เพื่อที่จะลดการบวมและการอักเสบ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคกระจกตาอักเสบ

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: 1 ถึง 2 หยดลงบนเยื่อบุตา 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

  • เขย่าขวดก่อนใช้
  • ระหว่างการรักษาขั้นแรกเริ่มในช่วงภายในสัปดาห์แรก อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 1 หยดทุกชั่วโมงหากจำเป็น
  • ควรดูแลไม่ให้หยุดหยอดยาก่อนกำหนด
  • หากอาการหรือสัญญาณไม่ดีขึ้น หลังจากใช้ยา 2 วัน ควรประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เยื่อบุตา เยื่อบุตาขาว กระจกตา และส่วนหน้าของลูกตา เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา โรคผิวหนังบนใบหน้า กระจกตาดำเป็นจุดแผลเล็กๆ งูสวัดที่ตา ม่านตาอักเสบ ไซไคลตีส โรคตาแดงติดเชื้อบางส่วนซึ่งตอบสนองต่อยาสเตอรอยด์ หากอันตรายของการใช้สเตอรอยด์เป็นเรื่องยอมรับได้ เพื่อที่จะลดการบวมและการอักเสบ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคเยื่อบุตาอักเสบ

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: 1 ถึง 2 หยดลงบนบนเยื่อบุตา 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

  • เขย่าขวดก่อนใช้
  • ระหว่างการรักษาขั้นแรกเริ่มในช่วงภายในสัปดาห์แรก อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 1 หยดทุกชั่วโมง หากจำเป็น
  • ควรดูแลไม่ให้หยุดหยอดยาก่อนกำหนด
  • หากอาการหรือสัญญาณไม่ดีขึ้น หลังจากใช้ยา 2 วัน ควรประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เยื่อบุตา เยื่อบุตาขาว กระจกตาและส่วนหน้าของลูกตา เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา โรคผิวหนังบนใบหน้า กระจกตาดำเป็นจุดแผลเล็กๆ งูสวัดที่ตา ม่านตาอักเสบ ไซไคลตีส โรคตาแดงติดเชื้อบางส่วนซึ่งตอบสนองต่อยาสเตอรอยด์ หากอันตรายของการใช้สเตอรอยด์เป็นเรื่องยอมรับได้ เพื่อที่จะลดการบวมและการอักเสบ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคไซไคลตีส

ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: 1 ถึง 2 หยดลงบนเยื่อบุตา 4 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

  • เขย่าขวดก่อนใช้
  • ระหว่างการรักษาขั้นแรกเริ่มในช่วงภายในสัปดาห์แรก อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 1 หยดทุกชั่วโมง หากจำเป็น
  • ควรดูแลไม่ให้หยุดหยอดยาก่อนกำหนด
  • หากอาการหรือสัญญาณไม่ดีขึ้น หลังจากใช้ยา 2 วัน ควรประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เยื่อบุตา เยื่อบุตาขาว กระจกตาและส่วนหน้าของลูกตา เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา โรคผิวหนังบนใบหน้า กระจกตาดำเป็นจุดแผลเล็กๆ งูสวัดที่ตา ม่านตาอักเสบ ไซไคลตีส โรคตาแดงติดเชื้อบางส่วน ซึ่งตอบสนองต่อยาสเตอรอยด์ เมื่ออันตรายของการใช้สเตอรอยด์เป็นเรื่องยอมรับได้ เพื่อที่จะลดการบวมและการอักเสบ

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่ตาหลังการผ่าตัด (Postoperative Ocular Inflammation)

ขี้ผึ้งป้ายตา 0.5 เปอร์เซ็นต์: ป้ายขึ้ผึ้งจำนวนน้อย (เป็นแถบยาวประมาณ 0.5 นิ้ว) ที่ถุงเยื่อตาขาว 4 ครั้งต่อวันก่อนผ่าตัด และทำไปเรื่อยๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

เจลหรือยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: หยอดตา 1 ถึง 2 หยดทีเยื่อบุตา 4 ครั้งต่อวันก่อนผ่าตัดและทำไปเรื่อย ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

คำแนะนำ

  • เจล 0.5 เปอร์เซ็นต์: คว่ำขวดแล้วเขย่าหนึ่งครั้งเพื่อให้ยาลงไปอยู่ที่ปลายขวดก่อนหยอดตา
  • ยาน้ำแขวนตะกอน 0.5 เปอร์เซ็นต์: เขย่าก่อนใช้

การใช้: ใช้รักษาการติดเชื้อที่ตาหลังการผ่าตัดตา

ขนาดยาโลเทเพรดนอลสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือ ต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

ยาโลเทเพรดนอลมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับหยอดตา (Ophthalmic suspension)
  • ขึ้ผึ้งป้ายตา
  • เจลหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 31, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 11, 2019