ไดโคลฟีแนคโซเดียม (Diclofinac Sodium)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไดโคลฟีแนคโซเดียม (Diclofinac Sodium) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยา ไดโคลฟีแนคโซเดียม ใช้สำหรับ

ยา ไดโคลฟีแนคโซเดียม (Diclofinac Sodium) ไดโคลฟีแนคโซเดียม (Diclofinac Sodium) มักใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด บวม หรือการอักเสบที่เกิดจากอาการบาดเจ็บหรือสภาวะต่างๆ เช่น ข้อเสื่อม (osteoarthritis) โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) อาการปวดประจำเดือน ไมเกรน และโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis) นอกจากนี้ ยา ไดโคลฟีแนคโซเดียม ยังอาจใช้เพื่อการใช้อื่นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดสอบถามกับแพทย์หรือเภสัชกร

วิธีการใช้ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม

  • อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า หรือน้อยกว่า หรือนานกว่าที่กำหนด
  • รับประทานยาแคปซูล/ยาเม็ดพร้อมกับน้ำเต็มแก้ว อย่าเคี้ยวหรือหักยา ควรกลืนยาแคปซูล/ยาเม็ดลงไปทั้งเม็ด
  • ฉีดยาแบบสารละลายที่โรงพยาบาล หรือคลินิก
  • สอบถามผู้ดูแลสุขภาพหากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการใช้ยา

การเก็บรักษายาไดโคลฟีแนคโซเดียม

ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมบางยี่ห้อ อาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไดโคลฟีแนคโซเดียมลงในชักโครก หรือในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม

ปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรถ้าหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณมีความตั้งใจหรือกำลังให้นมบุตร  ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ ของยาไดโคลฟีแนคโซเดียมหรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C/D หากใช้ในช่วงอายุครรภ์ 30 สัปดาห์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม

ผลข้างเคียงของยาไดโคลฟีแนคโซเดียม ได้แก่

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่มใช้ยา หยุดใช้ยา หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาฟอนดาพารินุกซ์ (fondaparinux) อย่างอะริกซ์ทรา (Arixtra) ยาดาบิกาแทรน (dabigatran) อย่างพราดาซา (Pradaxa) ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างแจนโทเวน (Jantoven) หรือคูมาดิน (Coumadin) หรือยาเฮพาริน (heparin)
  • ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants) เช่น ยาไซตาโลแพรม (citalopram) อย่างเซเลซา (Celexa) ยาพาร็อกซีทีน (paroxetine) อย่างพาซิล (Paxil) ยาเอสซิตาโลแพรม (escitalopram) อย่างเลซิโปร (Lexapro)
  • ยาขับน้ำ เช่น ยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (hydrochlorothiazide) อย่างเอสซิดริกซ์ (Esidrix) หรือไมโครไซด์ (Microzide) ยาคลอธาลิโดน (chorthalidone) อย่างทราลิโทน (Thalitone) หรือยาคลอโรไทอะไซด์ (chlorothiazide) อย่างไดริล (Diuril)
  • ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta blockers) เช่น ยาอะซีบูโทลอล (Acebutolol) อย่างเซคทรัล (Sectral) ยาไบโซโปรลอล (bisoprolol) อย่างเซเบต้า (Zebeta) ยาอะทีโนลอล (atenolol) อย่างเทนอร์มิน (Tenormin) ยาเอสโมลอล (esmolol) อย่างเบรไวบล็อค (Brevibloc) หรือยาคาร์วีไดลอล (carvedilol) อย่างคอร์เรก (Coreg)
  • ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ [NSAID] รวมทั้ง ยาเซเลโคซิบ (celecoxib) อย่างเซเลเบร็กซ์ (Celebrex) ยานาพรอกเซน (naproxen) อย่างอะลีฟ (Aleve) นาโพรซิน (Naprosyn) ยามีลอกซิแคม (meloxicam) อย่างโมบิค (Mobic) ยานาบูมีโทน (nabumetone) อย่างเรลาเฟน (Relafen) หรือยาเอโทโดแลค (etodolac) อย่างโลดีน (Lodine)
  • ยาสำหรับโรคเบาหวานในกลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) เช่น ยาไกลเมพิไรด์ (glimepiride) อย่างอะมาร์ริล (Amaryl) ยาไกลบูไรด์ (glyburide) อย่างไดอาบีตา (DiaBeta) หรือไมโครนาส (Micronase) หรือไกลนาส (Glynase) และยาไกลพิไซด์ (glipizide) อย่างกลูโคทรอล (Glucotrol)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไดโคลฟีแนคโซเดียมอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้ยาเสมอ ในกรณีที่คุณมีโรคประจำตัวและถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้
  • โรคหอบหืด รวมถึงประวัติการหายใจได้แย่ลง หลังจากการใช้ยาแอสไพริน หรือยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ [NSAID]
  • มีปัญหากับเลือดออกหรือลิ่มเลือด
  • โรคหัวใจ (เช่น เคยมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน)
  • ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคตับ
  • มีริดสีดวงจมูก
  • มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น มีเลือดออก มีแผล อาการแสบร้อนกลางอกกำเริบ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไดโคลฟีแนคโซเดียมสำหรับผู้ใหญ่

1 โรคข้อรูมาตอยด์

  • ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม: ขนาดยาที่แนะนำคือ 50 มก. ทุก ๆ 8 ชั่วโมง หรือ 75 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ยาออกฤทธิ์นาน: ขนาดยาที่แนะนำคือ 100 มก. วันละครั้ง อาจเพิ่มขึ้นถึง 100 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง

2 โรคข้อเสื่อม

  • ยาไดโคลฟีแนคโซเดียม: ขนาดยาที่แนะนำคือ 50 มก. รับประทานทุก ๆ8 ชั่วโมง หรือ 75 มก. ทุก ๆ 12 ชั่วโมง
  • ยาออกฤทธิ์นาน: ขนาดยาที่แนะนำคือ 100 มก. รับประทานวันละครั้ง อาจเพิ่มขึ้นถึง 100 มก. ทุก ๆ 12 ชั่วโมง
  • ซอร์โวลเลกซ์ (Zorvolex): ขนาดยาที่แนะนำคือ 35 มก. วันละ 3 ครั้ง

3 โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 25 มก วันละ 4 หรือ 5 ครั้ง

4 อาการปวดแบบเฉียบพลันระดับต่ำถึงปานกลาง:

  • ซอร์โวลเลกซ์: ขนาดยาที่แนะนำคือ 18 มก. หรือ 35 มก. วันละ 3 ครั้ง

5  อาการปวด (ให้ยาทางหลอดเลือด)

ข้อระบุสำหรับการจัดการอาการปวดระดับต่ำถึงปานกลาง และอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง ใช้เป็นยาเพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับยาแก้ปวดโอปิออยด์ (opioid analgesics)

  • ใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด ที่เหมาะสมกับเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 37.5 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทันทีนานกว่า 15 วินาที ทุกๆ 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 150 มก./วัน
  • เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์กับไต ผู้ป่วยควรได้รับน้ำที่เพียงพอก่อนการให้ยาทางหลอดเลือด

ขนาดยาไดโคลฟีแนคโซเดียมสำหรับเด็ก

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก (Juvenile Rheumatoid Arthritis) เป็นการใช้ยาที่ไม่ได้ระบุในเอกสารกำกับยา (Off-label)

  • อายุน้อยกว่า 3 ปี: ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุ 3 ปีขึ้นไป: ขนาดยาที่แนะนำคือ 2-3 มก./กก./วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ช้า(Delayed Release) 25 มก. 75 มก.
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน(Extended-Release) 100 มก. ยาโวลทาเรน เอ็กซ์อาร์ (Voltaren XR)
  • ยาแคปซูล 18 มก. ซอร์โวลเลกซ์ (Zorvolex) 35 มก. ซอร์โวลเลกซ์ (Zorvolex)
  • สารละลายสำหรับฉีด 37.5 มก./มล. ไดลอเจค (Dyloject)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: กันยายน 4, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 27, 2019