ไรรูโซล (Riluzole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไรรูโซล (Riluzole) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ไรรูโซล ใช้สำหรับ

ไรรูโซล (Riluzole) ใช้เพื่อรักษาโรคเส้นประสาทบางชนิดที่เรียกว่า โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (amyotrophic lateral sclerosis) หรือที่เรียกว่าโรคลูเกริก (Lou Gehrig’s disease) ยา ไรรูโซล ช่วยบรรเทาอาการของโรคไม่ให้แย่ลงไปมากกว่านี้ และช่วยให้มีชีวิตรอดได้นานขึ้น แต่ยานี้ไม่สามารถรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอสให้หายขาด และไม่สามารถฟื้นฟูเส้นประสาทที่เสียหาย หรือกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงให้กลับมาเป็นดังเดิมได้ ยาไรรูโซลนั้นคาดว่าจะทำงานโดยการปกป้องเส้นประสาทในสมองและไขสันหลัง จากสารตามธรรมชาติที่มีมากเกินไปอย่างสารกลูตาเมต (glutamate) ที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เส้นประสาทเสียหาย

วิธีการใช้ยาไรรูโซล

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติคือทุกๆ 12 ชั่วโมงขณะท้องว่าง อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร

ใช้ยานี้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

อย่าเพิ่มขนาดยา รับประทานบ่อยกว่า หรือรับประทานนานกว่าที่กำหนดเนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจเพิ่มขึ้น

การเก็บรักษายาไรรูโซล

ยาไรรูโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไรรูโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไรรูโซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไรรูโซล

ก่อนใช้ยาไรรูโซล แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคตับ โรคไต

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่อาจส่งผลกระทบต่อระดับของยาในเลือด แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณสูบบุหรี่ หรือใช้นิโคติน หรือหากคุณหยุดสูบบุหรี่แล้ว

สมรรถภาพของไตและตับจะลดลง เมื่อคุณมีอาการเพิ่มขึ้น ยานี้ได้รับการกำจัดโดยไตและตับ ดังนั้น ผู้สูงอายุจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยาได้มากกว่า

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไรรูโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไรรูโซล

อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด ง่วงซึม เหนื่อยล้า คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง เบื่ออาหาร ปวดท้อง หรือเหน็บชาที่ปาก หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เจ็บคอไม่ยอมหาย เป็นไข้ หนาวสั่น ไอ)

รับการรักษาในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียนไม่ยอมหยุด ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง ปวดท้องอย่างรุนแรง ปัสสาวะสีคล้ำ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ เช่น อัลโลพูรินอล (allopurinol) เมทิลโดปา (methyldopa) หรือซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine) ยาที่ส่งผลกระทบต่อเอ็นไซม์ตับที่กำจัดยาไรรูโซลออกจากร่างกาย เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) คาเฟอีน โอเมพราโซล (omeprazole) ไรแฟมพิน (rifampin) ทาครีน (tacrine) ควิโนโลน (quinolone) หรือยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin)

ยาไรรูโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไรรูโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไรรูโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไรรูโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

  • 50 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • การใช้ยาในขนาดที่สูงกว่านั้นไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าได้แต่อาการไม่พึงประสงค์อาจจะเพิ่มขึ้น
  • ควรรับประทานยาเม็ดไรรูโซลอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากมื้ออาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซึมลดลงที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องหรือไม่ แต่เนื่องจากกระบวนการย่อยสลายยาไรรูโซลและยาในปริมาณน้อยนั้นจะจำกัดโดยไต แนะนำให้ใช้ด้วยความระมัดระวังหากต้องใช้ยาไรรูโซลในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ผู้ผลิตได้แจ้งว่าไม่ควรใช้ยาไรรูโซลในผู้ป่วยที่มีผลการตรวจสอบสมรรถภาพของตับผิดปกติ
  • ยาไรรูโซลส่วนมากนั้นจะถูกย่อยสลายที่ตับ ควรใช้ยาไรรูโซลด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่เป็นหรือเคยเป็นโรคตับ การทดลองทางการแพทย์ที่ได้รับการเผยแพร่นั้น ไม่รวมกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอยู่ด้วย ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการปรับขนาดยาในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้
  • หากผู้ป่วยกำลังใช้ยาไรรูโซล และมีค่าเอแอลทีน้อยกว่า 5 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ ควรดำเนินการรักษาต่อไปด้วยความระมัดระวัง ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีค่าเอแอลทีมากกว่า 5 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ แพทย์ ผู้ป่วย และ/หรือผู้ดูแลควรพิจารณาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อประโยชน์ในการดำเนินการรักษาต่อไป หากยังคงดำเนินการรักษาด้วยยาไรรูโซลต่อไป ผู้ผลิตแนะนำให้ควรมีการเฝ้าระดับสมรรถภาพของตับอย่างสมบูรณ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ ควรหยุดการรักษาหากค่าเอแอลทีมากกว่า 10 เท่าของขีดกำจัดบนของค่าปกติ
  • ยังไม่เคยมีการทดลองให้ยาซ้ำอีกครั้ง ในผู้ป่วยที่เคยหยุดใช้ยาไรรูโซล เนื่องจากค่าเอแอลทีสูงเกินไป

ขนาดยาไรรูโซลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: ธันวาคม 9, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 26, 2019

แหล่งที่มา