ทุกเรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับอาการ หอบหืดตอนกลางคืน

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้จักโรคหอบหืดกับมาบ้างแล้ว แต่เคยทราบหรือไม่ว่า ยังมีโรคหอบหืดอีกชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า หอบหืดตอนกลางคืน (nocturnal asthma) โรคหอบหืดชนิดนี้คืออะไร และมีวิธีป้องกันอย่างไร ติดตามได้จากบทความนี้

หอบหืดตอนกลางคืนคืออะไร

หอบหืดตอนกลางคืนเป็นอาการหอบหืดประเภทหนึ่ง ที่จะมีอาการรุนแรงขึ้นในตอนกลางคืน โดยจะมีอาการเกี่ยวกับการตอบสนองของทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้ปอดทำงานไม่ดี และมีความจำเป็นต้องใช้ยา โรคหอบหืดตอนกลางคืนมักมีความรุนแรงมาก จนจำเป็นต้องได้รับการรักษา

อาการของหอบหืดตอนกลางคืน

หากเป็นหอบหืดตอนกลางคืน อาจปรากฏอาการต่างๆ ทั่วไปที่พบบ่อย เช่น ไอ หายใจมีเสียง หายใจลำบาก และแน่นหน้าอก อย่างไรก็ดี อาการต่างๆ จะมีความรุนแรงมากขึ้นในตอนกลางคืน จนรบกวนการนอน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อย ไม่สดชื่น หงุดหงิด และง่วงนอน ในวันถัดมา ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนจากหอบหืดได้

การเป็นหอบหืดตอนกลางคืนทำให้คุณภาพชีวิตลดลง และอาจทำให้อาการหอบหืดตอนกลางวันแย่ลงได้ หมายความว่าผู้ป่วยอาจจะต้องเผชิญกับอาการหอบหืด ไม่เฉพาะในตอนกลางคืน แต่ในระหว่างวันด้วย

สาเหตุของหอบหืดตอนกลางคืน

ทำไมอาการหอบหืดจึงแย่ลงในตอนกลางคืน ยังไม่มีเหตุผลที่แน่ชัด อย่างไรก็ดี สาเหตุของหอบหืดตอนกลางคืนที่เป็นไปได้ มีดังนี้คือ

  • จมูกอักเสบ ในตอนกลางคืน ในระหว่างที่นอนหลับ ทางเดินหายใจมีแนวโน้มตีบลง ซึ่งสามารถขัดขวางการหายใจได้ และอาจทำให้เกิดอาการไอ การไอจะทำให้ทางเดินหายใจมีความตึง และหากทางเดินหายใจมีความไวเป็นอย่างมาก สารคัดหลั่งที่เพิ่มขึ้นจากจมูกอักเสบ ก็สามารถกระตุ้นอาการต่างๆ ของหอบหืดขึ้นได้
  • ท่านอน การนอนในท่าเอนหลัง อาจกระตุ้นหอบหืดตอนกลางคืน เนื่องจากภาวะโพรงจมูกอักเสบมีการหลั่งของเหลวออกมาก ในขณะที่ปริมาตรปอดลดลง และปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นในปอด และอากาศที่หายใจอาจถูกขัดขวาง
  • เครื่องปรับอากาศ การนอนในอากาศเย็นอาจทำให้ทางเดินหายใจเย็นลงและมีความชื้นลดลง การสูญเสียความร้อนและความชื้นสามารถกระตุ้นหอบหืดได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ให้ปิดเครื่องปรับอากาศ
  • กรดไหลย้อน ภาวะนี้อาจเกิดร่วมกับอาการแสบร้อนกลางอก กรดในกระเพาะอาหารอาจไหลย้อนขึ้นผ่านหลอดอาหารไปยังกล่องเสียง ซึ่งอาจกระตุ้นการบีบเกร็งของหลอดลม โดยอาจมีอาการแย่ลงเมื่อนอนลง หรือใช้ยารักษาหอบหืด (ยาเหล่านี้จะทำให้ช่องปิดระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหารคลายตัวออก) ในบางครั้ง กรดในกระเพาะอาหารกระตุ้นหลอดอาหาร ซึ่งทำให้เกิดการหดตัวของทางเดินหายใจ หากกรดสามารถไหลย้อนขึ้นไปยังลำคอ จะทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง และทางเดินหายใจอาจตีบได้
  • ฮอร์โมน ฮอร์โมนอะดรีนาลีนเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่แพร่กระจายในเลือด ซึ่งพบได้ในทุกคน ฮอร์โมนอะดรีนาลีนส่งผลต่อหลอดลม โดยทำให้กล้ามเนื้อผนังหลอดลมคลายตัว ทำให้ทางเดินหายใจคงขนาดปกติไว้ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ฮอร์โมนอะดรีนาลีนยังกระตุ้นการปล่อยสารต้านภูมิแพ้ที่มีชื่อว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งทำให้เกิดการหลั่งน้ำมูก และการบีบเกร็งของหลอดลม ฮอร์โมนอะดรีนาลีนมีแนวโน้มลดลงในระหว่างนอนหลับ ดังนั้น สารต้านภูมิแพ้ฮิสตามีนก็จะลดลงด้วย ส่งผลให้หอบหืดมีอาการแย่ลงในช่วงเวลานี้
  • การตอบสนองระยะท้าย (late phase response) เมื่อผู้ป่วยได้รับสิ่งกระตุ้นหอบหืดหรือสารก่อภูมิแพ้ อาจปรากฏการจับหืดขึ้น และอาจมีอาการหอบหืดครั้งที่สองตามมาอีก ภายในเวลา 3 ถึง 8 ชั่วโมงหลังจากครั้งแรก ซึ่งเรียกว่าการตอบสนองหอบหืดในระยะท้าย โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผู้ป่วยมีโอกาสมากกว่าที่จะมีการตอบสนองหอบหืดในระยะท้าย หากได้รับสารก่อภูมิแพ้ในตอนเย็น

วิธีการรักษาหอบหืดตอนกลางคืน

ถึงแม้ว่าโรคหอบหืดตอนกลางคืนไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่การใช้ยาสามารถลดอาการอักเสบ และป้องกันอาการต่างๆ ได้ เนื่องจากหอบหืดตอนกลางคืนมักเกิดขึ้นในระหว่างนอนหลับ การรักษาจึงควรครอบคลุมช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่ยาที่ใช้ได้แก่ ยารักษาหอบหืดสำหรับสูดดมที่ประกอบด้วยยาขยายหลอดลม (bronchodilator) สามารถป้องกันการบีบเกร็งของหลอดลมได้ และยารักษาหอบหืดสำหรับสูดดมที่ประกอบด้วยคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) สามารถบรรเทาอาการได้ในระยะยาว ส่วนในกรณีที่ ผู้ป่วยมีภาวะกรดไหลย้อนด้วย อาจจำเป็นต้องใช้ยารักษากรดไหลย้อนร่วมด้วย

ผู้ป่วยควรอยู่ให้ห่างจากสิ่งกระตุ้นหอบหืด เช่น ไรฝุ่น สปอร์เชื้อรา และสะเก็ดผิวหนังสัตว์เลี้ยง ซึ่งช่วยได้มากในการป้องกันหอบหืด

นอกจากนี้ คุณสามารถใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อตรวจการทำงานของปอด หากพบว่ามีสิ่งบ่งชี้ผิดปกติใดๆ ควรมีการรายงานให้แพทย์ทราบ โดยแพทย์และผู้ป่วยสามารถร่วมมือกันหาแผนการที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

หอบหืดตอนกลางคืนมักมีความรุนแรง จึงจำเป็นต้องไปพบหมอ เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาโดยเร็วที่สุด

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา