กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ อย่าชะล่าใจ รู้ไว้! เป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ความมั่นใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ แต่หากเรามีกลิ่นปาก อาจทำให้ความมั่นใจหายวับไปกับตา ไม่กล้าเปิดปากพูดคุยกับใคร หรือเข้าใกล้ใครตลอดทั้งวัน

ปัญหากลิ่นปากนั้นแก้ไขเบื้องต้นได้ง่ายๆ  เพียงแค่คุณเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมระงับกลิ่นปาก ก็ช่วยขจัดกลิ่นปากไม่พึงประสงค์ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่หากรักษาความสะอาดในช่องปากดีแล้ว กลิ่นปากยังไม่หายไป นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังประสบปัญหาสุขภาพบางประการ หากมีกลิ่นปากแปลกๆ เช่น กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ…อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นโรคเบาหวานก็เป็นได้

กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ เกี่ยวข้องกับเบาหวานยังไง

โดยปกติแล้ว ฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าที่ย่อยน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพื่อให้เซลล์สามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่คนที่เป็นโรคเบาหวาน ร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ หรือไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากกลูโคส และเริ่มดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน

กระบวนการเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานนี้ เรียกว่าคีโตซิส (Ketosis) ผลพลอยได้จากการสลายไขมันเป็นพลังงานนี้คือ ตับจะปล่อยสารคีโตน (Ketone) เช่น อะซิโตน ออกมา

อะซิโตน (Acetone) คือ คีโตนประเภทหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายผลไม้ จัดเป็นสารประกอบหลักของน้ำยาล้างเล็บ หากใครมีกลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ หรือกลิ่นคล้ายผลไม้หวานๆ ก็อาจเป็นสัญญาณว่า คนๆนั้นป่วยเป็นโรคเบาหวาน และมีน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อคีโตก่อตัวเพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเป็นกรดในเลือด และหากสูงถึงขั้นเป็นอันตราย หรือเป็นพิษต่อร่างกาย จะเรียกว่า ภาวะคีโตซิส (Diabetic Ketoacidosis หรือ DKA)

คุณสามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ 

  • มีกลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บหรืออะซิโตน หรือกลิ่นคล้ายผลไม้หวานๆ
  • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  • ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจลำบาก
  • มีอาการสับสน
  • ผิวแห้งลอก

ภาวะคีโตซิสถือเป็นภาวะอันตราย ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่หนึ่งที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ฉะนั้น หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

แต่คีโตนก็ไม่ใช่สาเหตุเดียวของกลิ่นปากในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะกลิ่นปากของคุณอาจมาจากโรคปริทันต์ (Periodontal disease) หรือที่เรียกกันว่าโรครำมะนาดได้เช่นกัน

โรคปริทันต์เป็นโรคติดเชื้อ เกิดจากแบคทีเรียทำลายอวัยวะบริเวณรอบๆ ฟัน ไม่ว่าจะเป็นเหงือก กระดูกเบ้าฟัน ผิวรากฟัน ทำให้เกิดปัญหา เช่น เลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน เหงือกอักเสบแดง เหงือกร่น ฟันโยก และมีกลิ่นปาก อีกทั้งการติดเชื้อที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ และทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น จึงยิ่งทำให้โรคเบาหวานแย่ลงด้วย

โรคเบาหวานสามารถทำลายหลอดเลือดได้ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก จึงอาจมีเลือดไปเลี้ยงบริเวณเหงือกและฟันไม่เพียงพอ จนบริเวณนั้นอ่อนแอลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งเบาหวานยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แบคทีเรียจึงยิ่งเจริญเติบโตได้ดี การติดเชื้อยิ่งรุนแรง กลิ่นปากก็ยิ่งแย่ลง และหากเป็นโรคติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นในช่องปากหรือบริเวณไหน คนที่เป็นเบาหวานก็ต้องใช้เวลารักษานานกว่าปกติ

ฉะนั้นหากคุณรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นโรคเบาหวาน และมีปัญหาในช่องปาก ควรรีบไปพบคุณหมอทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ หรือหากใครที่ไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ แต่มีปัญหาสุขภาพช่องปากบ่อยๆ และหายยากก็ควรไปพบคุณหมอเช่นกัน เพราะถึงแม้กลิ่นปากคุณจะไม่ได้มีกลิ่นเหมือนน้ำยาล้างเล็บ แต่โรคในช่องปากที่เป็น ก็อาจกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า คุณเป็นโรคเบาหวาน

มีกลิ่นปากเพราะเป็นเบาหวาน จัดการได้อย่างไรบ้าง

หากคุณมีกลิ่นปากเพราะเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บที่เกิดจากคีโตน หรือกลิ่นปากจากโรคปริทันต์ หรืออาการแทรกซ้อนอื่นๆ

การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ ร่วมกับการใช้ยาและปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด อาจช่วยลดกลิ่นปากที่เกิดขึ้นได้

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • เวลาแปรงฟันต้องไม่ลืมแปรงหรือขูดลิ้นด้วย เพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ตกค้าง
  • ดื่มน้ำให้มากๆ ให้ริมฝีปากและในช่องปากชุ่มชื้นเสมอ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี
  • เคี้ยวลูกอมหรือหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลายหรือใช้ยากระตุ้นน้ำลายตามแพทย์สั่ง
  • ไม่สูบบุหรี่
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำ และอย่าขาดนัดในการรักษา หากคุณรู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน อย่าลืมแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบด้วย
  • หากใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ ต้องให้ฟันกระชับพอดี ถอดออกมาทำความสะอาดเป็นประจำ และแช่ในน้ำสะอาดก่อนนอนทุกวัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา