คนในครอบครัว เป็นโรคเบาหวาน คนรอบข้างรับมืออย่างไรดี

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation; IDF) ให้ข้อมูลว่า มีผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานอัตราส่วน 1 ใน 11 คน หากคนในครอบครัวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน คุณมีวิธีใน การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ดังต่อไปนี้

8 เทคนิค การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน

1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวานเพิ่มเติม

มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานมากมาย เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรออกกำลังกายซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ว่าโรคเบาหวานคืออะไร สามารถป้องกันกรณีฉุกเฉิน หรือภาวะแทรกซ้อนได้อย่างไร รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อจะได้ดูแลคนที่คุณรักให้ดียิ่งขึ้น

2.ช่วยบรรเทาความเครียด

ความเครียดจัดสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ยากขึ้น แต่การจัดการกับโรคเบาหวานอาจทำให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรช่วยบรรเทาความเครียดให้คนที่คุณรัก เช่น ชวนไปออกกำลังกาย หรือดูภาพยนต์ตลกร่วมกัน

3.เป็นฝ่ายสนับสนุน

ควรจำไว้ว่าผู้ที่ เป็นโรคเบาหวาน ต้องรับผิดชอบและจัดการกับโรคเบาหวานด้วยตนเอง ส่วนคนในครอบครัวควรเป็นฝ่ายสนับสนุน ไม่ใช่ผู้คุมที่คอยบงการผู้ป่วยโรคเบาหวาน  นอกจากนี้คนในครอบครัวควรให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย

4.ทำความเข้าใจอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของคนเป็นเบาหวาน

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะช่วยให้อาการอารมณ์แปรปรวนดีขึ้น ดังนั้นคนในครอบครัวควรทำความเข้าใจและสนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานดูแลสุขภาพ

การขึ้นลงของระดับน้ำตาลในเลือด สามารถทำให้บางคนสับสน กระวนกระวายใจ วิตกกังวล หรือระคายเคือง ซึ่งการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น สามารถช่วยหลีกเลี่ยงภาวะอาการอารมณ์แปรปรวน ดังนั้นคนในครอบครัวควรทำความเข้าใจและสนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานดูแลสุขภาพ

5.กรณีที่เป็นคู่สมรส ควรพูดคุยกันเรื่องปัญหาทางเพศ

หากคู่รักของคุณเป็นโรคเบาหวานควรพูดคุยกันเรื่องปัญหาทางเพศ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกัน

โรคเบาหวานสามารถส่งผลต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงอวัยวะเพศ เช่น ผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานอาจมีปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และปัญหาช่องคลอดแห้ง ซึ่งอาจทำให้เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ส่วนผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวานอาจมีแนวโน้มว่าจะเกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile dysfunction) นอกจากนี้การเป็นโรคเบาหวานยังอาจส่งผลต่อความนับถือตนเอง (self-esteem) ซึ่งอาจทำให้บางคนสนใจเรื่องทางเพศน้อยลง ดังนั้นหากคู่รักของคุณเป็นโรคเบาหวานควรพูดคุยกันเรื่องปัญหาทางเพศ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกัน

6.กินอาหารที่มีประโยชน์

ทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานและคนในครอบครัวควรกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยลดน้ำหวาน และอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีอาหารสำหรับโรคเบาหวานโดยเฉพาะ แต่คุณสามารถวางแผนการกินอาหารได้ โดยเพิ่มผักและผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด นม ไขมันที่มีประโยชน์ และอาหารโปรตีนสูง ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีสุขภาพดีแล้ว คุณยังสุขภาพดีด้วย เนื่องจากการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงได้ และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ

7.คิดในแง่บวกเสมอ

การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน อาจเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับบางคน โดยเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ นอกจากนี้ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention, CDC)  ยังให้ข้อมูลว่า โรคเบาหวานยังเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 7 ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถึงแม้ว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน คนในครอบครัวควรพูดคุยกับผู้ป่วยในแง่บวก เช่น พูดถึงผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 แต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มากไปกว่านั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจไม่ต้องการได้ยินข่าวร้าย ว่าใครเสียชีวิตจากการเป็นโรคเบาหวานไปแล้วบ้าง หากคนที่คุณรักเป็นโรคเบาหวาน ควรพูดคุยในเรื่องที่เป็นแง่ดีและไม่ควรเล่าเรื่องราวในแง่ลบ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเครียดได้

8.ออกกำลังกายด้วยกัน

การออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เนื่องจากการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และผู้ป่วยเบาหวานควรออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ดังนั้นคนในครอบครัวควรไปออกกำลังกายด้วยกันเพื่อจะได้มีสุขภาพดีกันทั้งครอบครัว

สิ่งสำคัญคือคุณควรเลือกออกกำลังกาย ในแบบที่ทุกคนชอบ เช่นออกกำลังกายด้วยการเดิน การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) และการออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น (Flexibility exercises) ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงผู้ป่วยโรคเบาหวานจะได้ออกกำลังกาย แต่คุณและสมาชิกในครอบครัวก็ได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายด้วย เช่น บรรเทาความเครียด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน