ผอมก็เสี่ยงเบาหวาน ได้นะ ใครว่าเบาหวานเป็นเฉพาะคนอ้วน

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

เมื่อกล่าวถึงโรคเบาหวาน ใครหลายคนมักจะต้องนึกถึงคนที่น้ำหนักตัวเยอะ หรือคนที่ประสบกับภาวะโรคอ้วน คนกลุ่มนั้นเท่านั้นแหละที่เสี่ยงเป็นเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่คนอ้วนทุกคนที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะทุกวันนี้คน ผอมก็เสี่ยงเบาหวาน ไม่แพ้กับคนอ้วนเลยทีเดียว แต่จะเสี่ยงอย่างไรนั้น เรามาหาคำตอบกับบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ

น้ำหนักเท่าไหร่ที่บอกว่าคุณอ้วน หรือผอม

หลายคนมักจะยึดถือเอาว่าน้ำหนักเท่านี้แปลว่าผอม น้ำหนักเท่านี้แปลว่าอ้วน หุ่นอย่างนี้สิคนผอม หุ่นแบบเธอนั่นแหละคนอ้วน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นเพียงสมมติฐานการตัดสินจากภายนอก โดยไร้ซึ่งหลักการคำนวณที่ถูกต้อง

การคำนวณหาค่าเฉลี่ยในเรื่องของน้ำหนักที่ถูกต้องคือ ควรจะเป็นไปตามหลักการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI ซึ่งทั้งน้ำหนักและส่วนสูงต่างก็มีความสำคัญในการคำนวณ โดยสามารถคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายได้ด้วยวิธีนี้

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง

เช่น น้ำหนัก 56 กิโลกรัม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร แปลงหน่วยเป็นเมตรจะได้ 1.75 เมตร

และจะได้สูตรออกมาดังนี้ 56 ÷ (1.75 x 1.75) = 18.30 ค่า BMI ของคนนี้จึงเท่ากับ 18.30 

ผลของค่า BMI จะเป็นดังนี้

  • ค่า BMI 18.5 หรือน้อยกว่า  แปลว่า น้ำหนักตัวน้อยเกินไป
  • ค่า BMI 18.5 – 24.9            แปลว่า น้ำหนักตัวสมส่วน
  • ค่า BMI 25 – 29.9               แปลว่า น้ำหนักตัวเริ่มอ้วน
  • ค่า BMI 30 หรือมากกว่า    แปลว่า น้ำหนักตัวอ้วนในขั้นอันตราย

หรือเพื่อความสะดวกและความแม่นยำที่มากขึ้น ท่านสามารถใช้ เครื่องคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของ Hello คุณหมอ ได้เลยค่ะ

รู้หรือไม่ว่า ผอมก็เสี่ยงเบาหวาน เหมือนกันนะ

เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน ภาพจำแรกๆ ของเรามักจะนึกถึงคนอ้วน หรือคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำหนักตัว และรูปร่าง ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคเบาหวาน ดังนั้น ต่อให้คุณจะมีรูปร่างที่อ้วนมาก หรือผอมบางเหมือนนางแบบในโทรทัศน์ หากคุณมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังต่อไปนี้ คุณก็สามารถที่จะพบกับความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้

ปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงเบาหวานของคนผอม

พันธุกรรม

แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้มีน้ำหนักตัวที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน แต่สมาชิกในครอบครัวอย่างคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นโรคเบาหวาน คุณเองก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน เพราะเบาหวานสามารถที่จะส่งต่อผ่านยีนส์หรือพันธุกรรมได้

คอเลสเตอรอลสูง

การรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นประจำ เช่น หอย ชีส ของทอด ของมัน ของหวาน หรือฟาสต์ฟู้ด อาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้

สูบบุหรี่

ฟังดูแล้วอาจจะสับสนว่าบุหรี่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวานอย่างไร แต่จากงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้สารในบุหรี่อย่างนิโคตินยังมีฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของอินซูลินในร่างกายด้วย

การคลอดลูกที่มีขนาดตัวใหญ่

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หากลูกของคุณมีขนาดตัวที่ใหญ่ หนักตั้งแต่ 9 ปอนด์ขึ้นไป หลังจากคลอดแล้วคุณมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 หรือเป็นภาวะที่รู้จักกันในชื่อ เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ (Diabetes during pregnancy) ซึ่งขณะที่มีการตั้งครรภ์อยู่นั้น ระดับน้ำตาลในเลือดมีปริมาณสูงขึ้นมากผิดปกติ และไม่มีการตรวจพบมาก่อนหน้านั้น เป็นผลให้ทารกที่คลอดออกมามีน้ำหนักตัวมากและทารกมีขนาดตัวใหญ่ ทารกที่คลอดออกมามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน 

ชอบทานอาหารรสจัด

คุณอาจคิดว่าการทานอาหารหวานจัดเท่านั้นที่เสี่ยงต่อเบาหวาน ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นการทานหวานจัด เค็มจัด หรือใดๆ ก็ตาม ต่างก็เป็นปัจจัยเสี่ยงทั้งสิ้น โดยเฉพาะหากมีการสะสมของคาร์โบไฮเดรต แป้ง และน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

ความเครียด

ความเครียดนั้นไม่ได้ส่งผลเพียงโรคซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย เนื่องจากร่างกายของคนเราจะมีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในขณะที่เครียด จากนั้นร่างกายจะปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของน้ำตาล ทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ขี้เกียจออกกำลังกาย

การไม่ออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแทบจะทุกโรค อย่างที่รู้กันดีว่าการออกกำลังกายนั้นช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง การออกกำลังกายช่วยในการเผาผลาญ จึงสามารถที่จะเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายออกไปได้ ดังนั้นหากออกกำลังกายอย่างพอเหมาะอยู่เสมอ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

ดูแลตนเองอย่างไรไม่ให้เสี่ยงเบาหวาน

หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดถูกเผาผลาญออกไป และช่วยให้ระดับน้ำตาลในร่างกายนั้นคงที่ แต่ควรระวังไม่ให้มีการหักโหมออกกำลังกายที่มากเกินไป เพราะแทนที่จะลดความเสี่ยง กลับจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแทน สาเหตุมาจากร่างกายมีการหลั่งสารอะดรีนาลินมากเกินไป และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

เลิกสูบบุหรี่

จากที่กล่าวไปว่าการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ดังนั้นควรเลิกสูบบุหรี่ โดยอาจเริ่มจากค่อยๆ ลดการสูบบุหรี่ลงทีละน้อย จนกระทั่งไม่สูบเลย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารให้มากขึ้น ทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ ไม่ทานอาหารรสจัดเกินไป ทั้งหวานจัด เค็มจัด หรือมันจัด รวมถึงระวังในเรื่องของอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงด้วย

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

การไปตรวจสุขภาพนอกจากจะทำให้ทราบถึงความเสี่ยงแล้ว ก็ยังช่วยให้คุณสามารถที่จะหาทางรับมือและแนวทางการรักษาได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะเสียดายเงิน หรือเสียดายเวลาในการไปตรวจสุขภาพ และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

ทำร่างกายและจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ

ดังที่ได้ทราบกันแล้วว่าความเครียดเองก็ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้นควรหมั่นดูแลสุขภาพจิตของคุณอยู่เสมอ ช่วงนี้เครียดไปไหม ควรพักและหาเวลาผ่อนคลายสมองจากความเมื่อยล้าบ้าง เพื่อให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสมดุล และเป็นการลดความเครียดลงด้วย

แม้ว่าคุณจะผอม แต่ความผอมไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่เป็นโรคเบาหวาน เพราะเบาหวานขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีน้ำหนักตัวเท่าใด แต่การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรที่จะทำเพื่อสุขภาพของตนเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน