วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

การดูแลรักษาร่างกายของตัวเองขณะเป็นเบาหวาน อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะการที่จะต้องควบคุมการรับประทานอาหารอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาระดับของน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในการควบคุม หลายคนที่เป็นเบาหวาน อาจจะรู้สึกกังวลว่าตัวเองจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีพอ แต่โชคดีที่มี วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยให้คุณควบคุม เบาหวาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาหารเสริมคืออะไร

อาหารเสริม หมายถึงสารประกอบที่มีวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น สมุนไพร หรือวิตามินและอาหารเสริมในรูปแบบเม็ด เรามักจะรับประทานอาหารเสริมเพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารบางชนิด ที่ร่างกายของเราอาจจะต้องการเป็นพิเศษ รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเสริมแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานก็ควรที่จะใช้ยารักษาโรคเบาหวานตามปกติเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติอยู่เสมอ

วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยในการควบคุม เบาหวาน

  • โครเมียม (Chromium) 

โครเมียมเป็นแร่ธาตุที่พบได้น้อย แต่จำเป็นสำหรับร่างกาย โครเมียมจะใช้ในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและมีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลกลูโคสมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้วิตามิน สำหรับการรักษาโรคเบาหวานนั้นยังไม่มีผลที่ชัดเจนนัก การรับประทานอาหารเสริมนี้ในขนาดต่ำอาจจะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังต้องการงานวิจัยเพิ่มขึ้นที่จะชี้ชัดว่า การรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีภาวะขาดโครเมียมอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ การเสริมโครเมียมโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้

  • แมกนีเซียม (Magnesium)

ผู้ที่มีปัญหากับเกี่ยวกับการหลั่งอินซูลิน และผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานประเภทที่ 2 นั้น มักจะมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดนักว่า การบริโภคอาหารเสริมแมกนีเซียมนั้นจะช่วยบรรเทาหรือลดปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่

  • วิตามินบี 1 หรือไทรามีน (Thiamine)

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมักจะมีภาวะขาดไทรามีนด้วยเช่นกัน สารไทรามีนนั้นเป็นวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ และดูดซึมไปใช้ในเซลล์ได้ค่อนข้างยาก แต่ไทรามีนในรูปแบบอาหารเสริมอย่าง benfotiamine นั้นเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ทำให้สามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่ายกว่า มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้นำว่า benfotiamineนั้น สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้

  • กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha-Lipoic Acid หรือ ALA)

กรดอัลฟาไลโปอิกนั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยบางชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า อาหารเสริมชนิดนี้อาจสามารถช่วยลดภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชั่น ช่วยลดอาการดื้อต่ออินซูลิน และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้

แต่อย่างไรก็ตามยังต้องการงานวิจัยมากกว่านี้ เพื่อยืนยันถึงผลกระทบและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น การรับประทานอาหารเสริมกรดอัลฟาไลโออิกอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงไปจนถึงระดับอันตรายได้

ข้อควรระวังในการใช้อาหารเสริมระหว่างเป็นโรคเบาหวาน

แม้ว่าอาหารเสริมเหล่านี้อาจจะมีประโยชน์ในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารเสริม เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิด อาจมีการปนเปื้อนของสารอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุอยู่ในฉลากยา

อาหารเสริมบางประเภท สามารถมีปฏิกิริยากับยาที่คุณกำลังใช้อยู่ หรืออาหารเสริมอื่นๆ ที่คุณใช้ เช่น สมุนไพรต่างๆ ปฏิกิริยานี้อาจเพิ่มหรือลดผลของยาที่คุณกำลังใช้ และทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นไปได้ยากกว่าปกติก็เป็นได้

ดังนั้นการรับประทานวิตามินและอาหารเสริม อาจจะสามารถช่วยสนับสนุนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามควรเลือกใช้อาหารเสริมอย่างระมัดระวัง หรือปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานอาหารเสริม

The American Diabetes Association ได้กล่าวว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่ไม่ได้มีภาวะขาดวิตามินหรือแร่ธาตุนั้นๆอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยคุณควรจะปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง ก่อนที่จะเลือกหาวิตามินและอาหารเสริมใดๆ มารับประทาน

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน