ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 16/02/2021 . 6 mins read
Share now

โรคเบาหวาน คืออะไร                                             

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่า 180mg/dl แม้อดอาหารนานเกินกว่า 8 ชั่วโมง หรือภาวะที่ตรวจเช็คเลือดไม่ว่าเวลาใด แล้วพบระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่า 200 mg/dl

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อน แต่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ผลิตได้ไม่เพียงพอ หรืออินซูลินที่ผลิตมาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สามารถเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานได้ และยังทำให้ไขมันสะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือด เป็นเหตุให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้วเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจมีสาเหตุได้หลายประการ เช่น รับประทานยาเบาหวานไม่ถูกประเภท ลืมรับประทานทานยา หรือลืมฉีดอินซูลิน รวมไปถึงมีความเครียดเพิ่มขึ้น มีการออกกำลังกายที่น้อยกว่าที่ควร หรือการรับประทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป บางครั้งระดับน้ำตาลในเลือดอาจสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ หรือมีอาการป่วยซ่อนเร้น หรือโรคเครียดได้

สงสัยว่าระดับน้ำตาลในเลือด สูงเกินปกติหรือไม่

หากมีอาการอ่อนแรง เหนื่อย ตาพร่า ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปากแห้ง กระหายน้ำ รู้สึกคลื่นไส้และอาเจียน ต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลาหลายวัน จะรู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือเวียนหัวเวลายืน ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้อื่นสังเกตได้ว่ามีการแสดงออกด้วยท่าทีแปลก ๆ เช่น มีอาการสับสน ไปปัสสาวะบ่อยมาก  ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคเบาหวานทำให้เกิดอะไร

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ในการเกิดโรคหรือภาวะที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว ภาวะไตวาย เป็นต้น เพราะว่าหลอดเลือด ในร่างกายถูกทำลายจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสายตาทำให้มองไม่เห็น หรือเกิดแผลติดเชื้อที่แขน ขา ชนิดรักษาไม่หาย เพราะยาไม่สามารถผ่านหลอดเลือดไปฆ่าเชื้อได้ จนการติดเชื้อรุนแรงขึ้น เชื้อโรคกระจายเข้าสู่ภายในร่างกาย จนเกิดเป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรืออวัยวะภายในต่าง ๆ ทำให้ในที่สุด ต้องตัดแขนขาที่ติดเชื้อนั้นทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วย แม้ว่าการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างมากก็ตาม แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนมากยังมีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และเสียชีวิตจากโรคนี้ เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่ ยังไม่ตระหนักถึงความเกี่ยวข้องของโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงไม่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับ ระบบไหลเวียนโลหิตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นการรักษาร่วมกันของทั้งสองโรคจึงมีความสำคัญและต้องรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease – CVD) คืออะไร

โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นความผิดปกติทั้งที่บริเวณหัวใจและที่หลอดเลือดเป็นชื่อเรียกโดยทั่วไปของภาวะผิดปกติหลาย ๆ รูปแบบของหัวใจ รวมไปถึงโรคที่ส่งผลกระทบต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary heart disease) โรคแน่นหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (Angina) โรคหัวใจวาย โรคความดันโลหิตสูง สภาวะหัวใจล้มเหลว โรคบกพร่องทางหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (Peripheral Vascular Disease, PVD) และโรคอื่น ๆ ในระบบไหลเวียนโลหิตที่อยู่นอกเหนือจากสมองและหัวใจ การจะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ต้องใช้เวลาหลายปี เนื่องจากปริมาณโลหิตที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ จะลดลง เพราะมีการสะสมไขมันในหลอดเลือด (Atheroma) ทั้งในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery) และหลอดเลือดแดงในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งกระบวนการนี้เรียกโดยทั่วไปว่า การแข็งตัวของหลอดเลือด

อาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด

ถ้าโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดบริเวณหัวใจ ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอก หรืออาจเป็นหนักกว่านั้น คือหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งจะทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

ถ้าโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดบริเวณอวัยวะอื่นที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (Peripheral Artery Disease, PAD) ซึ่งส่วนใหญ่จะพบบริเวณขา แต่ก็สามารถพบได้ที่แขนหรือตับได้เช่นกัน ผู้ป่วยโรคนี้จะไม่แสดงอาการมากนัก อาการที่พบส่วนใหญ่คือเป็นตะคริวที่ขาทั้งขณะเดินหรือพัก ชาที่มือและเท้า ขาและเท้าเย็น สาเหตุที่อาการไม่รุนแรงเนื่องจากกล้ามเนื้อและกระดูก สามารถทนต่อการขาดเลือดได้นานเป็นชั่วโมง และอวัยวะเหล่านี้มีหลอดเลือดมาเลี้ยงหลายเส้นทาง หากหลอดเลือดหนึ่งถูกอุดตัน เลือดก็ยังไหลเวียนมาเลี้ยงจากหลอดเลือดอื่น ๆ ได้

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มี 2 อย่างคือ

1. ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่ อายุ เพศ กรรมพันธุ์ และชาติกำเนิด

2. ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือควบคุมได้ มีดังนี้

  • ความดันโลหิต

ความดันโลหิต เป็นค่าที่ซับซ้อน เกิดจากการขยายและหดตัวของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่และแรงดันจากหัวใจที่ส่งผ่านมา เมื่อหัวใจบีบและคลายตัว ทำให้ค่าความดันโลหิตประกอบด้วยค่าสองค่าเสมอ คือ

  • ค่าตัวบน เป็นความดันตอนหัวใจบีบตัวอัดส่งเลือดเข้าหลอดเลือดแดงที่ยืดหยุ่น ทำให้มีการขยายตัวออก เพื่อรับเลือด
  • ค่าตัวล่าง ซึ่งเป็นความดันในหลอดเลือด ช่วงเวลาที่หัวใจหยุดบีบตัวอัดเลือดแล้วและคลายตัวออก แต่ผนังหลอดเลือดแดงที่ขยายตัวออก เกิดการหดตัวยุบลง ทำให้มีความดันเหลือค้างในหลอดเลือดแดง

ค่าความดันโลหิตปกติ คือ 120/80 มิลลิเมตรปรอท

การที่หลอดเลือดตีบแคบลง จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เพราะต้องบีบตัวแรงขึ้น เพื่อสร้างแรงดันให้สูงขึ้น ให้เลือดสามารถไหลผ่านท่อที่ตีบแคบลงทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หลอดเลือดแดงที่แข็งตัวขาดความยืดหยุ่น เมื่อมีหัวใจบีบอัดเลือดส่งเข้ามา ก็จะไม่สามารถขยายตัวออกเพื่อลดแรงดันลงได้ ก็เป็นเหตุให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

  • การสูบบุหรี่

ในควันบุหรี่มีสารพิษมากมายหลายอย่าง เช่น นิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์

นิโคตินทำให้หลอดเลือดแดงบีบเกร็งตัวตีบแคบลงและทำลายผนังหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดแคบลง หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้น หรือแรงขึ้นหรือทั้งสองอย่าง เพื่อสามารถดันโลหิตเข้าหลอดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ ผลคือความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้น และทำให้คอเลสเตอรอลเกาะผนังหลอดเลือดมากขึ้น

ส่วนคาร์บอนมอนอกไซด์จะไปแย่งที่จับของออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดงแบบกึ่งถาวร ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจน ไปสู่หัวใจและอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายน้อยลงเป็นเวลานาน และระดับไขมัน HDL ในเลือดลดลงเช่นกัน เป็นเหตุให้เลือดข้นขึ้นก่อเกิดลิ่มเลือดที่จะไปอุดตันหลอดเลือดของอวัยวะต่าง ๆ

  • ระดับคอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ที่เยื่อหุ้มเซลล์ คอเลสเตอรอลมี 2 ชนิด คือคอเลสเตอรอลชนิดดี (High Density Lipoprotein Cholesterol, HDL-C, HDL) และ คอเลสเตอรอลชนิดเลว (High Density Lipoprotein Cholesterol, LDL-C, LDL)

ไขมัน HDL เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้ออกจากหลอดเลือดแดง

ไขมัน LDL เป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย ที่ก่อตัวอยู่ที่ผนังหลอดเลือด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวหรือตีบตัน การที่ไขมัน LDL เพิ่มสูงขึ้นและไขมัน HDL ลดต่ำลงจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

  • การใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle)

คนที่ใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง เช่น นอนดูทีวีนาน ๆ นั่งเล่นมือถือนาน ๆ นั่งทำงานหน้าจอคอมนาน ๆ มีการขยับเคลื่อนไหว ร่างกายน้อย จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่มีการเปลี่ยนแปลงอริยาบถตลอดเวลา เพราะผลการที่ ร่างกายหยุดอยู่นิ่งเป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้หัวใจอ่อนแอ เลือดในหลอดเลือดดำ และน้ำเหลืองมีการไหลเวียนน้อย หรือ คั่งค้างจนอาจเกิดอาการน้ำคั่ง หรือเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่อยู่ลึก ๆ และกระจายไปอุดอวัยวะภายในต่าง ๆ เช่น ปอด หัวใจ และสมอง

  • การใช้ชีวิตที่ขาดการออกกำลังกาย

คนที่ขาดการออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อย จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นสูง ไม่แข็งตัวง่าย ความดันโลหิตเป็นปกติ ระดับไขมัน HDL เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ไขมัน LDL ลดน้อยลง

  • โรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน

โรคอ้วนทำให้ระดับคอเลสเตอรอลและไขมัน LDL สูงขึ้น ในขณะที่ระดับไขมัน HDL ลดลง ทำให้ความดันโลหิตสูง
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน นอกจากนั้น ยังทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นในการส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย

การมีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือโรคอ้วนเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับการใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่งและขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงมากที่สุดของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอยู่นาน ๆ จะทำ ให้หลอดเลือดทั้งขนาดเล็กและใหญ่อักเสบ เสียหาย หรือถูกทำลาย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น โรคหัวใจวาย ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ หากเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโรคเบาหวานต่อหัวใจและหลอดเลือด เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังป้องกัน การเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้อง

ข้อมูลความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

  • มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 1 ปัจจัยที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง เช่น การสูบบุหรี่ หรือ ระดับไขมัน LDL สูง หรือ โรคเบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ผู้ป่วยหลายคนไม่ทราบว่า ตนเองเป็นโรคหัวใจจนกระทั่งเกิดภาวะหัวใจวาย หรือ แน่นหน้าอก และหายใจหอบ จากการออกกำลังกายเบา ๆ
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 7 ใน 10 คน จะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจประเภทใด ประเภทหนึ่ง และอีก 1 ใน 6 จะเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมอง
  • ผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจวายหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวมากกว่าผู้ชาย

การลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องมุ่งมั่นในการดูแลพฤติกรรมของตนเองและปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโทษต่อหัวใจและร่างกาย เช่น อาหารเค็ม อาหารมัน อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  2. การออกกำลังกายเป็นประจำและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  3. เลิกสูบบุหรี่ รวมทั้ง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการสูบบุหรี่
  4. ตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้แก่ ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลอย่างสม่ำเสมอ
  5. การลดความเครียดและควบคุมอารมณ์
  6. การรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
  7. การปรึกษาแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ

PP-LIP-THA-0214

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คนท้อง ออกกำลังกาย แบบไหนถึงจะดีต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์

คนท้อง ออกกำลังกาย เป็นประจำ จะช่วยเสริมให้สุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์แข็งแรง เป็นการเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับการคลอด ช่วยให้คลอดง่าย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

ไขมันไม่ดี (LDL) ไม่ดีอย่างไร แบบไหนถึงเรียกว่าไขมันไม่ดี

เราเคยรู้สึกสงสัยกันบ้างไหมว่า ไขมันไม่ดี ที่ว่านี้ไม่ดีอย่างไร และส่งผลอะไรกับร่างกายของเราบ้าง มาหาคำตอบจากบทความนี้กันเลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

สูตรมะปรางลอยแก้ว เมนูของหวานคลายร้อน

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำ สูตรมะปรางลอยแก้ว มาให้ทุกคนให้ลองทำกันดูค่ะ เป็นอีกหนึ่งเมนูคลายร้อนที่ทำให้หลายคนรู้สึกสดชื่นทุกครั้งเมื่อได้รับประทาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

เซ็กส์ในช่วงวัย 60 ราบรื่นได้ ด้วยเคล็ดลับวิธีเหล่านี้!

เซ็กส์ในช่วงวัย 60 ก็สามารถทำให้ราบรื่นได้ เพียงแค่คุณต้องดูแลรักษาสุขภาพกาย และสุขภาพทางเพศไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นก็ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่ทำได้ง่าย ๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย