ความสัมพันธ์ระหว่าง โรคไตกับโรคเบาหวาน

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤศจิกายน 15, 2019
Share now

โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตตามมา ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงต้องระมัดระวังตัวเองในการรับประทานอาหาร ทั้งรสหวาน รสเค็ม เพื่อป้องกันการเกิดโรคไตด้วย ปัจจุบันจากการศึกษาพบว่า โรคไตสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน หลายท่านคนสงสัยว่า โรคไตกับโรคเบาหวาน สัมพันธ์กันอย่างไร Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ค่ะ

โรคเบาหวาน ส่งผลต่อโรคไตอย่างไร

โรคเบาหวานสามารถเป็นสาเหตุของโรคไต โดยวัยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานประมาณ 1 ใน 4 คน เป็นโรคไตด้วย นอกจากนี้ความเสียหายของไตที่เกิดจากโรคเบาหวาน ปกติจะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็นเวลาหลายปี ซึ่งทำให้คุณสามารถป้องกันความเสียหายของไตได้

การเป็นโรคเบาหวานเป็นเวลานาน จะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อไต ดังนั้นถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคไตได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

โรคเบาหวาน สามารถทำลายตัวกรองไตได้ ซึ่งทำให้เกิดโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic kidney disease) โดยประมาณ 1 ใน 3 คนของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะเป็นโรคไตจากเบาหวานด้วย และระหว่างร้อยละ 10-20 เสียชีวิตจากภาวะไตวาย

นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เกิดความเสียหายที่เส้นประสาทและดวงตา และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากไปกว่านั้นโรคเบาหวานยังสามารถทำลายเส้นประสาทของร่างกายหลายส่วน และเมื่อส่งผลต่อกระเพาะปัสสาวะอาจทำให้ยากต่อการปัสสาวะ จนอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อไต

อีกทั้งโรคเบาหวานยังสามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้มีน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและเกิดการติดเชื้อในไต ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจสอบอาการติดเชื้อ และป้องกันสภาวะความเสี่ยงจากการติดเชื้อตามมา

โรคไต สามารถส่งผลต่อโรคเบาหวาน

ผลการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร the journal Kidney International ได้ให้ข้อมูลว่า โรคไตสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ดังนั้นโรคเบาหวานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไต และในทางกลับกันโรคไตสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

จากงานวิจัยพบว่าความผิดปกติของไตอาจนำไปสู่โรคเบาหวาน และของเสีย ที่เรียกว่า ยูเรีย (urea) มีบทบาทสำคัญในความเชื่อมโยงระหว่างโรคไตและโรคเบาหวาน โดยยูเรียมาจากการสลายโปรตีนในอาหาร ตามปกติของระบบการทำงานภายในร่างกาย ไตจะกำจัดยูเรียออกจากเลือด แต่ความผิดปกติของไตอาจนำไปสู่การเพิ่มระดับยูเรีย

ดังนั้นผู้ที่มีระดับยูเรียสูงมีโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับผู้ที่มีระดับยูเรียปกติ เนื่องจากเมื่อมียูเรียในเลือดเนื่องจากความผิดปกติของไต จะเพิ่มความต้านทานต่ออินซูลิน และมักจะส่งผลให้การหลั่งอินซูลินบกพร่อง

วิธีลดความเสี่ยงในการเป็น โรคไตกับโรคเบาหวาน

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ และหมั่นใส่ใจในการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตและโรคเบาหวาน รวมถึงโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย ดังนี้

  • ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมและจับตาดูระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด และควรไปพบคุณหมอเป็นประจำ
  • ถ้าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง ให้กินยาตามที่คุณหมอสั่ง และควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
  • รักษาระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารไขมันสูง และไม่สูบบุหรี่
  • ลดปริมาณโซเดียม ควรหลีกเลี่ยงการเติมเกลือเพิ่มในอาหาร และกินอาหารโซเดียมต่ำ
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยคุณอาจปรึกษาแพทย์หากมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว
  • จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกิดวันละ 2 แก้วในผู้ชาย และไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้วสำหรับผู้หญิง
  • ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และการว่ายน้ำ
  • ความเครียด จัดการกับความเครียดในชีวิต
  • การนอนหลับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน พร้อมวิธีป้องกันที่คุณทำได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เช่น เบาหวานขึ้นจอตา ปัญหาผิวหนังจากเบาหวาน สามารถพบได้บ่อย แต่คุณก็สามารถชะลอและป้องกันได้ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากในบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

รู้หรือไม่ ทำไมถึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง มากกว่าวันละ 2 ขวด

เกิดอะไรขึ้นถ้าเราดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินวันละ 2 ขวด มีอันตรายอะไรที่ทำให้ผู้ผลิตถึงกับต้องออกมาเตือนไม่ให้เรา ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป หาคำตอบได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ประโยชน์ของการแช่เท้า ด้วย ดีเกลือฝรั่ง สปาเท้าง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้

ดีเกลือฝรั่ง (Epsom Salt) เป็นแร่ธาตุที่หาพบได้ตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นก้อนสีขาวขนาดเล็ก และใช้รักษาอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อด้วยการแช่ หรือทำสปาได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

แอสปาร์แตม น้ำตาลเทียม ที่มาพร้อมความเสี่ยงสุขภาพ

หลายคนหลีกเลี่ยงน้ำตาล เลยหันไปบริโภคอาหารแบบ sugar-free หรือใช้ แอสปาร์แตม หรือน้ำตาลเทียมแทน โดยที่ไม่รู้เลยว่า แอสปาร์แตมก็อาจทำร้ายสุขภาพได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

บทความแนะนำ

เบาหวานลงไต-diabetic-nephropathy

เบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 22, 2020
ความเชื่อมโยง-โควิด-19-กับไต

รู้หรือไม่ โควิด-19 ส่งผลร้ายอย่างไร กับไตของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 8, 2020
โรคncds-สาเหตุ-ความเสี่ยง-วิธีป้องกัน

โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ เมษายน 30, 2020
ตำลึง-ลดเบาหวาน

ตำลึง ผักริมรั้ว ที่ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2020