อาการแทรกซ้อนของการใช้ยา เพื่อรักษาโรคเอดส์นั้นมีอะไรบ้าง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อาการแทรกซ้อนของการใช้ยา ที่ช่วยรักษาโรคต่างๆ นั้น นับว่าเป็นเรื่องปกติที่เราต่างก็พบเจอกันในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งยาต้านไวรัสที่ใช้ในการรักษาโรคเอดส์ ซึ่งมีผลข้างเคียงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และร่างกายจะทนรับผลข้างเคียงเหล่านั้นได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละคน Hello คุณหมอมีข้อมูลเกี่ยวกับ อาการแทรกซ้อนของการใช้ยา เพื่อรักษาโรคเอดส์ มาฝากทุกท่านค่ะ

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคเอดส์

ยากลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี

ยากลุ่มนี้สามารถแบ่งได้  2 กลุ่มคือ ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ Reverse Transcriptase และยาที่ยับยั้งเอนไซม์โพรเทส
ตัวอย่างยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Reverse Transcrip-Tase ได้แก่ Stavudine (d4T) Didanosine (ddI) Lamivudine (3TC) Abacavir (ABC) Tenofovir (TDF) Nevirapine (NVP) Efavirenz (EFV) เป็นต้น

ยาอีกกลุ่มหนึ่งที่มีฤทธิ์ต่อเอนไซม์โพรเทส ได้แก่ Lopinavir (LPV) Ritonavir (RTV) Saquinavir (SQV) Indinavir (IDV) เป็นต้น
ปัจจุบันนี้มียาอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการยับยั้งไวรัสที่เยื่อหุ้มเซลล์ของทีลิมโฟไซต์ นั่นคือยา Enfuvirtide ซึ่งใช้ในลักษณะของยาฉีด

ยา PrEP

ยา PrEP หรือ (Pre-exposure) เป็นยาที่ใช้สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HIV

ยา PrEP มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี มีผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า PrEP ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 99% และสำหรับผู้ที่ฉีดยาเสพติด การรับประทานยา PrEP จะลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HIV อย่างน้อย 74% อย่างไรก็ตามยา PrEP จะมีประสิทธิภาพน้อยลงหากไม่ได้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากยา PrEP ทำหน้าที่เพียงป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเท่านั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการป้องกันตนเองในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยาง

อาการแทรกซ้อนของการใช้ยา รักษาโรคเอดส์

แม้ว่ายาสำหรับโรคเอดส์จะช่วยควบคุมเชื้อไวรัสในร่างกายได้  แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงเหล่านี้ได้:

ยารักษาโรคเอดส์อาจมีผลข้างเคียงที่ยาวนานก็ได้ และถึงแม้จะมีวิธีจัดการกับผลข้างเคียงเหล่านั้นได้ แต่ผู้ป่วยบางรายก็ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนเรื้อรังได้ จึงจำเป็นต้องต้องบอกหมอถึงอาการข้างเคียงนั้นอย่างละเอียด เพื่อที่หมอจะได้สามารถเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุดให้คุณได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน