เรื่องที่คุณคิดว่ารู้เกี่ยวกับ เอชไอวี / เอดส์ แต่ที่จริงแล้วคือความเข้าใจผิด

เขียนบทความโดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 2 mins read
Share now

โรคติดเชื้อ เอชไอวี หรือเอดส์ เป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ร้ายแรง โรคนี้คร่าชีวิตผู้คนนับล้านในแต่ละปี และยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ ผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น หรือแม้แต่ทารก ที่มารดาได้รับเชื้อขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเป็นผู้ป่วยเอชไอวีหรือเอดส์ได้ แม้ว่าในปัจจุบันโรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์เป็นโรคที่พบเห็นได้สังคมทั่วไป แต่ยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคนี้ บทความนี้จึงขอนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคชนิดนี้

โรคติดเชื้อ เอชไอวี / เอดส์คืออะไร

ไวรัสเอชไอวี หรือไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Human Immunodeficiency Virus) ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เฉพาะอย่างยิ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซท์ ที่มีชื่อว่า CD4 (T cells) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันการติดเชื้อต่างๆ เมื่อเวลาผ่านไป เชื้อไวรัสเอชไอวีจะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายไม่สามารถต้านการติดเชื้อหรือโรคต่างๆได้ ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เชื้อไวรัสเอชไอวีจะทำให้จำนวน CD4 (T cells) ในร่างกายลดลงอย่างมหาศาล จนทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย หรือเกิดอาการของโรคต่างๆ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง

การติดเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถเกิดได้ผ่านทางเลือด น้ำกาม น้ำหล่อลื่นในช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ การรับเลือด หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ในกรณีอื่นๆ การแพร่เชื้อเอชไอวีอาจมาจากการคลอดบุตร หรือการให้นมของมารดา

7 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคติดเชื้อเอชไอวี/ เอดส์

บางคนยังคงมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับโรคติดเชื้อเอชไอวี หรือ เอดส์ ในเรื่องต่อไปนี้

1.เอชไอวีเป็นโรคที่ร้ายแรงถึงชีวิต

ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนักในปัจจุบันนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่และการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โรคติดเชื้อเอชไอวีจึงเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้

2.เชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อกันได้ผ่านการจูบ

นี่อาจเป็นเป็นจริงได้ในกรณีที่ผู้นั้นมีแผลหรือมีเลือดออกในช่องปากหรือริมฝีปาก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วโอกาสการรับเชื้อผ่านการจูบมีน้อยมาก

3.การติดเชื้อเอชไอวีกับโรคเอดส์เหมือนกัน

ในปัจจุบันความเจริญด้านการรักษาทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีไม่พัฒนาเป็นโรคเอดส์อีกต่อไป ผู้ป่วยเอชไอวีที่ได้รับการรักษาตั้งแต่ทราบว่าติดเชื้อ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนผู้อื่น

4.ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่ติดเชื้อได้

ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังคงสามารถมีเซ็กซ์ที่ปลอดภัยได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ถ้าผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้รับการรักษาที่เหมาะสม และผ่านการตรวจสอบปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดแล้ว ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสก็เกือบจะเป็นศูนย์

5.เชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อไปยังทารกในครรภ์โดยอัตโนมัติ

สำนักงานส่งเสริมสุขภาพสตรีในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการรักษา มีโอกาสแพร่เชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้เพียงร้อยละ 2 เท่านั้น

6.เชื้อเอชไอวีไม่ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ทางปาก

แม้ว่าความเสี่ยงของการได้รับเชื้อ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปากจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ความเป็นไปได้ในการได้รับเชื้อนั้นยังมีอยู่ และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในกรณีที่คู่ของคุณมีแผลเปิด เลือดออก หรือแผลถลอก ที่สามารถสัมผัสกับน้ำอสุจิโดยตรง (ข้อมูลจากคณะกรรมการด้านการควบคุมโรคเอดส์แห่งสหรัฐฯ)

7.เชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อได้ผ่านทางน้ำลาย เหงื่อ น้ำตา และการใช้ห้องน้ำร่วมกัน

เชื้อเอชไอวีนั้นสามารถแพร่ได้ผ่านน้ำอสุจิ ของเหลวในอวัยวะเพศหญิง เลือด หรือน้ำนมแม่ที่ติดเชื้อเท่านั้น ส่วนน้ำลาย เหงื่อ น้ำตา หากไม่ได้มีเลือดปน ก็ไม่สามารถแพร่เชื้อได้ และเราสามารถใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ได้ตามปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

จากผู้เชี่ยวชาญ นายแพทย์ณัฐพล พฤทธิ์พงศ์พันธุ์

คุณติดเชื้อ “ซิฟิลิส” ได้อย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง?

ซิฟิลิส เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบกันบ่อย และสามารถเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ และนี่คือโอกาสที่อาจทำให้คุณสามารถ ติดเชื้อ ซิฟิลิส ได้

เขียนบทความโดย นายแพทย์ณัฐพล พฤทธิ์พงศ์พันธุ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์-ติดเชื้อ-ซิฟิลิส-วิธีป้องกัน

เรื่องที่คุณคิดว่ารู้เกี่ยวกับ เอชไอวี / เอดส์ แต่ที่จริงแล้วคือความเข้าใจผิด

แม้ว่าในปัจจุบันโรคติดเชื้อ เอชไอวี หรือเอดส์ จะพบได้ทั่วไป แต่ก็ยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคนี้ บทความนี้จึงขอนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคนี้

เขียนบทความโดย นายแพทย์ณัฐพล พฤทธิ์พงศ์พันธุ์
เอชไอวี

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เสพสมให้สุขสม ด้วย 4 ท่า การออรัลเซ็กส์ ให้ฟินไปถึงจุดสุดยอด

การออรัลเซ็กส์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมรักบนเตียงที่ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ให้รู้สึกเสียวและตื่นเต้นในเวลาเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำ 4 ท่า ออรัลเซ็กซ์ มาฝากค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ทำความเข้าใจใหม่ เอดส์กับเอชไอวี ต่างกันนะรู้ไหม

หลายคนยังเข้าใจผิดว่า เอดส์และเอชไอวี เป็นสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว เอดส์กับเอชไอวี นั้นแตกต่างกัน และเราอยากชวนคุณมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ใหม่ ให้ถูกต้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

ตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV Viral Load Measurement)

ตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี เป็นการวัดจำนวนไวรัสเอชไอวี นเลือด มีการเริ่มตรวจวัดค่าไวรัสเอชไอวี เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
สุขภาพ ก-ฮ, ตรวจสุขภาพ ก-ฮ มกราคม 21, 2019 . 3 mins read

ยาต้านไวรัส เอชไอวี ทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยเอชไอวี

ยาต้านไวรัส เอชไอวี ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อเอชไอวี แต่สามารถควบคุมไวรัสได้ ผู้ป่วยจึงดำรงชีวิตได้ยาวนานขึ้น และไม่แพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

บทความแนะนำ

คำถามที่พบบ่อย-เกี่ยวกับ-เอชไอวีและโควิด-19

5 คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ เอชไอวีและโควิด-19

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 20, 2020 . 2 mins read
โควิด-19-ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน

รู้หรือไม่ ไวรัสโควิด-19 อาจทำร้ายภูมิคุ้มกันของคุณได้เหมือนกับ HIV

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 13, 2020 . 2 mins read
กลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี

กลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี เช็กดูสิว่าใครบ้างที่เข้าข่าย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 30, 2020 . 3 mins read
ยุง-พาหะนำเชื้อเอชไอวี

ยุง เป็นพาหะนำเชื้อ เอชไอวี ได้หรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 26, 2020 . 2 mins read