5 ส่วนผสมอันตราย ที่ควรหลีกเลี่ยงในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลความงาม

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ส่วนผสมอันตราย ที่ว่านี้มักแอบแฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลความงามต่างๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน แชมพูสระผม ครีมบำรุงผิว หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายใต้วงแขน อันนี้ไม่ได้มโนโมเมขึ้นมาเองหรอกนะ เพราะมีงานวิจัยสรุปผลออกมาแล้วว่า สารเคมีบางชนิดที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ความงามที่ว่านั้น ถ้าเราใช้ไปนานๆ ก็จะกลายสภาพเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง สารที่ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ และสารก่อมะเร็งขึ้นมาได้ ซึ่งส่วนผสมอันตรายที่ว่านั้นก็ได้แก่…

1. พาราเบน (Parabens)

พาราเบนคือวัตถุกันเสียชนิดหนึ่ง ซึ่งมักพบในมอยสเจอไรเซอร์ ผลิตภัณฑ์แต่งผม รวมทั้งเครื่องสำอางต่างๆ เพื่อช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา เท่านั้นยังไม่พอ การศึกษาวิจัยของ Cosmetics Safty Group ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร ยังพบด้วยว่าพาราเบนมีส่วนในการขัดขวางการทำงานของฮอร์โมน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม และมีความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธ์ุ ซึ่งเมื่อนำชิ้นเนื้อร้ายไปตรวจก็พบสารพาราเบนในนั้นด้วย ซึ่งประเทศในแถบยุโรปได้ประกาศห้ามใช้สารพาราเบนนี้มาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว แต่ในบ้านเราเพิ่งจะตื่นตัวกันเมื่อไม่นานมานี่เอง ฉะนั้นก่อนหยิบจับอะไรขึ้นมาใช้ ก็อ่านฉลากส่วนผสมให้ดีซะก่อน ว่ามีส่วนผสมชนิดนี้แอบแฝงอยู่หรือเปล่า

2. พาทาเลต (Phthalates)

พาทาเลตคือส่วนประกอบสำคัญในพลาสติกต่างๆ ซึ่งพบมากในโลชั่น ยาทาเล็บ น้ำหอม และสเปรย์ฉีดผม งานวิจัยโดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาฮาร์วาร์ด พบว่าสารพาทาเลตนี้สร้างความเสียหายในสเปิร์มของมนุษย์ถึงระดับดีเอ็นเอเลยทีเดียว แถมยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายของเซลล์อื่นๆด้วย

เราควรต้องระวังสารชนิดนี้ไว้ให้ดี เนื่องจากยังไม่มีการกล่าวถึงกันมากนัก แต่มักแอบแฝงอยู่ในถ้อยคำอย่าง “Fragance” ซึ่งแปลว่า กลิ่นหอมหรือบางครั้งก็ไม่ได้ระบุเอาไว้บนฉลากเลย ซึ่งนี่คือช่องโหว่ขององค์การอาหารและยาในอเมริกา ที่ช่วยบริษัทเครื่องสำอางต่างๆ ให้สามารถเก็บงำความลับในเรื่องส่วนผสมเอาไว้ได้

3. ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)

นี่คือวัตถุกันเสียที่มีชื่อเสียงอีกตัวนึง ซึ่งพบมากในมาสคาร่า ยาทาเล็บ เคลนเซอร์ และผลิตภัณฑ์ความงามอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ยับยั้งการเติมโตของเชื้อแบคทีเรียแล้ว ฟอร์มัลดีไฮด์ยังถือเป็นสารก่อมะเร็งตัวสำคัญ ที่องค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษาวิจัยเรื่องสารก่อมะเร็งของอเมริกาบอกเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นสารเคมีตัวนี้ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองด้วย ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้บนผิวหนัง และอาจส่งผลร้ายแรงต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย ฉะนั้นเวลาจะใช้อะไรก็ต้องระวังเอาไว้ให้ดี เพราะอาจจะไม่มีคำนี้ระบุไว้บนฉลากส่วนผสม ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดก็คือการเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเท่านั้น

4. สีสังเคราะห์ (Synthetic Colors)

สีสังเคราะห์เป็นส่วนผสมเพียงอย่างเดียว ที่ต้องผ่านการรับรองขององค์การอาหารและยาในสหรัฐซะก่อน ถึงจะนำออกมาวางจำหน่ายได้ สารเติมแต่งพวกนี้มักได้มากจากน้ำมันดิบและน้ำมันดิน หรือสารประกอบทางเคมีต่างๆ ที่ผสมผสนจนกลายเป็นสีสันขึ้นมา ซึ่งมีอยู่หลายตัวเลยนะที่ถูกระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และบางตัวก็มีส่วนเชื่อมโยงกับโรคสมาธิสั้นในเด็ก

ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปได้ประกาศห้ามใช้สีสังเคราะห์ในอาการและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายต่างๆ ฉะนั้นก็ต้องมองหาตัวอักษรผสมกับตัวเลข อย่างเช่น FD&C Blue No. 1 หรือ Blue 1. เพื่อจะได้รู้ว่ามีส่วนผสมชนิดนี้อยู่ด้วย นอกจากนี้เลิกใช้เจลอาบน้ำสีสวยๆซะ เปลี่ยนไปใช้อะไรที่ทำจากธรรมชาติแทนดีกว่า เพราะผลิตภัณฑ์พวกนี้จะไม่มีส่วนผสมที่เป็นสีย้อมหรือสีสังเคราะห์

5. สารกันแดดออกซิเบนโซน (Oxybenzone)

สารออกซิเบนโซน (Oxybenzone) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ดูดซับรังสียูวีในแสงแดดนั้น ผลการศึกษาวิจัยของ Environment Working Group ระบุว่า สารออกซิเบนโซนเป็นส่วนผสมมีส่วนคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย และส่งผลทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย ฉะนั้น จึงควรต้องระวังเอาไว้ให้ดี ส่วนสารกันแดดที่เป็นสารสังเคราะห์ตัวอื่นๆ ก็ได้แก่ Benzophenone, PABA, Avobenzone, Homosalate, และ Ethoxycinnmate ก็อาจทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย และก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่างๆในร่างกายได้ แถมสารเคมีพวกนี้ยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย และก่อให้เกิดพิษต่อระบบนิเวศน์ต่างๆ รวมทั้งมวลหมู่ประการังใต้ท้องทะเลด้วย

ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะแนะนำให้เราทาครีมกันแดดทุกวันโดยไม่มีวันหยุด แต่คุณก็ควรมองหาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมอื่นแทน อย่างเช่น Zinc หรือ Titanium Dioxide ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นครีมกันแดดแบบ Physical คือจะไม่ซึมเข้าไปในผิว จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับโครงสร้างของผิว และจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ด้วย นอกจากนี้ก็มองหาคำว่า “Reef-Safe” บนฉลากครีมกันแดดด้วย เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่า ครีมกันแดดหลอดนั้นไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อประการังและโลกของเรา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เลย

Review Date: พฤษภาคม 25, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 25, 2019

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย

หาตำแหน่ง

ค้นหา:
ทุกเมือง
ทุกอำเภอ
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน