ดูแลสุขภาพช่องปาก เรื่องผิดพลาดที่ชอบทำกันแบบไม่รู้ตัว

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งที่เราควรให้ความใส่ใจเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งการ ดูแลสุขภาพช่องปาก โดยทั่วไปก็ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน แค่แปรงฟันวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และไปพบทันตแพทย์ปีละสองครั้ง แต่ดูเหมือนจะมีความผิดพลาดบางอย่าง ที่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งฟันและเหงือกเป็นอย่างมาก และที่สำคัญเรามักไม่รู้ตัวว่าทำผิดพลาดกันซะด้วย ฉะนั้นก็ศึกษารายละเอียดพวกนี้ไว้ แล้วอย่าทำผิดกันอีกล่ะ

ดื่มน้ำผลไม้สีสันสดสวย

ถึงแม้น้ำผลไม้ปั่นที่ใช้ส่วนผสมหลากสีสัน จะมีคุณค่าทางอาหารและส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ถ้านำมาพิจารณากับสุขภาพฟันแล้วล่ะก็อาจจะไม่ใช่ เพราะอาหารที่มีเม็ดสีแน่นๆแบบนี้ อาจจับตัวเป็นคราบฝังแน่นอยู่บนผิวฟันได้ ฉะนั้นจึงควรใช้หลอดสำหรับอาหารเหลวที่มีเม็ดสีแน่นๆแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือน้ำผลไม้สีสดสวย เพื่อช่วยให้ฟันสัมผัสกับเม็ดสีพวกนี้ให้น้อยที่สุด แล้วอย่าคิดนะว่าการดื่มน้ำเปล่าที่ฝานมะนาวใส่ลงไปชิ้นสองชิ้นแล้วจะปลอดภัย เพราะมะนาวจะสร้างกรดที่เป็นอันตราบต่อชั้นเคลือบฟัน ทำให้ฟันเกิดการสึกกร่อนได้

บางคืนก็ไม่แปรงฟัน

ถ้ามีคืนไหนที่คุณเหนื่อยเหลือทนจนไม่ยอมแปรงฟัน ไม่ใช่ไหมขัดฟัน หรือไม่ยอมใช้น้ำยาบ้วนปาก ในการดูแลสุขภาพฟันและเหงือกแล้วล่ะก็ นั่นอาจเป็นการสร้างนิสัยแย่ๆขึ้นมาก็ได้ เนื่องจากผู้คนมักให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากในตอนเช้าๆมากกว่า เนื่องจากต้องการดูดีที่สุดเวลาจะออกไปไหน ส่วนตอนกลางคืนมักจะหลงลืม ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพในช่องปาก เนื่องจากจะทำให้เกิดกรดขึ้นในปาก แล้วทำให้เกิดเป็นคราบจุลินทรีย์ขึ้นมาได้ และถ้าคุณลืมแปรงฟันก่อนเข้านอนบ่อยๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุ ฟันสึกกร่อน โรคเหงือก และมีคราบฝังแน่นได้ ฉะนั้นการแปรงฟันแค่สองนาทีคงไม่ทำให้คุณเสียเวลามากนักหรอก

ไม่ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแปรงสีฟัน

โปรดจงจำเอาไว้ด้วยนะว่า แปรงสีฟันสะอาดๆนั้นจะช่วยรักษาชีวิตของฟันและเหงือกได้ ฉะนั้นหลังแปรงฟันเสร็จแล้วก็ควรล้างน้ำให้สะอาด และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆสามเดือน หรือเมื่อเห็นขนแปรงเสียรูป ดูไม่สะอาด หรือเมื่อเวลาที่คุณเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าคุณใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ก็อาจต้องทำความสะอาดด้วยระบบแสงอุลตร้าไวโอเล็ต เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีไม่เชื้อแบคทีเรียหลุดรอดเข้าไปทำร้ายสุขภาพในช่องปากได้ หรือไม่ก็ใช้วิธีแช่หัวแปรงไว้ในน้ำยาบ้วนปากเป็นเวลา 20 นาที

เลื่อนนัดหมอฟัน

เรารู้ดีว่าไม่มีใครอยากไปพบหมอฟันกันหรอก เพราะหมอฟันส่วนใหญ่มักจะใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ดูเหี้ยมโหดต่อปากและฟันมาก แต่จงรู้เอาไว้ด้วยนะว่าการไปพบหมอฟันอย่างสม่ำเสมอนั้น จะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในช่องปากได้เป็นอย่างดี การไปพบหมอฟันเฉพาะเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นนั้น บางครั้งก็อาจจะสายเกินไป โรคที่เกิดในช่องปากส่วนใหญ่ อย่างเช่น ฟันผุ มะเร็ง และโรคเหงือก มักจะเริ่มก่อตัวอย่างเงียบๆ จะแสดงอาการออกมาก็เมื่อถึงช่วงลุกลามบานปลายแล้วนั่นแหละ ฉะนั้นไปพบหมอฟันเพื่อตรวจเช็คซะเถอะนะ มีปัญหาอะไรจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

แปรงฟันหลังดื่มกาแฟทันที

พวกเราต่างรู้กันดีว่าคราบชากาแฟที่ติดอยู่บนผิวฟันนั้นดูน่าเกลียดน่ากลัวขนาดไหน จึงมักจะคิดว่าการแปรงฟันหลังดื่มชากาแฟทันที จะช่วยป้องกันคราบน่าเกลียดๆพวกนั้นได้ ซึ่งก็ได้แหละแต่จะเป็นการทำร้ายฟันไปพร้อมๆกันด้วย เนื่องจากเครื่องดื่มพวกนี้มีฤทธิ์เป็นกรด ฉะนั้นถ้าคุณรีบทำความสะอาดในทันที ก็จะพลอยทำให้ชั้นเคลือบฟันเสียหายตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงค่อยแปรงฟัน เพื่อให้ค่า pH เกิดความสมดุลตามธรรมชาติซะก่อน หรือถ้าคุณรู้สึกอยากรีบทำความสะอาดจริงๆ ก็ใช้วิธีบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ก็ได้

ดื่มสปอร์ตดริ้งค์เป็นประจำ

สปอร์ตดริ้งค์อาจทำให้นักกีฬาหลายๆคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในพริบตา แต่เมื่อพูดถึงสุขภาพฟันแล้วล่ะก็นี่อาจเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพในช่องปากของคุณได้ เนื่องจากเครื่องดื่มพวกนี้อาจมีน้ำตาลอยู่ในปริมาณสูง เผลอๆอาจมีอันตรายมากกว่าน้ำอัดลมโดยทั่วไปซะอีกนะ ซึ่งน้ำตาลพวกนี้คือปัจจัยที่ทำให้ฟันผุได้ ฉะนั้นถ้าใครหลงใหลเครื่องดื่มนี้จริงๆ ก็ควรอ่านฉลากข้างขวดให้ดีซะก่อน ว่ามีน้ำตาลในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเหงือกและฟันของคุณหรือเปล่า

ดื่มไวน์สวยๆ

รู้ตัวกันหรือเปล่าว่าไวน์นั้นอุดมไปด้วยน้ำตาล ซึ่งทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดฟันผุได้ ใครๆก็น่าจะรู้กันเป็นอย่างดีนะว่าของหวานๆนั้นเป็นภัยต่อสุขภาพฟัน และมักไม่ได้ใส่ใจกับน้ำตาลที่อยู่ในเครื่องดื่มต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไวน์ คงไม่มีใครคาดคิดหรอกนะว่า ในไวน์หนึ่งแก้วนั้นมีน้ำตาลอยู่ถึง 1.4 กรัม ซึ่งจะเข้าไปเกาะติดอยู่บนผิวฟันเวลาที่คุณดื่มไวน์เข้าไป

ใช้แปรงสีฟันร่วมกันคนอื่น

ด้วยความที่โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยโรคติดต่อน่ากลัวๆมากมาย เราจึงเชื่อว่าคงไม่มีใครยอมแชร์แปรงสีฟันร่วมกันคนอื่น ที่ถึงแม้จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ตาม ถ้าใครยังไม่รู้ก็จงรับรู้เอาไว้ด้วยนะว่า ปากของเราทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูสู่สุขภาพ ฉะนั้นใครถ้าใครใช้แปรงสีฟันร่วมกันคนอื่น ก็เท่ากับเป็นการเปิดประตูให้เชื้อโรคต่างๆเข้าไปทำลายสุขภาพของคุณได้ นอกจากนี้ในแปรงสีฟันที่เราใช้อยู่นั้น ก็ยังเป็นแหล่งรวมตัวของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราด้วย ซึ่งทำให้เกิดโรคติดเชื้อต่างๆได้อย่างมากมาย ฉะนั้นอย่าใช้แปรงสีฟันร่วมกับใครเด็ดขาด

ออกแรงแปรงฟันมากเกินไป

การแปรงฟันแรงเกินไปเป็นความผิดพลาดที่พบได้บ่อยๆ โดยเฉพาะกับคนที่ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ซึ่งผลเสียที่ตามมาก็ได้แก่ เหงื่อร่น เสียวฟัน เหงือกอักเสบ และชั้นเคลือบฟันสึกกร่อน ซึ่งถ้าคุณสังเกตแปรงสีฟันดีๆก็จะพบว่าขนแปรงหักงอไม่เป็นรูปไม่เป็นทรง ซึ่งนั่นเป็นผลจากการออกแรงแปรงฟันมากเกินไป วิธีแก้ไขคืออย่าใช้แรงในการแปรงฟัน คุณควรใส่ใจกับการแปรงฟันให้ทั่วๆ อย่างต่อเนื่องและยาวนาน มากกว่าจะเน้นการใช้แรงในการแปรงฟัน จำเอาไว้นะว่าการแปรงฟันทุกวันคือสุขอนามัยที่ดี แต่วิธีขจัดคราบฝังแน่นและหินปูนที่ดีที่สุดก็คือ ไปให้หมอฟันช่วยจัดการให้

แปรงฟันทันทีหลังทานอาหารเสร็จ

นี่ก็คล้ายๆกับการดื่มชากาแฟนั่นแหละ คุณไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังกินข้าวเสร็จ เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อฟันได้ เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคกันในทุกวันนี้มักมีค่า pH ต่ำ ทำให้สภาพแวดล้อมที่เป็นกรดในช่องปาก ฉะนั้นถ้าเราใช้แปรงแข็งๆ หรือออกแรงในการแปรงฟันมากเกินไป ก็ทำฟันมีความเสี่ยงที่จะเกิดการสึกกร่อนได้ ทางที่ดีจึงควรรอซัก 30 ถึง 60 นาที ก่อนลงมือแปรงฟัน เพื่อรอให้ค่า pH ภายในช่องปากอยู่ในระดับปกติซะก่อน

ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาว

ด้วยความที่ใครๆอยากจะมีฟันขาว แล้วในสมัยนี้ก็สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวได้ตามร้านขายยาทั่วไป ในราคาที่ไม่แพงซะด้วย ผู้คนจึงมักซื้อมาใช้เองโดยไม่ระแวงในเรื่องอันตรายซักนิดเลย โปรดจงรู้เอาไว้ด้วยนะว่า ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวที่เห็นๆกันอยู่นะ มักไม่ค่อยมีคุณภาพ และอาจสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างฟันด้วย ซึ่งถ้าใช้เกินขนาดก็อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน หรือโครงสร้างฟันเปลี่ยนไปตลอดกาลได้ ฉะนั้นถ้าพูดถึงเรื่องการฟอกฟันขาวแล้ว ควรขอความช่วยเหลือจากหมอฟันจะเป็นการดีที่สุด

ไม่ใช้ไหมขัดฟัน

ไหมขัดฟันอาจดูเหมือนไม่มีความจำเป็นในการดูแลสุขภาพในช่องปากเลย แต่จริงๆแล้วนี่คือวิธีขจัดเศษอาการออกจากซอกฟันได้เวิร์คมากๆ แค่นั้นยังไม่พอ ไหมขัดฟันยังช่วยป้องกันการก่อตัวของคราบฟัน ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพฟันด้วย การขจัดคราบฟันเป็นประจำทุกวันจะช่วยป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกให้คุณได้ ซึ่งมีอยู่เหตุผลเดียวเท่านั้นแหละที่คุณไม่ควรใช้ไหมขัดฟัน นั่นก็คือเมื่อเหงือกมีเลือดออก ซึ่งอาการนั้นอาจเกิดการที่คุณไม่ได้ใช้ไหมขัดฟันก็ได้ เพราะถ้าคุณดูแลความสะอาดให้กับเหงือกและฟันเป็นอย่างดี อาการพวกนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น

ไม่ทำความสะอาดในบริเวณที่มีเลือดออก

โดยทั่วไปแล้วการที่มีเลือดออกตามร่างกายนั้นนับเป็นสัญญานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ยิ่งถ้ามีเลือดออกตามไรฟันด้วย ก็ยิ่งต้องให้ความดูแลเรื่องสุขอนามัยในช่องปากกันอย่างมาก ซึ่งหลายคนมักจะหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดในบริเวณที่มีเลือดออก ทั้งๆที่จริงๆแล้วคุณยิ่งต้องใส่ใจในเรื่องความสะอาดให้มากขึ้น หลายๆคนคงคิดว่าที่เลือดออกนั้นคงเกิดจากการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน เวลาแปรงฟันจึงไม่แตะต้องในบริเวณนั้นเลย และยิ่งปล่อยไว้นานผลร้ายก็จะตามมามากขึ้น เนื่องจากอาการเลือดออกนั้นบ่งบอกว่าเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งอาจลุกลามบานปลายจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ถ้าคุณไม่แน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งเอาไว้นานๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน