การ เริ่มต้นฝึกโยคะ นั้นเป็นช่วงเวลาที่สวยงาม เป็นช่วงเวลาของการสำรวจตัวตนและปลุกเร้าศักยภาพในตัวคุณ และการเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้นโดยการสำรวจร่างกายของคุณเอง หากช่วงเวลานี้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่คุณจะอ้าแขนรับ เปิดสมอง และเปิดหัวใจ เพื่อให้มองเห็นแง่งามในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ในชีวิต การตัดสินใจ เริ่มต้นฝึกโยคะ นั้นเป็นเพียงก้าวแรก คุณอาจยังกังวลว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี อย่าได้กังวลไป นี่คือรายละเอียดที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการฝึกโยคะสำหรับมือใหม่ เพื่อให้คุณมีความสุข สนุก และเกิดแรงบันดาลใจในการฝึกโยคะต่อไปแบบยาวๆ

เริ่มต้นฝึกโยคะ ให้เหมาะกับตัวคุณไม่ใช่ตามกระแส

โยคะนั้นไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นวิธีที่คุณจะได้เชื่อมโยงกับร่างกาย จิตใจและความคิด จนกระทั่งคุณสามารถพัฒนาร่างกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงได้

ท่าทางการเคลื่อนไหวหลักในโยคะและสิ่งสำคัญที่สุดคือการเชื่อมต่อกับลมหายใจ การจดจ่ออยู่กับลมหายใจ และตั้งใจฟังลมหายใจของตนเองอย่างระมัดระวัง สิ่งที่เราทุกคนคาดหวังมากที่สุดจากการฝึกโยคะก็คือ การพัฒนาอารมณ์ สุขภาพร่างกายที่ดีและการยอมรับตนเอง

ปัจจุบัน มีชั้นเรียนโยคะมากมายที่เปิดขึ้นมา คุณอาจรู้สึกหงุดหงิดที่เลือกชั้นเรียนโยคะที่ไม่เหมาะกับอุปนิสัยของคุณและสภาพร่างกายของคุณ และอาจลงเอยด้วยการเลิกเรียนไปเลย ในการเริ่มต้นฝึกโยคะ คุณควรลองสละเวลาสักเล็กน้อยเพื่อศึกษาภาพรวมของโยคะแต่ละประเภทว่ามีลักษณะอย่างไร และคุณรู้สึกว่าชอบการฝึกประเภทไหนมากที่สุด

สำหรับผู้เริ่มต้น การเลือกฝึกหัตถาโยคะหรือวินยาสะโยคะนั้นเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจังหวะการฝึกแบบช้าหรือเร็ว ซึ่งโยคะ 2 ประเภทนี้ คือการฝึกขั้นพื้นฐาน ที่เป็นการเตรียมตัวคุณให้พร้อมในเบื้องต้น หากต้องการลองฝึกโยคะแบบอื่นๆ ในระดับที่ยากกว่านี้ในภายหลัง

นอกจากนี้ ยังควรเลือกชั้นเรียนโยคะที่สะดวกต่อการจัดสรรเวลาของคุณ และควรเริ่มต้นชั้นเรียนโยคะในระดับขั้นพื้นฐานก่อน หรือการฝึกในระดับง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นไปหากคุณต้องการ และที่สำคัญ ในการเริ่มต้น ควรเลือกครูผู้สอนทำให้คุณรู้สึกสนุกไปกับการฝึกโยคะ เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจและสร้างแรงจูงใจในการฝึกครั้งต่อๆ ไป

อย่าลืมฝึกท่าศพทุกครั้ง

ศวาสนะหรือท่าศพ คือท่าพักที่มักเป็นท่าสุดท้ายในการฝึกโยคะคนส่วนใหญ่มักจะหลงลืมท่าศวาสนะหรือท่าศพ เพราะอาจคิดว่าเป็นเพียงท่านอนพักเล็กน้อยหลังจบการฝึกโยคะ แต่จริงๆ แล้วท่าโยคะท่านี้นั้นเป็นท่าที่สำคัญมาก

ท่าศพนี้จะช่วยให้ร่างกายและระบบประสาทของคุณจะได้พักและผ่อนคลายจาการฝึกโยคะ รวมทั้งยังช่วยฟื้นฟูพลัง ความสดชื่น และช่วยให้สมองจดจำสิ่งที่ได้ฝึกฝนมาตลอด 60 นาทีในการฝึกโยคะ และการใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเคลื่อนไหวผ่านท่าทางที่แตกต่างของฝึกโยคะแต่ละท่า

หากคุณข้ามท่าศวาสนะ หรือท่าศพไป เท่ากับว่าคุณได้ตัดเอาส่วนที่สำคัญที่สุดในการฝึกโยคะออกไปด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว ท่าดังกล่าวนั้น กินเวลาเพียง 1-2 นาที เท่านั้นเอง ในระหว่างนั้น คุณจะมีโอกาสอยู่กับลมหายใจกับตัวเอง การหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ทำให้เกิดสมาธิและความรู้สึกผ่อนคลาย แล้วคุณจะรู้สึกแปลกใจว่าเพียงแค่ได้หลับตา นอนนิ่ง และการอยู่กับจิตของตัวเองเพียงระยะสั้นๆ สามารถทำให้คุณปลอดโปร่ง โล่ง ผ่อนคลาย และมีความสุข สงบ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เพราะฉะนั้น อย่าดูถูกว่าท่าศพ แค่นอนเฉยๆ ไม่ต้องทำก็ได้ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่า การใช้เวลาเล็กน้อยอย่างยิ่งใหญ่เพื่อฝึกฝนตนเองในระหว่างที่ความคิดนั้นหยุดนิ่งมีความสำคัญต่อคุณมากแค่ไหน

หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้ร่วมฝึกคนอื่น

เราทุกคนล้วนมีเหตุผลส่วนตัวในการตัดสินใจเริ่มฝึกโยคะ เมื่อคุณเริ่มฝึก คุณจะมีโอกาสใช้เวลาจดจ่ออยู่กับร่างกายส่วนต่างๆ ของตัวเอง และรู้จักตัวเองดีที่สุด การมองคนอื่นเพื่อดูว่าตนเองทำท่าโยคะถูกต้องหรือไม่ เป็นการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และการประเมินความตนเองในการทำท่าโยคะแต่ละท่า อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองสักเท่าไหร่

สิ่งที่คุณควรทำก็คือการฟังครูผู้สอน ดูความเชื่อมโยง อยู่กับลมหายใจและจดจ่ออยู่กับความรู้สึกของตนเอง เพราะการฝึกโยคะนั้นเปรียบเสมือนการเดินทาง เพื่อสำรวจตนเองและปลุกเร้าพลังภายในของตัวคุณเอง

นอกจากนี้ ยังเป็นการเยียวยาจิตวิญญาณที่จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่สมบูรณ์ขึ้น ดังนั้นอย่าไปกล้วที่เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้และพึงระลึกว่าทุกคนสามารถฝึกโยคะได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย