ความแตกต่างและข้อควรรู้เกี่ยวกับ การติดเชื้อไวรัส กับ การติดเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 14, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

แม้ไวรัสและแบคทีเรียจะเป็นจุลินทรีย์เหมือนกัน แต่ก็มีหลายอย่างที่แตกต่างกัน และคุณควรรู้ถึงความแตกต่างเหล่านั้น เพื่อที่จะได้ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างถูกต้อง หรือเมื่อติดเชื้อแล้ว จะได้รักษาได้อย่างถูกวิธี ว่าแต่ การติดเชื้อไวรัส กับการติดเชื้อแบคทีเรียนั้นแตกต่างกันอย่างไร และต้องรักษาหรือป้องกันยังไงบ้าง บทความนี้มีคำตอบให้คุณแล้ว

ความแตกต่างของ การติดเชื้อไวรัส กับการติดเชื้อแบคทีเรีย

แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กที่ค่อนข้างซับซ้อน มีผนังเซลล์ที่คงรูป ทำให้สามารถรักษารูปร่างได้ ภายในเซลล์ของแบคทีเรียจะมีของเหลวที่ห่อหุ้มด้วยเยื่อบุบางๆ ลักษณะคล้ายยาง แบคทีเรียนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง และสามารถสร้างอาหารได้ ทั้งยังอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย จะในพื้นที่ร้อนจัด เย็นจัด มีกากกัมมันตรังสี หรือในร่างกายมนุษย์ แบคทีเรียก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งนั้น

แบคทีเรียส่วนใหญ่นั้นไม่เป็นอันตราย แถมแบคทีเรียบางชนิดยังจัดว่าเป็นแบคทีเรียชนิดดี (probiotic) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา เพราะช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ช่วยดูดซึมสารอาหาร เป็นต้น โดยแบคทีเรียชนิดที่สามารถก่อโรคในมนุษย์ได้นั้น มีน้อยกว่า 1% ด้วยซ้ำ

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ส่วนไวรัสนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และมีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย โดยไวรัสชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็ยังมีขนาดเล็กกว่าแบคทีเรียชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุด ไวรัสทุกชนิดจะมีแกนกลางเป็นกรดนิวคลิอิกซึ่งเป็น RNA หรือ DNA และมีโปรตีนห่อหุ้มล้อมรอบ สำหรับการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของไวรัสก็แตกต่างจากแบคทีเรีย เพราะไวรัสไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องเข้าไปเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น

ไวรัสส่วนใหญ่สามารถก่อโรคได้ และไวรัสบางชนิดก็จะโจมตีเซลล์เฉพาะที่ เช่น ไวรัสชนิดที่โจมตีเซลล์ตับ ไวรัสที่โจมตีระบบทางเดินหายใจ ไวรัสที่โจมตีกระแสเลือด และในบางครั้ง ไวรัสก็โจมตีแบคทีเรียด้วย

การติดเชื้อไวรัส และการติดเชื้อแบคทีเรีย

เราติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียได้ยังไง

เชื้อไวรัสและแบคทีเรียส่วนใหญ่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยคุณอาจ ติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียได้เพราะ…

  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น แตะตัว จูบ
  • การสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย เช่น สารคัดหลั่งจากมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอด หรือสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ที่ออกมาเมื่อไอ จาม
  • การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือตอนคลอด
  • การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียปนเปื้อน เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ แล้วเอามือไปสัมผัสใบหน้า ดวงตา ปาก จมูก
  • การกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • การโดนแมลงที่มีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียกัด

โรคจาก การติดเชื้อไวรัส ที่พบบ่อย

โรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อย

  • คออักเสบ
  • การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • อาหารเป็นพิษเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย
  • เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย
  • หนองในแท้
  • โรคไลม์
  • วัณโรค
  • บาดทะยัก

การติดเชื้อแบบไหน ถึงต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

แม้เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียจะเป็นจุลินทรีย์เหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะได้เหมือนกัน เพราะยาปฏิชีวนะนั้นใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้เท่านั้น โดยยาปฏิชีวนะจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของแบคทีเรีย แต่กลับไม่มีผลต่อเชื้อไวรัส หากคุณติดเชื้อไวรัส เช่น เป็นไข้หวัดธรรมดา อาการมักหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์โดยไม่ต้องใช้ยา และหากจะรักษาการติดเชื้อไวรัสด้วยยา ก็มักเป็นการใช้ยารักษาตามอาการ ไม่มียารักษาจำเพาะ

แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะสามารถรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้ แต่คุณก็ต้องใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และไม่ใช้ยาเกินขนาดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้แบคทีเรียปรับตัวจนต้านทานยาปฏิชีวนะ หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อยาปฏิชีวนะของเชื้อแบคทีเรีย หรือแบคทีเรียดื้อยา จนทำให้รักษาได้ยากขึ้น

และเมื่อเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียตามที่แพทย์สั่งแล้ว คุณก็ควรกินยาให้ครบตามที่แพทย์ระบุด้วย อย่าหยุดยากลางคันเด็ดขาด ถึงแม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการกินยาไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด อาจทำให้ยังมีเชื้อแบคทีเรียก่อโรคหลงเหลืออยู่ในร่างกาย จนโรคไม่หายขาดได้

วิธีป้องกัน การติดเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย

คุณสามารถป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรียได้ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • ดูแลสุขอนามัยให้ดี เช่น
    • ล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะหลังใช้ห้องน้ำ ก่อนและหลังสัมผัสหรือกินอาหาร หลังสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย
    • ไม่เอามือสัมผัสใบหน้า ปาก จมูก และดวงตา หากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด
    • ไม่ใส่ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ร่วมกันคนอื่น
  • เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน การติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียหลายชนิด เช่น วัคซีนโรคหัด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนรวมป้องกัน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก
  • หากป่วยควรพักฟื้นที่บ้าน หรือเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่าออกจากบ้านไปทำงาน หรือไปที่สาธารณะ เพราะคุณอาจไปแพร่เชื้อโรคให้ผู้อื่นได้ และอาจติดเชื้อโรคอื่นได้ง่ายด้วย เพราะตอนป่วย ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง
  • กินอาหารที่สะอาดและปรุงสุก ควรกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น หรือหากเป็นผักและผลไม้สด ก็ควรล้างให้สะอาดก่อนกิน
  • ป้องกันแมลง สัตว์ กัดต่อย เมื่อต้องอยู่ในที่ที่แมลงชุม เช่น ยุง เห็บ ควรป้องกันด้วยการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทายาป้องกันแมลง นอนกางมุ้ง เป็นต้น
  • มีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัย ใช้อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกครั้งเมื่อทำกิจกรรมทางเพศ เช่น ถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย และไม่ควรมีคู่นอนหลายคน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever)

โรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังมีภาวะคออักเสบ มีลักษณะเด่นคือ มีผื่นสีแดงสดเกิดขึ้นตามลำตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน

เท้าเหม็น จนแทบสลบ เกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

เท้าเหม็น (Bromodosis) เกิดจากการที่เท้ามีเหงื่อออกมากจนอับชื้น ทำให้แบคทีเรียที่ผิวหนังเจริญเติบโต และเข้าไปทำลายสสารในเหงื่อ จนทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย อันตรายต่อสุขภาพที่ควรระวัง

เชื้อโรค แบคทีเรีย อยู่รอบๆ ตัวเรา ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน เราต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอด โดยเฉพาะกับ 13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

แบคทีเรียในรองเท้า วายร้ายใกล้ตัวที่คุณอาจกำลังละเลย!

แบคทีเรียในรองเท้า เกิดจากการหมักหมมของสิ่งสกปรกในรองเท้า เหงื่อและความอับชื้น ซึ่งแบคทีเรียนี้สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

การใช้ยาปฏิชีวนะ-ผลข้างเคียง-ข้อควรรู้

การใช้ยาปฏิชีวนะ มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้ เพื่อการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันหัวนม-สาเหตุ-การรักษา

คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
ป้อนน้ำผึ้งให้เด็กทารก-อันตราย

อันตรายอาจถึงตาย! สาเหตุที่ว่าทำไมคุณถึงไม่ควร ป้อนน้ำผึ้งให้เด็กทารก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 5, 2020 . เวลาในการอ่าน
บรูเซลโลซิส-brucellosis

บรูเซลโลซิส (Brucellosis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 5, 2020 . เวลาในการอ่าน