วิธีแก้เผ็ด ลดอาการแสบร้อน ง่ายๆ แบบ ได้ผลชะงัก

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กันยายน 25, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ความเผ็ดนั้นเป็นสิ่งอยู่คู่กับอาหารไทยหลายๆ จาน ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ ผัดเผ็ด หรือแม้แต่น้ำจิ้มรสแซ่บทั้งหลาย แต่ความเผ็ดอันแสนแสบร้อนนี้ใช่ว่าจะเป็นที่ถูกปากสำหรับทุกคนเสมอไป บางคนอาจจะไม่สามารถรับประทานเผ็ดได้ หรือบางคนอาจจะชอบกินเผ็ด แต่ไม่ชอบความแสบร้อนที่ตามมาหลังจากนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยแนะนำ วิธีแก้เผ็ด แบบง่ายๆ ที่ได้ผลแบบชะงัก ทำให้คุณไม่ต้องทรมานกับอาการแสบร้อนหลังกินของเผ็ดอีกต่อไป

การรับรู้รสชาติ มีอะไรบ้าง

รสชาติ แม้ว่าจะฟังดูเหมือนมีหลากหลาย แต่ จริงๆ แล้ว รสชาตินั้นมีเพียงแค่ 5 รสหลักเท่านั้น คือ รสหวาน รสเค็ม รสขม รสเปรี้ยว และรสอูมามิ (Umami) หรือที่เรียกว่ารสกลมกล่อมหรือรสนัว การที่เราจะรับรู้รสชาติเหล่านี้ได้ จะต้องอาศัย ตุ่มรับรส (taste bud) ที่มีอยู่มากมายบนลิ้น

รสชาติที่ได้รับผ่านทางตุ่มรับรส เมื่อรวมกับกลิ่น สัมผัส และอุณหภูมิของสิ่งที่เรารับประทานเข้าไป ก็จะออกมาเป็นรสชาติต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การรับรู้รสชาติต่างๆ นอกจากตุ่มรับรสบนลิ้นจะมีส่วนสำคัญแล้ว ยังจะต้องประกอบไปด้วย จมูกเพื่อการรับกลิ่น และดวงตาเพื่อการมองเห็น ข้อมูลเหล่านี้จะส่งผ่านจากลิ้นไปยังสมอง ทำให้เราสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างรสชาติของสิ่งต่างๆ ได้ เช่น รสเปรี้ยวของมะนาว กับรสเปรี้ยวของน้ำส้ม

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ตุ่มรับรส

บริเวณของตุ่มรับรสต่างๆ มีดังต่อไปนี้

รสหวาน ตุ่มรับรสจะอยู่ที่บริเวณปลายลิ้น ใช้รับรสหวานที่ได้จากน้ำตาล เช่น กลูโคส ฟรุคโตส หรือแลคโทส และสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น แอสปาแตม

รสเค็ม ตุ่มรับรสจะอยู่ที่ปลายลิ้นยาวไปจนถึงด้านข้างของลิ้น ใช้รับรสเค็มจากโซเดียม เช่น เกลือ

รสเปรี้ยว ตุ่มรับรสจะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ของลิ้น ใช้รับรสเปรี้ยวที่มาจากสารที่มีความเป็นกรด เช่น มะนาว

รสขม ตุ่มรับรสจะอยู่ที่โคนลิ้น ใช้รับขมที่มาจากสารอัลคาลอยด์ เช่น คาเฟอีน

รสอูมามิ รสอูมามินั้นเป็นรสกลมกล่อม ดังนั้นจึงสามารถรับรสได้จากตุ่มรับรสส่วนใหญ่ที่อยู่บนลิ้น รสอูมามินี้จะคล้ายๆ กับรสชาติของน้ำซุป มักจะเกิดจากกรดกลูตามิก (glutamic acid) หรือกรดแอสพาร์ติก (aspartic acid)

ความเผ็ด ไม่ใช่รสชาติ แต่เป็นความรู้สึก

เรามักจะเรียกความเผ็ดร้อน ว่า “รสเผ็ด” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเผ็ดนั้นไม่ใช่รสชาติแต่อย่างไร ตุ่มรับรสของเราไม่มีตุ่มที่ใช้สำหรับรับรสเผ็ด แต่ความเผ็ดนั้น เป็นสัญญาณของความปวดและแสบร้อน ที่ส่งต่อผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง ซึ่งเกิดจากสารสามารถพบได้ในพริก อย่าง แคปไซซิน (Capsaicin) หรือสารที่เกี่ยวข้องกัน อย่างแคปไซซินอยด์ (capsaicinoids)

สารแคปไซซินนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกปวดและแสบร้อนในบริเวณที่มาสัมผัสกับเนื้อเยื่อของเรา แต่ไม่ได้ทำร้ายเนื้อเยื่อ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อแต่อย่างใด และเมื่อต่อมรับความรู้สึกสัมผัสได้ถึงอาการแสบร้อนจากสารแคปไซซิน ก็จะส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้เรารับรู้ว่าเป็นความเผ็ดอย่างที่เรารู้จักกันอยู่นั้นเอง ดังนั้น เวลาเราที่เรารู้สึกเผ็ด เราไม่ได้กำลังรับรสชาติเผ็ด แต่รับรู้สัญญาณตอบสนองทางกายภาพ ต่ออาการปวดและแสบร้อนที่มาจากความเผ็ดนั่นเอง

วิธีแก้เผ็ด แบบง่ายๆ ที่ควรนำไปใช้

วิธีแก้เผ็ด แบบง่าย ๆ

ดื่มนม

การดื่มนม หรือหรือรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมต่างๆ เช่น โยเกิร์ต เนย ชีส และครีม จะสามารถช่วยลดอาการแสบร้อน ที่เกิดขึ้นจากความเผ็ดได้ เนื่องจากภายในนมนั้นจะมีโปรตีนที่เรียกว่า เคซีน (casein) ทำให้หน้าที่เป็นสารชะล้างตามธรรมชาติ โดยการช่วยย่อยสลายสารแคปไซซิน และให้ผลในการบรรเทาอาการแสบร้อนจากความเผ็ด นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมส่วนใหญ่ มักจะมีส่วนของไขมัน ซึ่งสามารถช่วยละลายสารแคปไซซินได้เช่นกัน ทางที่ดีควรเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมที่มีไขมันสูง เช่น ครีม หรือไอศกรีม หรือดื่มนมที่ไม่พร่องมันเนย จะช่วยแก้เผ็ดได้อย่างชะงัก

กินแป้ง

งานวิจัยพบว่า คาร์โบไฮเดรต หรืออาหารจำพวกแป้งต่างๆ เช่น ขนมปัง หรือข้าว ที่มีสตาร์ซ (Starch) เป็นเป็นจำนวนมาก จะมีทำหน้าที่เป็นเกราะเคลือบชั้นบางๆ บนผิวของลิ้น และช่วยปกป้องคุณจากความเผ็ดได้ นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับสารแคปไซซินบางส่วนเอาไว้อีกด้วย ทำให้สารแคปไซซินสัมผัสกับลิ้นของคุณได้ลดลง และช่วยลดอาการเผ็ดลงได้

ของที่เป็นกรด

ของที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม หรือมะเขือเทศ จะช่วยแก้ความเผ็ดร้อนที่เกิดจากสารแคปไซซินได้โดยการทำให้สารนั้นมีค่ากลายเป็นกลาง และช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนจากความเผ็ดได้

น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง

แม้ว่าคุณอาจจะเคยได้ยินว่า น้ำตาลจะกลายเป็นตัวตัดที่ช่วยทำให้ความเผ็ดโดยเด่นขึ้นมา แต่ความจริงแล้ว ของหวานๆ อย่างน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง สามารถช่วยลดความแสนร้อนของความเผ็ดได้ โดยการอมน้ำตาลทราบหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา แล้วให้น้ำตาลเหล่านี้ดูดซึมสารแคปไซซินบางส่วนเข้าไป

วิธีแก้เผ็ด-ลดอาการแสบร้อน

สิ่งที่ไม่ควรทำหากอยากแก้อาการเผ็ด

ดื่มน้ำ

ปฏิกิริยาตามปกติของเราเมื่อรู้สึกเผ็ดก็มักเลือกที่จะดื่มน้ำ แต่ความจริงแล้ว น้ำนั้นนอกจากจะไม่ทำให้หายเผ็ดแล้ว ยังอาจทำให้ความเผ็ดแพร่กระจายไปยังทั่วปากของคุณอีกด้วย เนื่องจากสารแคปไซซินนั้นมีพื้นฐานเป็นน้ำมัน ไม่ละลายในน้ำ ทำให้ไม่สามารถช่วยลดความเผ็ดจากสารแคปไซซินได้เลย

ดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับรับประทานของเผ็ด จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกเผ็ดขึ้นมากกว่าเดิม เพราะแม้ว่าสารแคปไซซินนั้นอาจจะละลายได้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ฤทธิ์ความเผ็ดร้อนของสารแคปไซซินนั้นจะยังไม่หายไป แต่จะแพร่กระจายทั่วปากและลำคอ ตามที่เราดื่มแอลกอฮอล์ลงไปอีกด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เคล็ดลับสำหรับคนอยากผอม กับขั้นตอนที่จะช่วยทำให้เบิร์นแคลอรี่ได้ไว

การออกกำลังเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จริงๆ ก็มี เคล็ดลับสำหรับคนอยากผอม บางอย่างที่จะช่วยให้เบิร์นแคลอรี่ได้ไวขึ้นอยู่ ทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

เบื่ออาหารหลังฉายรังสี ควรแก้ไขอย่างไรดี เพื่อสุขภาพของคุณ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งและรับการรักษาด้วยการฉายรังสีนั้น มักจะมีผลกระทบที่ตามมาก็คือ อาการ เบื่ออาหารหลังฉายรังสี ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

นมอัลมอนด์ คุณประโยชน์ที่หลากหลายไม่น้อยหน้านมวัว

นมอัลมอนด์ นมจากธัญพืชธรรมชาติ อย่าง เม็ดอัลมอนด์ เป็นแหล่งของวิตามินอี และวิตามินดี ให้แคลอรี่น้อย และยังมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มกราคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

อาหารรสเผ็ดช่วยในการขับถ่าย ได้จริง ๆ หรือ?

พริก สารให้ความเผ็ดจากธรรมชาติที่เรารู้จักกันดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ในเรื่องของการรับประทาน อาหารรสเผ็ดช่วยในการขับถ่าย อาจเป็นเพียงแค่ความเชื่อ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, เคล็ดลับสุขภาพ, โภชนาการ มกราคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ดื่มนม-ลดความเสี่ยง-โรคหัวใจ

งานวิจัยเผย ดื่มนมวันละ 2 แก้ว อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 23, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ-วัยหมดประจำเดือน

วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดประจำเดือน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
นมวัวกับนมจากพืช-ความแตกต่าง

นมวัวกับนมจากพืช นมแบบไหนที่เหมาะจะเป็นตัวเลือกของคุณ มาดูกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
ดื่มนม-ก่อนนอน

ดื่มนม ก่อนนอน ดีจริงหรือเป็นเพียงภาพจำในละคร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 26, 2020 . เวลาในการอ่าน