นิมโฟมาเนีย อาการคลั่งไคล้ในเซ็กส์ ที่คุณสามารถหยุดมันได้

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หากใครที่กำลังเผชิญกับ นิมโฟมาเนีย อยู่นั้นไม่ต้องเป็นกังวล หรือรู้สึกว่าตนเองแปลกประหลาดกว่าผู้อื่น เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์ทางเพศที่ควบคุมได้ค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารักษาให้หายไม่ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ ขออาสาพาทุกคนมารู้จัก และวิธีรับมือกับอาการคลั่งไคล้ในเซ็กส์นี้ไปพร้อมกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดการหลงใหลในเซ็กส์โดยไม่รู้ตัว

ในปัจจุบันมีการเปิดให้เพศทางเลือกได้มีสิทธิ อิสระต่างๆ ไม่ว่าจะชาย หญิง สาวประเภทสอง ในการทำกิจกรรมร่วมกันได้มากขึ้น เช่น การเลือกจำแหน่งหน้าที่การทำงาน การคบหาดูใจ การแต่งตัวตามแฟชั่นอย่างไม่มีจำกัด และอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็ คือ การมีเซ็กส์ ขณะเดียวกันยังมีผู้คนบางกลุ่มที่คุณอาจคาดไม่ถึง และมีอยู่ในสังคมรอบตัวของเราจริงๆ พวกเขาเหล่านี้มักมีความหลงไหลในการมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าคนปกติทั่วไป หรือที่เรียกว่า นิมโฟมาเนีย (Nymphomania) ซึ่งเป็นโรคทางจิตที่มีพฤติกรรมความต้องการทางเพศสูง โดยอาจเกิดได้จากการชักชวน หรือการมีเซ็กส์บ่อยจนทำให้เกิดความเคยชินมีอารมณ์เกินกว่าที่จะควบคุม รวมถึงความสมดุลของสารเคมีในสมองผิดปกติ และการถ่ายทอดพันธุกรรมภายในครอบครัวที่สามารถส่งผลให้คุณเป็นนิมโฟมาเนียได้ ในบางครั้งอาจเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล จนทำให้ผู้ป่วยใช้เซ็กส์เป็นทางออกของปัญหาในการระบายอารมณ์ภายในจิตใจได้อีกด้วย

เช็ก! อาการแรกเริ่มที่ก่อให้เกิด นิมโฟมาเนีย ขึ้น

อาการที่พบได้ทั่วไปของผู้ป่วย คือ

  • ไม่มีสมาธิ วอกแวกง่าย
  • ช่วยตนเองให้สำเร็จความใคร่อยู่บ่อยครั้ง
  • เสพสื่ออนาจาร จากสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ภาพที่มีแบบเปลือยโป๊
  • มีคู่นอนหลายคน รวมถึงการนอกใจคู่รัก
  • มีเพศสัมพันธ์ด้วยความรู้สึกอับอาย ซึมเศร้าหรือแสดงอาการวิตกกังวล

นิมโฟมาเนียอาจเกิดมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่เคยมีประวัติทางจิต เหตุการณ์ในชีวิตบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นให้รู้สึกจดจำฝังใจ ความเจ็บป่วยทางจิต และความเครียดสะสม

รักษาความต้องการทางเพศ ให้สมดุล โดยวิธีเหล่านี้

  • การบำบัดพฤติกรรมทางปัญญาจากนักบำบัด
  • ยาคลายกังวล ยารักษาอาการซึมเศร้า และอาการทางจิต โดยได้รับการอนุญาติจากแพทย์เท่านั้น
  • การรับประทานอาหารที่ส่งเสริมด้านสุขภาพ
  • มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมรอบข้างที่ทำให้ตนเองรู้สึกมีความสุข
  • ออกกำลังกายเป็นประจำเพิ่มสมาธิ เช่น โยคะ
  • พักผ่อน ปรับการนอนให้เวลาใกล้เคียงกันมากที่สุด
  • การนวดบำบัดเพิ่มความผ่อนคลาย
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 6, 2020 | Last Modified: มกราคม 8, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน