คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) โรคสายตา ที่คนยุคใหม่ต้องระวัง

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 3 mins read
Share now

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) โรคยอดฮิตในปัจจุบันที่มักพบได้ในคนวัยทำงานและกลุ่มนักศึกษา รวมทั้งคนที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์หรือจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ โดยอาการที่พบบ่อยๆ ได้แก่ การปวดตา สายตาเมื่อยล้า ตาระคายเคือง ตาแห้ง รวมถึงอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดไหล่และหลัง เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อใช้เวลากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบสำหรับอาการ สาเหตุ ตลอดจนแนวทางป้องกันโรค แต่จะมีเคล็ดที่ไม่ลับอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมคืออะไร

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ ซีวีเอส (Computer Vision Syndrome : CVS) คืออาการของคนที่ทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ จนทำให้มีอาการรู้สึกไม่สบายตัว เช่น แสบตา ตาแห้ง ปวดตา ตาพร่ามัว เกิดอาการมองภาพเบลอ และบ่อยครั้งที่จะมีอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง จากการนั่งที่ไม่ถูกวิธีร่วมด้วย ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอนั่นเอง

อาการของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีหน้าจอต่างๆ นั้น สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อดวงตาในระยะยาวได้หรือไม่ แต่การใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำก็อาจทำให้เสี่ยงต่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • ตาล้า
  • ระคายเคืองตา
  • ตาแห้ง ตาแดง
  • ตาพร่า
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดคอหรือปวดหลัง

หากผู้ป่วยมีอาการดังข้างต้นที่กล่าวมานี้ ควรรีบหาทางรักษาหรือแก้ไขเสียตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเริ่มมีอาการ เพราะการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ นั้น ไม่เพียงก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับดวงตา แต่อาจมีปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ จากการใช้งานและการอยู่ในท่านั่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้

สาเหตุของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

สำหรับสาเหตุของการเกิดอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมนั้น นอกจากการใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เป็นระยะเวลานานๆ แล้ว ยังเกิดจากการจัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม มีแสงสว่างหรือแสงสะท้อนมากเกินอีกด้วย

การรักษาโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

  • ปรับสภาพแวดล้อมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา

เมื่อเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสายตาให้เหมาะสมได้ อาการปวดศีรษะก็จะดีขึ้น เพราะเมื่อเราใช้สายตาอย่างหนักหรือหักโหมมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการล้าและปวดตาได้ การใช้ดวงตาเพ่งมองเป็นเวลานานก็ควรมีการหยุดพักสายตาบ้าง เช่น ใช้สายตาไป 20 นาที ก็ควรพักสายตาสัก 20 วินาที ด้วยการมองออกไปไกลๆ จากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 20 ฟุต หรือมองธรรมชาติสีเขียว ๆ เพื่อช่วยให้ดวงตาเกิดการผ่อนคลายและเป็นการถนอมสายตาไปในตัว

  • การใช้น้ำตาเทียม

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำน้ำตาเทียม 2 ชนิด คือ น้ำตาเทียมแบบรายเดือน (1 ขวดใหญ่เมื่อเปิดแล้วใช้ได้ 1 เดือน) และน้ำตาเทียมรายวัน (ใช้ได้ 24 ชั่วโมงแล้วทิ้ง) ซึ่งสามารถใช้ได้ตามอาการ กล่าวคือ หากมีอาการตาแห้งไม่มากควรใช้แบบรายเดือน แต่ถ้าตาแห้งมาก ๆ ก็ควรใช้แบบรายวัน เนื่องจากสามารถหยอดได้บ่อยและถี่กว่าปกติ

เมื่อหยอดน้ำตาเทียมแล้วเราจะรู้สึกสบายตามากขึ้นเหมือนมีน้ำหล่อลื่น ช่วงแรกที่มีอาการมาก ๆ ควรต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจนกว่าแผลเล็ก ๆ ในตาจะสมานกันดีเสียก่อน พออาการค่อนข้างคงที่แล้วจึงค่อยเว้นระยะการหยอดน้ำตาเทียมให้ห่างขึ้นตามลำดับ

วิธีการป้องกันให้ห่างจากโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

  • วางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากดวงตาประมาณ 20 – 28 นิ้ว และควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาในแนวราบประมาณ 4 – 5 นิ้ว
  • ปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะสม ไม่สว่างหรือมืดเกินไป โดยอาจจะใช้กระจกกันแสงสะท้อนติดที่หน้าจอหรือสวมแว่นกรองแสง เพื่อช่วยลดแสงสะท้อนเข้าดวงตา
  • ควรพักการใช้สายตาเป็นระยะ โดยใช้สูตรการพักสายตา “20 – 20 – 20” หมายถึงละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุก 20 นาที แล้วมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกลอย่างน้อย 20 ฟุต นานประมาณ 20 วินาที
  • ขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวดวงตา
  • ผู้ที่มีสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น ยาว หรือเอียง ควรตรวจและแก้ไขความผิดปกติสายตาโดยใส่แว่นสายตาหรือ คอนแทคเลนส์ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพที่หน้าจอได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ผลจากการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรระมัดระวังการใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายในระยะยาวได้ ซึ่งหากเราใช้บนพื้นฐานของความพอดี เทคโนโลยีเหล่านี้ก็จะเป็นสิ่งที่เติมเต็มให้ชีวิตมีคุณค่า ทำให้เราทันสมัยและไม่ตกยุคอย่างแน่นอน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เคล็ดลับ หน้าอ่อนกว่าวัย ที่สาวๆ ควรรู้ไว้

ไม่ว่าสาวๆ คนไหนก็คงอยากจะมี หน้าอ่อนกว่าวัย นั่นแปลว่าเราสามารถดูแลตัวเองรวมไปถึงผิวได้อย่างดีเยี่ยม แต่จะทำอย่างไรให้หน้าดูอ่อนกว่าวัยได้บ้าง ลองมาดูกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ตาพร่ามัวขณะปวดหัว อันตรายมากน้อยแค่ไหน?

อาการ ตาพร่ามัวขณะปวดหัว เป็นหนึ่งสัญญาณของอาการปวดหัวแบบไมเกรน ซึ่งเมื่อมีอาการปวดดศีรษะขั้นรุนแรง จึงส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นนั้นเบลอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

เลสิก การรักษาสายตายอดฮิตในหมู่วัยรุ่น

เลสิก คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา เช่น สายตายาว สายตาสั้น สายตาเอียง วิธีนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
สุขภาพตา, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 22, 2019 . 4 mins read

นีพาฟีแนค (Nepafenac)

นีพาฟีแนค (ยาหยอดตา) อยู่ในกลุ่มของยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดตา ระคายเคืองตา และอาการตาแดงหลังจากการผ่าตัดรักษาต้อกระจก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 11, 2019 . 1 min read

บทความแนะนำ

ติดสมาร์ทโฟน-สุขภาพแย่-ชีวิตคู่พัง

สุขภาพแย่ ชีวิตคู่พัง เพียงเพราะ ติดสมาร์ทโฟน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 21, 2020 . 4 mins read
สายตาเอียง-ตาเบลอ-มองไม่ชัด-วิธีรักษา

ตาเบลอ มองใกล้มองไกลก็ไม่ชัด คุณอาจมีปัญหา สายตาเอียง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 10, 2020 . 4 mins read
อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

บำรุงด่วน ก่อนสายตาจะเสื่อมกับ อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 10, 2020 . 2 mins read
รู้หรือไม่-ปลาหมึกมีความฉลาดเท่าสุนัข-สมอง

ปลาหมึกมีความฉลาดเท่าสุนัข รู้หรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 14, 2020 . 3 mins read