ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการ ทำหมันหญิง ที่ทุกคนควรรู้

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

เมื่อพูดถึงการคุมกำเนิด หลายๆ คนก็มักจะนึกถึงการกินยาคุม หรือการใช้ถุงยางอนามัย วิธีการคุมกำเนิดเหล่านี้แม้ว่าจะได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้รับรองว่าจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 100% ผิดกับการ ทำหมันหญิง วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาให้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการ ทำหมันหญิง เพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ที่สนใจ และจะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทำหมัน

การ ทำหมันหญิง เป็นอย่างไร ทำไมบางคนถึงอยากทำ

การทำหมันหญิง (Tubal ligation หรือ Tubal Sterilization) คือวิธีการคุมกำเนิดประเภทหนึ่งสำหรับผู้หญิง เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร การทำหมันหญิงนั้น จะทำการตัดหรืออุดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง ไม่ให้ไข่สามารถเดินทางมายังมดลูก เพื่อเจอกับตัวอสุจิแล้วทำการปฏิสนธิ จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีโอกาสในการตั้งครรภ์ 100% แต่อย่างไรก็ตาม การทำหมันนี้ไม่สามารถป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

การทำหมันหญิงนี้นอกจากจะสามารถคุมกำเนิดได้อย่างถาวรแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกยอดนิยม สำหรับผู้หญิงที่ไม่อยากมีลูก หรือไม่อยากจะมีลูกเพิ่มอีกแล้ว

การทำหมันหญิงประเภทต่างๆ

ประเภทของการทำหมันหญิงนั้นจะแบ่งออกตามช่วงเวลาที่ทำหมัน สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

การทำหมันเปียก หรือเรียกอีกอย่างว่า การทำหมันหลังคลอด หมายถึงการทำหมันทันทีหลังจากที่ทำการคลอดบุตร ไม่ว่าจะคลอดตามธรรมชาติ หรือทำการผ่าคลอด โดยปกติแล้วจะเริ่มการทำหมันภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากคลอดลูก เนื่องจากเป็นช่วงที่ผนังหน้าท้องมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถผ่าตัดได้อย่างสะดวก สามารถเย็บปิดแผลได้อย่างมิดชิดสวยงามมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยนั้นก็ได้ผ่านการอดน้ำอดอาหารมาพร้อมอยู่แล้ว ทำให้สามารถลงมือได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาอดน้ำอดอาหารเพิ่ม

การทำหมันแห้ง หมายถึงการทำหมันในช่วงเวลาอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ หรือทำหมันหลังจากคลอดไปแล้ว 6 สัปดาห์ขึ้นไป

การทำหมันหลังแท้ง หมายถึงการทำหมันหลังจากที่แท้ง หรือมีการขูดมดลูก สามารถทำได้ทันทีหลังขูดมดลูก

ความเสี่ยงที่อาจมาพร้อมกับการทำหมัน

การจะทำหมันหญิงนั้นจะต้องใช้กระบวนการผ่าตัด ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายได้ เช่น

  • ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือเส้นเลือดใหญ่เกิดความเสียหาย ในระหว่างกระบวนการผ่าตัดทำหมัน
  • ปฏิกิริยาต่อยาสลบที่ใช้ในการผ่าตัด ยาสลบนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง หรืออาจเกิดอันตรายอื่นๆ ได้
  • เกิดจากติดเชื้อหลังจากการผ่าตัดทำหมัน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • หากกระบวนการทำหมันผิดพลาด เช่น อุดท่อนำไข่ไม่ดี จนเชือกที่ผูกเพื่อปิดท่อนำไข่นั้นหลุด ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ได้
  • วิงเวียนศีรษะ
  • เหนื่อยล้า
  • ปวดแผล

นอกจากนี้ การทำหมันก็อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง หากคุณสังเกตเห็นอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบติดต่อแพทย์ในทันที

  • เป็นไข้สูง
  • มีเลือดไหลออกจากแผลผ่าตัด
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง และปวดตลอดเวลา
  • หน้ามืดบ่อยๆ

พึงระลึกไว้เสมอว่า การทำหมันนั้นเป็นเพียงวิธีการคุมกำเนิดเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันคุณจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ คุณควรหาวิธีอื่นในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น

ควรเตรียมความพร้อมอย่างไรก่อนการทำหมัน

ก่อนการทำหมันหญิง คุณควรจะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับข้อมูลในเรื่องของการทำหมัน เช่น

  • สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการทำหมันหญิง ประโยชน์ของการทำหมัน และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการผ่าตัด เนื่องจากในกระบวนการผ่าตัดนั้น ใช่ว่าจะสำเร็จ 100% กระบวนการทำหมันหญิงอาจนำมาพร้อมกับความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้
  • ปรึกษาเกี่ยวกับสาเหตุที่จะทำหมัน เนื่องจากการทำหมันหญิงนี้จะเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร และไม่สามารถแก้กลับให้เป็นเหมือนเดิมได้ในภายหลัง หรือหากแก้กลับมาได้ ก็จะต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก หากคุณคิดว่าในอนาคตคุณอาจจะเกิดอยากมีลูกอีกครั้ง ก็ไม่ควรเลือกการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้
  • ปรึกษาเกี่ยวกับหนทางในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หลังจากการทำหมันแล้ว เนื่องจากการทำหมันนี้ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำหมัน เช่น หลังจากคลอดลูก หรือหลังจากการผ่าตัดทางช่องท้องอื่นๆ

หากคุณไม่ได้ทำหมันทันทีหลังจากคลอดลูก ในระหว่างรอการทำหมัน ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีการที่น่าเชื่อถือ และเมื่อใกล้จะถึงเวลาทำหมัน ควรตรวจครรภ์ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์อีกครั้งก่อนการทำหมัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รู้หรือไม่! ยาคุมแบบ21เม็ด ยาคุมแบบ28เม็ด แตกต่างกันอย่างไร

ผู้หญิงหลายคนจะต้องมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับประทานยาคุมอย่างแน่นอน เช่น การรับประทาน ยาคุมแบบ21เม็ด  ต่างจาก ยาคุมแบบ28เม็ด อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 25, 2020 . เวลาในการอ่าน

การทำแท้งเอง ไม่ปลอดภัย อาจเสี่ยงเกิดอาการเหล่านี้ได้

การทำแท้งเอง เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างมาก เพราะมันมีความเสี่ยงต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเสียเลือด การติดเชื้อ ทั้งยังอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน พร้อมวิธีป้องกันที่คุณทำได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เช่น เบาหวานขึ้นจอตา ปัญหาผิวหนังจากเบาหวาน สามารถพบได้บ่อย แต่คุณก็สามารถชะลอและป้องกันได้ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากในบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
ศูนย์โรคเบาหวาน, ศูนย์สุขภาพ เมษายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

แค่ น้ำหล่อลื่น ทำให้ท้อง ได้ไหมนะ

น้ำหล่อลื่น ทำให้ท้อง ได้หรือไม่นั้น เป็นคำถามที่หลายๆ คนอาจสงสัย หากน้ำหล่อลื่นมีการปนเปื้อนอสุจิมาด้วยก็มีโอกาสที่จะทำให้ท้องได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

บทความแนะนำ

กาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษ-septicemic-plague

กาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษ (Septicemic plague)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด-กับ-ยาคุมกำเนิดแบบฝัง

ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด กับ ยาคุมกำเนิดแบบฝัง แบบไหนให้ประสิทธิภาพดีกว่ากัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย-gynecomastia

ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
โปแลนด์ซินโดรม-Poland Syndrome

โปแลนด์ซินโดรม (Poland Syndrome)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน