ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) อันตรายของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มกราคม 28, 2020
Share now

เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก นอกจากจะต้องเป็นประจำเดือนหรือตั้งครรภ์แล้ว บางครั้งอาจมีความเสี่ยงเป็น ช็อกโกแลตซีสต์ ได้อีกด้วย แม้โรคนี้จะมีวิธีการรักษา แต่การรู้เกี่ยวกับโรคนี้ไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องราวนี้มาแนะนำกัน

ทำความรู้จักกับ ช็อกโกแลตซีสต์ 

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) เป็นถุงน้ำในรังไข่ที่เต็มไปด้วยเลือดเก่า ซีสต์เหล่านี้แพทย์มักจะเรียกว่า เอนโดเมทริโอมา (Endometrioma) ซึ่งมันไม่ใช่มะเร็ง แต่แพทย์มักจะให้ความหมายว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือเรียกว่า เอนโดเมทริโอซิส (Endometriosis) ผู้ที่มีเยื่อโรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดขึ้นในผู้หญิงประมาณ 20-40% จะสามารถพัฒนาเป็นช็อกโกแลตซีสต์ได้

ช็อกโกแลตซีสต์ มักก่อตัวลึกภายในรังไข่ จะมีสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายดินน้ำมันและมองดูแล้วจะคล้ายกับช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว สีน้ำตาลนั้นมาจากเลือดประจำเดือนและเนื้อเยื่อที่เติมเข้าในโพรงของถุงน้ำ ช็อกโกแลตซีสต์อาจมีผลต่อรังไข่ข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ และสามารถเกิดขึ้นได้หลายๆ ครั้ง

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นความผิดปกติทั่วไปที่เยื่อบุของมดลูก หรือที่เรียกว่าเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตนอกมดลูก และสู่รังไข่ ท่อรังไข่ และพื้นที่อื่น ๆ ของระบบสืบพันธุ์ การมีเยื่อบุมากเกินไปทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงและบางครั้งก็มีบุตรยากช็อกโกแลตซีสต์เป็นกลุ่มย่อยของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ นอกจากนั้นแล้วมันยังสามารถเปลี่ยนแปลงสถานะให้กลายเป็นโรคที่รุนแรงอื่นๆ ได้อีกด้วย

เพราะอะไรถึงทำให้เป็นช็อกโกแลตซีสต์

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกทำให้เกิดซีสต์ช็อกโกแลต เนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ทำให้เนื้อเยื่อนี้เติบโตนอกมดลูก เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกสามารถติดกับรังไข่ ท่อนำไข่ และอวัยวะใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ สิ่งนี้สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวดแบบหนังหน่วงเป็นระยะเวลานาน นอกจากนั้นมันยังสามารถส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย

แพทย์แบ่งเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ออกเป็นระยะๆ ตามเนื้อเยื่อของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ขั้นตอนที่ 3 และ 4 นั้นรุนแรงที่สุด และมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดเอนโดเมทริโอมา (Endometrioma) หากคนที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไม่ได้รับการรักษาก็อาจจะรุนแรงมากขึ้น และซีสต์ช็อกโกแลตก็อาจพัฒนาขึ้นได้เช่นกัน

ช็อกโกแลตซีสต์เป็นถุงน้ำที่มีเลือดเก่า มันจะอยู่แนบกับรังไข่และอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของรังไข่ ในบางกรณีช็อกโกแลตซีสต์สามารถหยุดการทำงานของรังไข่และป้องกันการตั้งครรภ์

แพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การวิจัยส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญ แม้ว่านักวิจัยจะไม่แน่ใจว่าทำไมฮอร์โมนถึงทำให้เกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ในบางคนเท่านั้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และช็อกโกแลตซีสต์ ได้แก่

  • พันธุศาสตร์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับพันธุกรรมนี้
  • ย้อนประจำเดือนไหลย้อนกลับ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเลือดไหลย้อนกลับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทางเดินขึ้นท่อนำไข่ แทนที่จะออกจากช่องคลอด
  • ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ปัญหาระบบภูมิคุ้มกันบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความผิดปกติของภูมิต้านทานผิดปกติอาจทำให้เกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิด
  • การบาดเจ็บ ความเสียหายต่อมดลูกหรือโครงสร้างโดยรอบ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิด การบาดเจ็บเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ในระหว่างการผ่าตัดคลอด

ความจริงแล้วช็อกโกแลตซีสต์  อันตรายหรือไม่

ช็อกโกแลตซีสต์ สามารถทำให้เกิดส่งต่างๆ ดังนี้

  • ทำให้เกิดอาการปวดกระดูกเชิงกรานเรื้อรัง
  • เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่
  • ทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น
  • หยุดรังไข่ของคุณไม่ให้ทำงานเหมือนที่ควร

การรักษาช็อกโกแลตซีสต์ ต้องทำอย่างไรบ้าง

สำหรับวิธีการรักษาแพทย์จะต้องพิจารณาอายุ และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับคุณ โดยจะสอบถามว่าคุณนั้นมีแผนที่จะมีลูกในอนาคตหรือไม่ การเลือกแผนรักษา มีดังนี้

  • รอคอยอย่างระมัดระวัง หากคุณไม่เจ็บปวดและถุงน้ำขนาดเล็ก แพทย์อาจแนะนำให้คุณรอประมาณ 6-8 สัปดาห์เพื่อดูว่ามันจะหายไปเองหรือไม่ แพทย์จะใช้การทดสอบด้วยการทำอัลตร้าซาวด์ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่
  • ใช้ยา แพทย์ของคุณอาจให้ยาเพื่อช่วยลดขนาดถุง กลุ่มยาที่แพทย์เรียกว่า ยาสังเคราะห์ประเภทฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิง(Gonadotropin-releasing hormone agonist /GnRH agonists) ซึ่งทำให้ร่างกายของคุณหมดระดูชั่วคราว รังไข่ของคุณหยุดทำฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการใดๆ ที่คุณมี ซึ่ง GnRH agonists สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นเดียวกับวัยหมดประจำเดือน เช่น อาการร้อนวูบวาบ การสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก และแรงขับทางเพศน้อยลง คุณไม่ควรรับยานี้หากคุณกำลังตั้งครรภ์
  • ศัลยกรรม แพทย์ของคุณอาจพูดคุยกับคุณเกี่ยวกับการผ่าตัด หากคุณมีอาการปวดอย่างรุนแรง และยาก็ไม่สามารถบรรเทาอาการใดๆ ได้แล้ว ทั้งถุงของคุณมีขนาดใหญ่กว่า 5 นิ้ว แพทย์อาจเลือกตัวเลือกนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงบิดหรือเปิดค้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหารุนแรงขึ้น

บางครั้งแพทย์อาจสามารถระบายของเหลวในถุง แต่ในกรณีอื่นคุณอาจต้องนำถุงน้ำออกมาทั้งหมด วิธีนี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดของคุณ และเป็นการป้องกันไม่ให้ซีสต์เติบโต ถ้าหากคุณแน่ใจว่า คุณไม่ต้องการตั้งครรภ์แพทย์ของคุณสามารถกำจัดรังไข่ออกให้ได้ทันที ซึ่งมดลูกของคุณก็สามารถถูกนำออกมาได้เช่นกัน แต่แพทย์จะทำตามขั้นตอนที่คุณตัดสินใจเลือกเท่านั้น ซึ่งเรียกว่าการผ่าตัดมดลูก แต่ถ้าหากคุณยังต้องการตั้งครรภ์อยู่ อาจจะต้องมีการพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกทั้งหมด เพื่อหาวิธีรักษาที่จะได้ออกมาตรงตามความต้องการของคุณจะเป็นการดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ในท้องไม่ใช่ลูกของฉัน แต่เป็นเพียง ครรภ์ไข่ปลาอุก

ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์ และถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้น อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการ ทำแท้ง ที่คุณควรรู้

แต่ Hello คุณหมอ อยากจะมาแนะนำเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับการ ทำแท้ง ให้หลายคนได้ทราบ และพิจารณาถึงผลกระทบของการทำแท้งต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ท้องนอกมดลูก คุณมีความเสี่ยงนี้ไหม แล้วลูกจะปลอดภัยหรือเปล่า

การ ท้องนอกมดลูก เป็นสภาวะความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจมีอันตรายถึงชีวิต ในขณะที่ทารกในครรภ์อาจเสียชีวิตก่อนที่จะมีการคลอดออกมา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

คุณแม่ตั้งท้องไปทำฟัน ได้ไหม มีความเสี่ยงที่ต้องระวังหรือไม่

ในช่วงตั้งท้อง คุณแม่หลายคนมักเกิดความกังวลว่าจะสามารถไปทำฟันได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงนั้น คุณแม่ตั้งท้องไปทำฟัน ได้ และไม่มีอันตรายใดที่ต้องกังวล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

Recommended for you

PCOS กับการตั้งครรภ์ ทำอย่างไรดี เมื่ออยากท้อง แต่มีภาวะ PCOS

PCOS กับการตั้งครรภ์ ทำอย่างไรดี เมื่ออยากท้อง แต่มีภาวะ PCOS

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
Published on เมษายน 3, 2020
แช่แข็งเซลล์ไข่ ไว้สิ เลือกเวลาลูกเกิดเมื่อตอนคุณพร้อม

แช่แข็งเซลล์ไข่ ไว้สิ เลือกเวลาลูกเกิดเมื่อตอนคุณพร้อม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
Published on มีนาคม 19, 2020
สาวๆ รู้ไว้ ปวดท้องน้อยบ่อย อาจเป็น โรคปีกมดลูกอักเสบ ก็ได้

สาวๆ รู้ไว้ ปวดท้องน้อยบ่อย อาจเป็น โรคปีกมดลูกอักเสบ ก็ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง
Published on มีนาคม 16, 2020
โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ ระหว่างตั้งครรภ์

โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ ระหว่างตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เธียรธัช มีโภคา
Published on กุมภาพันธ์ 27, 2020