“ตาปลา” คืออะไรและจัดการได้อย่างไรบ้าง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หากคุณไม่แน่ใจว่า ตาปลา (Corns, Calluses) นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แพทย์สามารถบอกคุณได้อย่างง่ายดายโดยทันทีที่เห็น อย่างไรก็ตาม แพทย์จะสามารถระบุอาการของคุณได้ ก็ต่อเมื่อคุณขอรับการวินิจฉัยเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณต้องจำเป็นสังเกตอาการของตนเองก่อน และควรทำความเข้าใจถึงสัญญาณเตือนว่า คุณเริ่มมีอาการของตาปลาหรือเปล่า เพื่อที่จะได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมต่อไป

ตาปลาคืออะไร

ตาปลาเป็นอาการที่เกิดจากเนื้อเยื่อชั้นบนของผิวหนังมีการหนาตัวและนูนขึ้นมาเป็นตุ่มเล็กๆ ซึ่งเกิดจากแรงกดหรือแรงเสียดสีเป็นเวลานานๆ มักเกิดขึ้นตรงบริเวณที่มีปุ่มกระดูกนูน โดยเฉพาะที่บริเวณฝ่าเท้าและนิ้วเท้า ตาปลาพบได้บ่อยในคนทั่วไป โดยพบได้ในคนทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ ทุกวัย แต่จะพบได้ในผู้สูงอายุมากกว่าวัยอื่น ส่วนใหญ่ ไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากอาการนี้แต่อย่างใด ยกเว้นในกรณีของผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าเกิดอาการตาปลาแล้วไม่รักษาให้ดี อาจเกิดการอักเสบรุนแรงได้

สัญญาณของอาการตาปลา

หากคุณเป็นตาปลา คุณจะเริ่มสังเกตเห็นอาการดังต่อไปนี้

  • เริ่มสังเกตเห็นว่าผิวของคุณเป็นปื้นหนาและสากด้าน
  • ผิวแห้งบริเวณที่เริ่มมีอาการ
  • คุณจะเริ่มเห็นตุ่มนูนตรงกลางของบริเวณที่มีอาการ
  • คุณเริ่มมีอาการเจ็บและรู้สึกระคายเคืองตรงบริเวณที่มีอาการ

ประเภทของตาปลา

ตาปลาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

ตาปลา (Corns)

ลักษณะของตาปลา (Corns) นั้นคล้ายกับ หนังหนา (Calluses) ซึ่งพบได้บ่อยบริเวณส่วนบนและด้านข้างของเท้า ซึ่งอาจไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากนัก อย่างไรก็ตาม ตาปลาสามารถแบบ่งออกได้เป็นอีก 2 ชนิดย่อยๆ คือ

  • ตาปลาแบบแข็ง (Hard corns) ที่เกิดจะแข็งและหนาเป็นรูปวงกลมคล้ายโดนัท วงด้านนอกมีสีเหลืองและมีจุดแข็งตรงกึ่งกลางเป็นสีเทา มักเกิดบริเวณที่เท้ารับน้ำหนัก และจะเกิดอาการเจ็บหากสัมผัสโดนบริเวณที่เป็นตาปลา
  • ตาปลาแบบนิ่ม (Soft corns) จะมีพื้นผิวที่บางกว่าและนุ่มบริเวณส่วนกลาง ส่วนใหญ่พบตาปลาแบบนิ่มตามบริเวณซอกนิ้วเท้ามากกว่าบริเวณอื่น

หนังหนา (Calluses)

หนังหนา (Calluses) มีขนาดใหญ่และไม่มีขอบเขตชัดเจน มักเกิดขึ้นบริเวณมือและฝ่าเท้า ที่มีการเสียดสีอยู่บ่อยครั้ง การเดินด้วยเท้าเปล่าก็เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหนังหนา โดยทั่วไป หนังหนาจะมีลักษณะแห้งสาก และมีสีเหลืองหรือเทา ไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ผิวในบริเวณนั้นจะมีความรู้สึกน้อยกว่าผิวหนังธรรมดา

เมื่อใดควรพบหมอ

แม้ว่าอาการตาปลาและหนังหนานั้นจะไม่รุนแรง และไม่จำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ แต่ในกรณีที่คุณเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพบหมอเพื่อขอตรวจรับการวินิจฉัยทันที

  • อาการไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะดูแลด้วยตนเองแล้วในเบื้องต้น เช่น การกำจัดผิวหนังส่วนที่หนาออกด้วยหินขัด
  • เริ่มมีอาการ ปวด บวม แดง อักเสบ และเป็นหนอง บริเวณที่มีอาการ
  • มีอาการของระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ผู้ป่วยเบาหวาน ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณเท้าของผู้ป่วย

หนังหนาและตาปลาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะทำให้ผิวหนังหนาและสากบริเวณผิวหนัง อาการของตาปลาและหนังหนาส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและมักไม่ต้องการการรักษาใดๆ

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาในส่วนของระบบไหลเวียนเลือดและอาการแย่ลง คุณควรสังเกตอาการของตน และพบหมอเพื่อขอรับคำปรึกษา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย