ไม่อยากติดเชื้อ ระบบทางเดินปัสสาวะ สาวๆ ต้องระวังเรื่องพวกนี้

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นการติดเชื้อที่ ระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งได้แก่ ไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ บทบาทของกระเพาะปัสสาวะและไตนั้นคือ กักเก็บของเสีย และกำจัดของเสียออกจากร่างกายตามลำดับ ของเสียเหล่านี้จะถูกกำจัดออกจากร่างกายเป็นปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ

อาการโรคติดเชื้อใน ระบบทางเดินปัสสาวะ ของผู้หญิง

โอกาสที่ผู้หญิงจะเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนั้นมีมากกว่าผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์บางคนได้คาดเดาว่า ความเสี่ยงของผู้หญิงนั้นมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ยิ่งไปกว่านั้น การติดเชื้อในผู้หญิง มีแนวโน้มที่กำเริบขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

การติดเชื้อมักจะเกิดขึ้น จากการที่เชื้อโรคเข้าไปสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ บางกรณี การติดเชื้อนั้นอาจจะหายไปโดยที่ไม่ต้องรักษา สัญญาณที่เป็นไปได้ของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีดังนี้

  • มีอาการปวดหรือแสบร้อน ขณะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น
  • ไม่สามารถปัสสาวะได้ แม้จะรู้สึกปวดมาก
  • ปัสสาวะเล็ด
  • ปัสสาวะขุ่น เป็นสีเข้ม มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือด

สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง

คุณอาจจะเคยได้ยินว่า ผู้หญิงควรเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลัง ความเชื่อนี้มีไว้เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเรื่องนี้ดูสมเหตุสมผลมาก หากคุณพิจารณากายวิภาคของท่อปัสสาวะ ช่องคลอด และทวารหนัก ท่อปัสสาวะ คือ ท่อที่นำปัสสาวะออกสู่นอกร่างกาย จะอยู่ใกล้กับช่องคลอดและทวารหนัก การเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลัง สามารถป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค จากช่องคลอดและทวารหนักไปติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ

นอกจากนี้ การติดเชื้อสามารถผ่านขึ้นไปทางกระเพาะปัสสาวะ และไปปนเปื้อนอวัยวะภายในได้ ท่อปัสสาวะของผู้หญิงนั้นสั้นกว่าของผู้ชาย ดังนั้น เชื้อแบคทีเรียกับเชื้อโรคอาจสามารถเดินทางได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับผู้ชาย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ นั่นก็คือ…

การมีเพศสัมพันธ์

การมีเพศสัมพันธ์สามารถนำไปสู่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ โดยท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์ สามารถส่งต่อเชื้อแบคทีเรีย จากช่องคลอดหรือทวารหนักมาสู่ท่อปัสสาวะได้ เทคนิคดีๆที่จะหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะจากการมีเพศสัมพันธ์ ก็คือ ควรปัสสาวะภายใน 30 นาทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ และปัสสาวะให้สุด เพื่อช่วยให้ความเสี่ยงลดลง

อาการท้องผูกและท้องเสีย

อาการท้องผูกทำให้คุณปัสสาวะจนสุดได้ยากขึ้น ดังนั้นปัสสาวะและเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด ก็จะถูกกักเก็บไว้ในร่างกาย เชื้อแบคทีเรียจะเติบโตขึ้นและทำให้เกิดการติดเชื้อ

อาการท้องเสียก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ อาการท้องเสียนั้นสามารถทำให้อุจจาระที่เหลวนั้นกระจายไปทั่ว ทำให้เกิดโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่าย และวิธีป้องกันคือ การเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปยังด้านหลังนั่นเอง

โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี

เมื่อน้ำตาลในเลือดของคุณเพิ่มสูงขึ้น น้ำตาลส่วนเกินนั้นจะไปอยู่ในปัสสาวะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเป็นโรคเบาหวานเท่านั้น การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปนั้น ไม่ทำให้คุณเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

การกลั้นปัสสาวะ 

หากคุณรู้สึกปวดปัสสาวะ ก็ควรที่จะปัสสาวะในทันที ยิ่งคุณกลั้นปัสสาวะนานเท่าไหร่ ยิ่งทำเชื้อแบคทีเรียอยู่ในร่างกายของคุณนานขึ้นเท่านั้น และจะยิ่งนำไปสู่การติดเชื้อได้

ภาวะขาดน้ำ

การดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และหนึ่งในนั้น คือ การป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ยิ่งมีน้ำมากขึ้น ก็จะยิ่งปัสสาวะมากขึ้น ช่วยในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียออกจากร่างกายได้

การคุมกำเนิด

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะชี้ว่า หากคุณเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแบคทีเรียตามปกติในช่องคลอด และเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้การคุมกำเนิดโดยใช้แผ่นไดอะแฟรม (diaphragms) และสารฆ่าอสุจิ (spermicides) ยังสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง

การไม่เปลี่ยนแผ่นผ้าอนามัยและผ้าอนามัยแบบสอด สามารถนำไปสู่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้อย่างง่ายๆ เชื้อแบคทีเรียสามารถเติบโตในสิ่งของเหล่านี้ได้ดี กางเกงชั้นในก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การเสียดสีกับวัสดุของกางเกงชั้นในหรือกางเกงชั้นในที่มีสายบางนั้นสามารถส่งต่อเชื้อแบคทีเรียได้

คุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงควรที่จะควรสวมกางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย เพื่อป้องกันความชื้นที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต และตากกางเกงชั้นในให้แห้งเพื่อป้องกันเชื้อรา ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากผ้าที่ไม่แห้งสนิท หรือรีบเก็บมาในตอนที่ยังชื้น เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสาวๆทุกคน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กันยายน 17, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 9, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน