ตื่นนอนแล้วเพลีย อาจเกิดมาจากปัจจัยที่คุณคาดไม่ถึงพวกนี้

โดย

ตื่นนอนแล้วเพลีย อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ถ้าใครตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียชนิดที่นอนต่อได้อีกสามชั่วโมงสบายๆ รู้สึกปวดหัวตึ้บๆ หรือนั่งสัปหงกในขณะที่เช็คเมล์เป็นประจำ นี่ไม่ใช่อาการปกติซะแล้วล่ะ ศึกษารายละเอียดพวกนี้เอาไว้ซะ เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียแบบนี้อีก

ห้องนอนมืดเกินไป

การบล็อคแสงให้ห้องนอนมืดสนิทชนิดที่มองอะไรไม่เห็นเลยนั้น จะช่วยให้เรารู้สึกง่วงเหงาหาวนอนและนอนหลับได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ถ้าแสงอาทิตย์ยามเช้าไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาในห้องนอนของคุณได้ซักนิดเดียว นาฬิกาชีวภาพในร่างกายก็จะไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าถึงเวลาต้องตื่นนอนแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงตื่นขึ้นมาแล้วอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายยังไม่รู้ว่าถึงเวลาตื่นแล้วน่ะสิ วิธีแก้ปัญหาคือหาม่านหรือที่กั้นแสง ที่สามารถบล็อแสงในตอนกลางคืน และสามารถปล่อยให้แสงยามเช้าเล็ดลอดเข้ามาได้

คุณเข้านอนดึกเกินไป

ไม่ว่าเราต้องนั่งทำงานอยู่จนดึกดื่นหรือติดละครงอมแงม การนอนดึกจะทำให้เรามีเวลานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ก็ต้องการเวลานอนวันละ 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ฉะนั้นถ้าเรามีเวลานอนในแต่ละวันไม่ถึง 7 ชั่วโมง ก็จะทำให้เราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเพลียหรือเบลอได้ นอกจากนี้การนอนไม่พอยังอาจนำไปสู่ปัญหาการกินอะไรมากขึ้น แถมยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลงด้วย ฉะนั้นก็ตั้งเวลานอนขึ้นมาซะ แล้วเข้านอนในเวลานั้นเป็นประจำ (ไม่เว้นแม้ในช่วงวีคเอนด์) และถ้าจำเป็นต้องนอนดึกจริงๆ ก็ควรมีเวลานอนชดเชยในตอนเช้าด้วย

งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้ทำการทดสอบกับผู้คนจำนวน 40,000 คนพบกว่า คนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี ที่มีเวลานอนในแต่ละคืนร่วมทั้งในช่วงวีคเอนด์โดยเฉลี่ยน้อยกว่า 5 ชั่วโมง มีความเสี่ยงที่จะอายุสั้นถึง 52% เมื่อเทียบกับคนที่มีเวลานอนโดยเฉลี่ยคืนละ 7 ชั่วโมง แต่คนที่นอนน้อยในช่วงวันธรรมดาและนอนมากในช่วงวีคเอนด์ จะมีผลลัพท์ที่ไม่ต่างจากพวกที่นอนวันละ 7 ชั่วโมงเลย ฉะนั้นถ้าในช่วงวีคเอนด์มีเวลานอนชดเชย ก็นอนให้เต็มที่ไปเลย!

คุณเข้านอนพร้อมกับความเครียดและเรื่องกลุ้มใจ

ด้วยความที่ผู้คนในสมัยนี้มักเจอแต่เรื่องเครียดๆ ที่ทำให้ต้องคิดหนักอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานหรือชีวิตส่วนตัว แต่จงรู้เอาไว้ด้วยนะว่า การเข้านอนพร้อมกับเรื่องเครียดๆนั้น ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายใจของเราเลย ฉะนั้นควรหาวิธีปลดปล่อยความเครียดพวกนั้นออกไปก่อนที่คุณจะกระโดดขึ้นเตียง ไม่ว่าจะด้วยการจัดบันทึก พูดคุยกับเพื่อนสนิท หรือเล่นโยคะท่าง่ายๆ ในช่วงเวลาก่อนเข้านอน

คุณกดปุ่ม ‘snooze’ บ่อยเกินไป

ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้กดปุ่ม ‘snooze’ ได้หลายๆครั้งเวลาที่นาฬิกาปลุกดังขึ้น บางคนอาจคิดว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้คุณมีเวลานอนมากขึ้น แต่จริงๆแล้วนี่เป็นอะไรที่ทำให้คุณมีเวลานอนน้อยลง เนื่องจากการกดปุ่ม ‘snooze’ บ่อยๆจะกลายเป็นตัวขัดขวางการนอนหลับสนิทของคุณ และการนอนหลับในช่วงการปลุกเตือนหลายครั้งนั้น เป็นการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ ฉะนั้นก็ตั้งนาฬิกาปลุกตามเวลาที่ต้องตื่นตามปกติ แล้วหยุดกดปุ่ม ‘snooze’ ซะ เพื่อสุขภาพที่ดีในการนอนหลับของตัวคุณเอง

ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟมากไปในช่วงก่อนนอน

การดื่มไวน์วันละหนึ่งแก้วอาจส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายหลายอย่าง อย่างเช่น การลดอัตราเสี่ยงการเกิดหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับมวลกระดูกด้วย แต่ถ้าคุณดื่มในช่วงเวลาที่ใกล้กับเวลานอนมากๆ หรือดื่มมากกว่าหนึ่งแก้ว นั่นก็จะอาจจะกลายเป็นตัวขัดขวางการนอนหลับพักผ่อนของคุณได้ ถึงแม้การดื่มนั้นจะชวนให้คุณผลอยหลับไปได้เร็วขึ้นก็ตาม นอกจากนี้การดื่มกาแฟก็อาจสร้างปัญหาให้กับการนอนของคุณด้วย เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟอาจทำให้คุณเกิดอาการตาสว่างในช่วงเวลานอนขึ้นมาได้ ซึ่งทั้งแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล้วนคือตัวการที่ทำให้คุณตื่นนอนแล้วอ่อนเพลียทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลานอนก็ควรงดเครื่องดื่มพวกนี้ซะดีกว่า เพื่อการนอนหลับของคุณจะได้มีคุณภาพมากขึ้น

Hello health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน