ปัญหาหัวเข่า เกิดจากอะไรได้บ้าง และป้องกันได้อย่างไร

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

หัวเข่า เป็นข้อต่อในบริเวณที่กระดูกขาส่วนบน เชื่อมต่อกับกระดูกขาส่วนล่าง หัวเข่ามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และการทรงตัว สำหรับการยืน การเดิน การย่อตัว การกระโดด และการวิ่ง อย่างไรก็ดี มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าหลายประการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของ ปัญหาหัวเข่า และวิธีป้องกัน

ประเภทของปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่า..คุณรู้มากน้อยแค่ไหน

ปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่ามักพบได้บ่อยมาก ซึ่งเกิดขึ้นได้ในคนทุกวัย โดยปกติแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าเกิดจากโรคหรืออาการบาดเจ็บบางอย่าง

  • โรคที่ทำให้หัวเข่าบาดเจ็บ

ได้แก่ ข้ออักเสบ เช่น ข้อเสื่อม, ข้ออักเสบรูมาตอยด์, เกาต์, โรคแพ้ภูมิตัวเอง, โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด, โรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบ, ข้ออักเสบรีแอคทีฟ (reactive arthritis), โรคคอนโดรมาลาเชีย (chondromalacia) เช่น โรคคอนโดรมาลาเชียของกระดูกสะบ้า (chondromalacia patellae), โรคกระดูกหัวเข่าปูด (Osgood-Schlatter) กลุ่มอาการเจ็บเส้นเอ็นรอบนอกหัวเข่า (iliotibial band syndrome) โรคออสติโอคอนไดรติส ดีสซิแคนส์ (Osteochondritis dissecans)และ กลุ่มอาการพลิกา (plica syndrome)

  • อาการบาดเจ็บเรื้อรัง

เป็นอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในระยะเวลานาน ประเภทของอาการบาดเจ็บ ได้แก่ อาการบาดเจ็บที่หมอนรองข้อ การบาดเจ็บเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า อาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นด้านในและด้านข้างข้อเข่า และอาการบาดเจ็บเส้นเอ็น

วิธีป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่า

ในผู้ป่วยบางราย ปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าเกิดจากอุบัติเหตุ ดังนั้น จึงไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้า หรือไม่สามารถป้องกันได้ แต่ผู้ป่วยสามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าได้โดยมีเคล็ดลับดังต่อไปนี้

  • ควบคุมน้ำหนัก คุณอาจจะไม่ทราบว่า หัวเข่ามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการทรงตัว และความแข็งแรง เพื่อรองรับน้ำหนักร่างกายของคุณ หากคุณมีน้ำหนักเกิน อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อเสื่อม โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน ดังนั้น พยายามควบคุมน้ำหนักของคุณให้เหมาะสมกับอายุและขนาดร่างกาย เพื่อช่วยลดแรงกดที่หัวเข่า
  • สวมใส่รองเท้าที่ดีและเหมาะสมกับเท้า รองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความสมดุล และการจัดแนวเท้าให้ถูกตำแหน่ง เมื่อคุณต้องการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น เดินหรือวิ่ง และลดอัตราการบาดเจ็บที่หัวเข่า
  • อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย ให้หมั่นอบอุ่นร่างกาย และยืดเส้นยืดสาย จะช่วยป้องกันอาการตึงที่เส้นเอ็น และลดแรงกดทับที่หัวเข่าในระหว่างออกกำลังกาย
  • ออกกำลังกาย มีการออกกำลังกายหลายประเภทที่คุณสามารถเลือกได้ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ อย่างไรก็ดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายใดๆ แพทย์อาจแนะนำการออกกำลังกายที่ดีสำหรับคุณตามสภาพร่างกายของคุณ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่น้อยลง ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย
  • อย่าเปลี่ยนความหนักในการออกกำลังกายเร็วเกินไป คุณควรจะเพิ่มความหนักในการออกกำลังกายขึ้นไปทีละน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวเข่า
  • ใช้เทคนิคหรือท่าออกกำลังกายที่ถูกต้องในขณะออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้เกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ที่นำไปสู่อาการบาดเจ็บได้
  • อย่ายกวัตถุที่หนักเกินไป มันสามารถทำให้เกิดแรงกดที่เข่าได้
  • กายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดอาจช่วยให้คุณมีแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม หากคุณมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
  • การใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบและอาการระคายเคืองที่หัวเข่า คุณอาจหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือเป็นยาตามที่แพทย์สั่ง

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย