ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อเส้นประสาทตา ทำให้การมองเห็นลดลงหรือแม้แต่ทำให้ตาบอดได้ อย่างไรก็ดี คุณยังคงสามารถป้องกันดวงตาของคุณจากผลที่ร้ายแรงต่างๆได้โดยการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการ รักษาต้อหิน จากบทความนี้ค่ะ

การวินิจฉัยต้อหินเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะถ้าวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรกจะสามารถหาวิธีที่เหมาะสมในการรักษา การรักษาต้อหิน นั้นเป็นเพียงการชะลอให้เส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างช้าที่สุด เพื่อให้คนที่เป็นต้อหินเป็นมีการมองเห็นอย่างยาวนานที่สุดค่ะ โรคต้อหินนั้นในระยะแรกจะไม่มีอาการเพราะฉะนั้นการตรวจตากับจักษุแพทย์เพื่อคัดกรองต้อหิน เป็นประจำทุกปีจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากค่ะ

ประเภทของต้อหิน มีอะไรบ้าง 

การรักษาภาวะต้อหินมีหลายวิธีขึ้นกับการประเภทของต้อหินดังนี้ค่ะ

  1. ภาวะมุมม่านตาแคบแต่ไม่ได้เป็นต้อหิน (Primary angle closure suspect)

ในคนไข้สายตายาวหรือในคนเอเซียจะมีลูกตาเล็กและมุมม่านตาแคบ โดยที่ไม่ได้เป็นต้อหิน เมื่อมาตรวจตากับจักษุแพทย์แล้วพบภาวะดังกล่าว จะแนะนำให้ยิงเลเซอร์เปิดมุมม่านตา (Iridotomy) เพื่อป้องกันภาวะต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน

  1. ต้อหินมุมปิด (Primary angle closure glaucoma)

ภาวะนี้ผู้ป่วยจะมีมุมม่านตาแคบและมีความดันลูกตาสูง อาจใช้วิธีการยิงเลเซอร์เปิดมุมม่านตา ร่วมกับการใช้ยาลดความดันตา ส่วนการผ่าตัดจะพิจารณากรณีที่ใช้ยาไม่ได้ผล

  1. ต้อหินมุมเปิด (Primary open angle glaucoma)

ผู้ป่วยจะมีมุมม่านตาปกติและมีความดันตาสูง การรักษาจะใช้ยาเป็นหลัก เมื่อไม่สามารถควบคุมโดยการใช้ยาได้ เลเซอร์และการผ่าตัดจะเข้ามามีบทบาท ซึ่งเลเซอร์จะต่างจากมุมปิด คือการยิงเลเซอร์บริเวณทางระบายน้ำที่มุมตา ทำให้ระบายน้ำช่องหน้าลูกตาออกจากตาได้ดีขึ้น (trabeculoplasty)

  1. ต้อหินที่มีความดันตาปกติ (Normal tension glaucoma)

การวินิจฉัยจะค่อนข้างยากเนื่องจากความดันตาปกติ แต่พบการเปลี่ยนแปลงของขั้วประสาทตาในลักษณะของต้อหิน การรักษาจะใช้ยาหยอด ถ้าไม่สามารถควบคุมโรคได้การผ่าตัดจะเข้ามามีบทบาทค่ะ

แนวทางการ รักษาต้อหิน

การรักษาต้อหินโดยการลดความดันตา

ยาที่ใช้ รักษาต้อหิน คือยาที่สามารถลดความดันตา ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของยาหยอด การใช้ยาในรูปแบบเม็ดจะใช้กรณีที่ต้องการลดความดันตาฉับพลันเท่านั้น โดยยาหยอดมีกลไกการลดความดันตาแบ่งเป็น 2 วิธีดังนี้คือ ลดปริมาณการสร้างของเหลวในดวงตา และวิธีที่ 2 คือปรับโครงสร้างระดับเซลล์เพื่อให้ของเหลวในลูกตาไหลเวียนออกไปจากดวงตาได้มากขึ้น โดยยาลดความดันตา 1 ขวดอาจมียาเพียง 1 ชนิด หรือมากกว่า 1 ชนิด (combination) เพื่อให้สะดวกในการใช้ยาหยอดเพราะบางรายต้องหยอดยาควบคุมความดันตามากกว่า 1 ชนิด

ตัวอย่างของยาประเภทนี้ ได้แก่

  • ยากลุ่ม Alpha adrenergic antagonists ยาเหล่านี้ลดการสร้างสารน้ำและเพิ่มการไหลของสารน้ำออกจากดวงตา ยากลุ่มนี้ที่ใช้ในประเทศไทย ได้แก่ ยาไบรโมนิดีน (brimonidine)
  • ยากลุ่ม Beta blockers ยาเหล่านี้ลดอัตราการสร้างของเหลวในตา ยากลุ่มนี้ที่ใช้ในประเทศไทยได้แก่ ยาไทโมลอล (timolol) ยาคาร์ทีโอลอล (carteolol)
  • ยากลุ่ม Carbonic anhydrase inhibitors ยาเหล่านี้ลดการสร้างของเหลวในดวงตา ยาเหล่านี้ยังมีทั้งในรูปยาหยอดตาและยาเม็ดอีกด้วย ยากลุ่มนี้บางประเภท ได้แก่ ยาดอร์โซลาไมด์ (dorzolamide) ยาบรินโซลาไมด์ (brinzolamide)
  • ยาเหล่านี้เป็น cholinergic agents ซึ่งทำให้รูม่านตามีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลงมากและช่วยเพิ่มการระบายของเหลวจากดวงตา ยากลุ่มนี้บางประเภท ได้แก่ ยาไพโลคาร์พีน (pilocarpine) ซึ่งไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน
  • ยากลุ่ม Prostaglandin analogs ยาเหล่านี้ลดความดันในดวงตาโดยการเพิ่มการไหลเวียนของเหลวในตาออกไปจากดวงตาได้มากขึ้น ซึ่งเป็นยากลุ่มแรกที่ใช้เพราะลดความดันตาได้มากที่สุด ยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาลาทาโนพรอสต์ (latanoprost) ยาไบมาโทพรอสต์ (bimatoprost) ยาทราดวพรอสต์ (travoprost) และ ทาฟูพรอส (taflupost)

ยาแต่ละประเภทมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ยาและปรับยาต้องอยู่ในดุลยพินิจของจักษุแพทย์เท่านั้น

การใช้เลเซอร์ในการรักษาต้อหิน

การรักษาต้อหินโดยเลเซอร์ จะใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่นๆ มีดังนี้

  1. Iridotomy มาจากคำว่า Irido (มาจาก iris ซึ่งแปลว่าม่านตา) และ tomy (การเจาะรู) โดยจะใช้เลเซอร์ยิงเจาะรูบริเวณม่านตา เพื่อเปิดทางระบายของเหลวในลูกตาส่วนหน้าและส่วนหลัง จะใช้ในกรณีต้อหินมุมปิด
  2. Trabeculoplasty จะให้เลเซอร์ยิงบริเวณทางระบายของเหลวซึ่งอยู่บริเวณมุมม่านตา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ เพื่อให้ระบายของเหลวออกจาตาได้ดีขึ้น จะรักษากรณีต้อหินมุมเปิด

การผ่าตัดรักษาต้อหิน

ก่อนอื่น อาจมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าการผ่าตัดเป็นการรัษาต้อหินให้หายขาดได้ แต่ที่จริงแล้วการผ่าตัดจะทำเมื่อการใช้ยาหรือเลเซอร์ไม่ได้ผล หรือเพื่อลดปริมาณการใช้ยาลงและคุมความดันตาได้ดีขึ้น

  1. Trabeculectomy คือการผ่าตัดทำให้เกิดช่องเชื่อมระหว่างช่องหน้าลูกตาและเยื่อบุตา เพื่อให้ของเหลวในตาระบายผ่านรูที่เชื่อมนี้ออกไปนอกตาได้ จะส่งผลให้ลดความดันตาได้ดี อย่างไรก็ดี สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ได้
  2. Glaucoma drainage device (GDD) หลักการผ่าตัดเหมือน trabeculectomy แต่จะมีอุปกรณ์พิเศษมีลักษณะเป็น ท่อระบายน้ำเข้าในช่องหน้าลูกตาและมีทางระบายน้ำออกจากลูกตาเช่นกัน
  3. ต่อมาได้มีการคิดค้นวิธีการผ่าตัดระบายของเหลวในลูกตาที่แผลเล็ก ซึ่งเรียกว่าMininal invasive glaucoma surgery (MIGS) ซึ่งจะทำการผ่าตัดผัดท่อเล็กๆเข้าไประบายของเหลวในช่องหน้าลูกตา ซึ่งกำลังเป็นวิธีที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์ จักษุแพทย์
แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์ จบการศึกษาจาก คณะแพทย์ศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ศิริราชพยาบาล ...
แสดงมากขึ้น
แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์ จักษุแพทย์
แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์ จบการศึกษาจาก คณะแพทย์ศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ศิริราชพยาบาล จากมหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพ ได้รับประกาศนียบัตรจักษุวิทยา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงในกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ จาก ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น
  • อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล ภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • แพทย์ประจำแผนกตา โรงพยาบาลหู ตา คอ จมูก
  • แพทย์ประจำแผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
แสดงมากขึ้น
บทความล่าสุด