วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ สำหรับเช็กสัญญาณสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

ทบทวนบทความโดย | โดย

Published on 18/12/2020 . 4 mins read
Share now

ชีพจร (Pulse) คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งผ่านจากหลอดเหลือดแดงเส้นใหญ่ไปยังหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โดยอาศัยจังหวะแรงดันของหลอดเลือดแดงเส้นใหญ่ที่อยู่ใกล้กับหัวใจ เมื่อหัวใจมีการบีบตัว แรงดันก็จะส่งต่อไปยังหลอดเลือดต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยที่เราสามารถจับชีพจรตามจุดหลอดเลือดแดงต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วยตนเอง เพื่อประเมินอัตราการเต้นของหัวใจคร่าว ๆ ว่า ขณะนี้มีอัตราการเต้นของหัวใจเป็นอย่างไร ช้าไปไหม หรือว่าเร็วเกินกว่าปกติ วันนี้ Hello คุณหมอ มี วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ

วิธีจับชีพจร ทำอย่างไร

วิธีที่ 1 ชีพจรที่ข้อมือ (Radial Pulse)

ที่มาของคลิป: https://www.youtube.com/watch?v=vmVjnpTv_Nk

ชีพจร บริเวณนี้ จะเป็นชีพจรหลอดเลือดแดงที่ข้อมือ (Radial Artery) โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • วางนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้ที่ข้อมือด้านใน ในตำแหน่งล่างนิ้วหัวแม่มือ
  • เมื่อสัมผัสกับ ชีพจร ได้แล้ว ให้วัดอัตราการเต้นของชีพจรว่าเต้นกี่ครั้งภายในระยะเวลา 15 วินาที
  • นำตัวเลขที่ได้จากการวัดชีพจรในระยะเวลา 15 วินาทีมาคูณด้วย 4 เช่น ชีพจรเต้น 20 ครั้ง ภายใน 15 วินาที นำ 20 มาคูณกับ 4 จะได้อัตราการเต้นของหัวใจเท่ากับ 80 ครั้งต่อนาที
  • ไม่ควรใช้นิ้วหัวแม่มือ เนื่องจากนิ้วหัวแม่มือก็มีจุดชีพจรด้วยเช่นกัน การใช้นิ้วหัวแม่มือวัดชีพจรจะทำให้จับชีพจรได้ยาก

วิธีที่ 2 ชีพจรข้างคอ (Carotid Pulse)

ที่มาของคลิป: https://www.youtube.com/watch?v=o7R28_k6i5E

ชีพจร บริเวณนี้ จะเป็นชีพจรหลอดเลือดแดงเส้นใหญ่ที่ลำคอ (Carotid Artery) โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • วางนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้ที่บริเวณหลอดลมใต้กระดูกขากรรไกร ขยับนิ้วไปมาบริเวณใต้ขากรรไกรจนกว่าจะเจอจุดชีพจร
  • เมื่อสัมผัสกับ ชีพจร ได้แล้ว ให้วัดอัตราการเต้นของชีพจรว่าเต้นกี่ครั้งภายในระยะเวลา 15 วินาที
  • นำตัวเลขที่ได้จากการวัดชีพจรในระยะเวลา 15 วินาทีมาคูณด้วย 4 เช่น ชีพจรเต้น 20 ครั้ง ภายใน 15 วินาที นำ 20 มาคูณกับ 4 จะได้อัตราการเต้นของหัวใจเท่ากับ 80 ครั้งต่อนาที

วิธีที่ 3 ชีพจรที่หลังเท้า (Pedal Pulse)

ที่มาของคลิป: https://www.youtube.com/watch?v=xvlaQDMbz-4

ชีพจร บริเวณนี้ จะเป็นการวัดหาจุดชีพจรที่บริเวณเท้า โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • วางนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้ที่บริเวณด้านบนสุดของหลังเท้า ขยับนิ้วไปตามบริเวณกระดูกเท้าจนกว่าจะเจอจุดชีพจร
  • เมื่อสัมผัสกับ ชีพจร ได้แล้ว ให้วัดอัตราการเต้นของชีพจรว่าเต้นกี่ครั้งภายในระยะเวลา 15 วินาที
  • นำตัวเลขที่ได้จากการวัดชีพจรในระยะเวลา 15 วินาทีมาคูณด้วย 4 เช่น ชีพจรเต้น 20 ครั้ง ภายใน 15 วินาที นำ 20 มาคูณกับ 4 จะได้อัตราการเต้นของหัวใจเท่ากับ 80 ครั้งต่อนาที

วิธีที่ 4 ชีพจรที่ศอก (Brachial Pulse)

ที่มาของคลิป:  https://www.youtube.com/watch?v=AqCwoLgV1G0

ชีพจร บริเวณนี้ จะเป็นการวัดหาจุดชีพจรหลอดเลือดแดงของต้นแขน (Brachial Artery) เป็นวิธีจับชีพจรที่มักใช้ในเด็กเล็ก โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • งอแขนเข้าหาตัวเองเล็กน้อย ให้แขนด้านในหงายขึ้นเพดาน
  • วางนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้ที่บริเวณข้อพับของข้อศอกด้านใน ขยับนิ้วไปมาจนกว่าจะเจอจุดชีพจร และจำเป็นต้องกดนิ้วให้แน่นเพื่อให้สามารถจับจุดชีพจรได้ง่ายขึ้น
  • เมื่อสัมผัสกับ ชีพจร ได้แล้ว ให้วัดอัตราการเต้นของชีพจรว่าเต้นกี่ครั้งภายในระยะเวลา 15 วินาที
  • นำตัวเลขที่ได้จากการวัดชีพจรในระยะเวลา 15 วินาทีมาคูณด้วย 4 เช่น ชีพจรเต้น 20 ครั้ง ภายใน 15 วินาที นำ 20 มาคูณกับ 4 จะได้อัตราการเต้นของหัวใจเท่ากับ 80 ครั้งต่อนาที

ชีพจรปกติเป็นอย่างไร

ระดับชีพจรปกติควรจะอยู่ระหว่าง 60 – 100 ครั้งต่อนาที หากอัตราการเต้นหัวใจต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาที นั่นหมายความว่าคุณมีภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ  (Bradycardia) แต่ถ้าหากจับ ชีพจร แล้วพบว่ามีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที อาจหมายความว่าคุณกำลังมีภาวะหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (Tachycardia) อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจที่แตกต่างกัน อาจมาจากปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ดังนี้

หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) 

  • ชีพจร ที่ช้าอาจเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยารักษาโรคบางชนิด เช่น โพรพราโนลอล (Propranolol) เมโทโพรลอล (Metoprolol)
  • การนอนหลับ 
  • การออกกำลังกาย
  • หัวใจวาย
  • การติดเชื้อ
  • มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ไม่เต็มที่

หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (Tachycardia)

  • การออกกำลังกายอย่างหนักหรือรุนแรง
  • อาการประหม่า ตื่นเต้น 
  • ความรู้สึกหวาดกลัว
  • การได้รับสารกระตุ้นอย่างคาเฟอีน หรือโคเคน
  • ตั้งครรภ์
  • การติดเชื้อ
  • ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ
  • ชีพจร ที่เร็วเกินไปอาจเป็นผลข้างเคียงจากยารักษาโรค เช่น อีพิเพน (EpiPen)
  • มีระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานหนัก
  • โรคโลหิตจาง
  • ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด

ชีพจรแบบไหนเสี่ยงอันตราย

ชีพจร ที่เป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพ มีอยู่ด้วยกัน 2 กรณี ได้แก่

หากพบว่า ชีพจร ของคุณ มีอัตราการเต้นของหัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้งต่อนาที และมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย คุณควรไปพบคุณหมอ

หากพบว่า ชีพจร ของคุณ มีอัตราการเต้นของหัวใจเต้นเร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที และมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย คุณควรไปพบคุณหมอ

  • อ่อนเพลีย
  • วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
  • ปวดศีรษะ
  • ใจสั่น
  • หัวใจเต้นแรงและเร็ว
  • หายใจถี่สั้น
  • มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก

ออกกำลังกายแบบไหนดีต่อสุขภาพหัวใจ

ชีพจร อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของสุขภาพอย่างง่ายที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต มีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง และห่างไกลความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพหัวใจ สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ในทุก ๆ วัน คุณผู้อ่านสามารถเลือกออกกำลังกายด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. การออกกำลังกายแบบฮิต (HIIT workouts)

การออกกำลังกายแบบฮิต เช่น การวิ่ง การยกเวท การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่ามีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้มากกว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน เสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ และดีต่อสุขภาพหัวใจ หากมีระดับ ชีพจร ต่ำ สามารถออกกำลังกายประเภทนี้ได้ หรือควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความเหมาะสม

2. การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic Exercise)

จากผลการวิจัยพบว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก มีส่วนช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ ทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง หากมีระดับ ชีพจร ต่ำ สามารถออกกำลังกายประเภทนี้ได้ หรือควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงความเหมาะสม

ชีพจร ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเช็กอัตราการเต้นหัวใจเบื้องต้น อาจช่วยให้คุณสามารถประเมินสัญญาณและความเสี่ยงของสุขภาพได้ ดังนั้น เพื่อดูแลให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับปกติ และมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง คุณควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เซ็กส์ในช่วงวัย 60 ราบรื่นได้ ด้วยเคล็ดลับวิธีเหล่านี้!

เซ็กส์ในช่วงวัย 60 ก็สามารถทำให้ราบรื่นได้ เพียงแค่คุณต้องดูแลรักษาสุขภาพกาย และสุขภาพทางเพศไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นก็ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่ทำได้ง่าย ๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ตรวจสุขภาพหัวใจ ด้วยวิธี Echocardiogram มีประโยชน์อย่างไร

Echocardiogram เป็นการอัลตร้าซาวด์ ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพการทำงานของหัวใจภายใน เพื่อตรวจสอบ และประเมินสุขภาพหัวใจของคุณได้อย่างละเอียด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

หลังยอก ขยับตัวลำบาก ควรรักษาอย่างไรจึงจะหายดี

หากคุณต้องทำงานเกี่ยวกับการยกของหนัก หรือจำเป็นจะต้องใช้หลังในการรองรับน้ำหนักของที่หนักมากเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดอาการ หลังยอก หรือรู้สึกเจ็บปวดที่หลัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

สาเหตุของ การนอนไม่หลับ นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายอีกด้วย ซึ่ง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

Recommended for you

เครื่องเอคโม-เทคนิคทางการแพทย์

เครื่องเอคโม เครื่องมือช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด

Written by panyapat Aiemsin
Published on 24/02/2021 . 2 mins read
ออกกำลังกายหลังคลอด

ออกกำลังกายหลังคลอด ทวงคืนความฟิตของคุณแม่ให้กลับมา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 03/02/2021 . 3 mins read
คนท้อง-ออกกำลังกาย

คนท้อง ออกกำลังกาย แบบไหนถึงจะดีต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 02/02/2021 . 4 mins read
สัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือด

สัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือด รู้เร็ว รับมือได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 29/01/2021 . 3 mins read