ผดร้อน ปัญหาผิวหนังกวนใจ รักษาและป้องกันอย่างไรดี

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อากาศร้อนในช่วงหน้าร้อน หรือช่วงที่อากาศร้อนจนอบอ้าว นอกจากจะทำให้เรารู้สึกอึดอัด หงุดหงิดง่าย ไม่สบายกายไม่สบายใจแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่มักมาพร้อมกับหน้าร้อนก็คือ ปัญหาผิวหนัง อย่าง ผดร้อน หรือ ผื่นคันหน้าร้อน ที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก เด็กโต วัยรุ่น หรือวัยชราก็สามารถเกิดผดร้อนได้ทั้งสิ้น ผดร้อน เป็นปัญหาผิวหนังที่ไม่อันตราย แต่หากเป็นขึ้นมาก็ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามี วิธีรักษาปัญหาผดร้อน พร้อมวิธีป้องกันมาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักกับ ผดร้อน

โรคผดร้อน (Miliaria) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Heat rash หรือ Prickly heat เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่มีสาเหตุมาจากต่อมเหงื่ออุดตัน ทำให้เหงื่อถูกกักอยู่ใต้ผิวหนังไม่สามารถระบายออกมาข้างนอกได้ จึงเกิดการอักเสบและเกิดเป็นผด มักเกิดบริเวณลำคอ ไหล่ หน้าอก บริเวณรอยพับผิวหนัง เช่น รักแร้ รวมไปถึงบริเวณที่เสื้อผ้าเสียดสีกับผิวหนังเป็นประจำ โดยโรคผดร้อนนี้พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผิวหนังไม่คุ้นชินกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่คนวัยอื่นก็สามารถเป็นผดร้อนได้เช่นกัน

สาเหตุของผดร้อน

ผดร้อนเกิดจากต่อมเหงื่ออุดตัน จนอักเสบและเป็นผด โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ได้แก่

  • อากาศร้อนชื้น
  • การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • ร่างกายร้อนจัดจนเหงื่อออกมาก เพราะใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป ห่มผ้าห่มหนาเกินไป เป็นต้น
  • นอนอยู่บนเตียงหรือที่นอนนานเกินไป เช่น นอนพักฟื้น โดยเฉพาะคนที่มีไข้หรือตัวร้อน
  • ใส่เสื้อผ้าที่รัด หรือคับเกินไป จนผ้าเสียดสีกับผิวหนังตลอดเวลา
  • ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวที่เนื้อหนักเกินไป จนทำให้ต่อมเหงื่ออุดตัน

อาการของผดร้อน

อาการทั่วไปของผดร้อน ได้แก่

  • มีตุ่มแดงเล็กๆ ขึ้นตามผิวหนัง
  • รู้สึกคัน หรือเจ็บๆ คันๆ ที่ผิวหนัง
  • ผิวหนังเป็นตุ่มแดง หรือบวมแดง

ใครบ้างเสี่ยงเป็นผดร้อน

กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นผดร้อนได้แก่ เด็กแรกเกิด เด็กทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน เพราะมักมีบริเวณที่ผิวหนังพับหรือทับกัน เช่น ใต้ราวนม หน้าท้อง หรือที่เรียกว่าพุง นั่นเอง

ไม่อยากเป็นผดร้อน ป้องกันได้!

หากคุณไม่อยากเป็นผดร้อน สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้

  • แต่งตัวตามสภาพอากาศ เป็นหนึ่งใน วิธีรักษาปัญหาผดร้อน ที่ได้ผล โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน หรือช่วงที่อากาศร้อนจัด คุณควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่หนาเกินไป เช่น เสื้อกันหนาวไหมพรม เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์เนื้อหนา ควรหันมาใส่เสื้อผ้าตัวหลวมที่เนื้อผ้าเบา สบาย เช่น เสื้อผ้าคอตตอน หรือผ้าฝ้าย
  • ไม่ใส่เสื้อผ้ารัด หรือคับจนเกินไป เช่น สกินนี่ยีนส์ เลกกิ้ง เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง และต่อมเหงื่ออุดตันได้
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงที่อากาศร้อนจัด ป้องกันไม่ให้เหงื่อออกมากเกินไป ควรอยู่ในที่ร่ม อากาศเย็น หากไม่มีเครื่องปรับอากาศ ควรเปิดพัดลมเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น
  • นอนหลับในที่ๆ อากาศเย็นและอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ห่มผ้าห่มหนาเกินไป
  • อาบน้ำเย็นและใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำที่อ่อนโยน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง และซับเบาๆ หรือปล่อยให้ผิวแห้งเองตามธรรมชาติ อย่าเช็ดตัวแรง
  • ไม่ใช้ครีมทาผิวที่ผสมปิโตรเลียม หรือมิเนอรัล ออยล์ เพื่อป้องกันรูขุมขนและต่อมเหงื่ออุดตัน
  • ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อให้ร่างกายและผิวหนังชุ่มชื้น และป้องกันภาวะขาดน้ำ

วิธีรักษาผดร้อน

ส่วนใหญ่แล้ว ผดร้อนจะหายได้ด้วยตัวเองภายในเวลา 2-3 วัน แต่คุณสามารถช่วยให้ผดร้อนหายเร็วขึ้นได้ ด้วยวิธีเหล่านี้

  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาด หรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบเย็นในบริเวณที่เป็นผดร้อน โดยต้องไม่ประคบนานเกิน 20 นาที
  • ไม่ฉีดน้ำหอมในบริเวณที่เป็นผดร้อน
  • ห้ามเกาผดร้อนโดยเด็ดขาด
  • ทาครีม หรือรับประทานยา ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

เป็นผดร้อนแบบนี้ ต้องรีบไปพบคุณหมอ

  • ผดร้อนไม่หายไปภายใน 3-4 วัน หรืออาการแย่ลง
  • บริเวณที่เป็นผดร้อนเริ่มติดเชื้อ
  • ผดร้อนมีสีแดงจัด หรือเริ่มแตก
  • มีผดร้อนหลังจากคุณเริ่มรับประทานยาปฏิชีวนะ หรือยาตัวใหม่
  • มีไข้หรือตัวร้อน โดยเฉพาะหากเป็นเด็กทารก หรือเด็กเล็ก ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน