5 อาการปวดหลังชนิดเรื้อรัง ที่คุณควรต้องรู้

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

การทำความเข้าใจอาการและสาเหตุของอาการปวดหลัง เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากอาการเจ็บชนิดหนึ่งอาจนำไปสู่อาการเจ็บชนิดอื่นๆ และทำให้เกิดปัญหามากมายในระบบต่างๆ ของร่างกายได้ กระบวนการนี้ทำให้เกิดการกำเริบของอาการปวดหลัง และสามารถนำไปสู่ อาการปวดหลังชนิดเรื้อรัง

เมื่อผู้ป่วยเข้าพบหมอเป็นครั้งแรกเพื่อพูดคุยถึงอาการปวดหลัง ส่วนใหญ่แพทย์มักจะแนะนำวิธีการรักษาแบบเดียวกันที่ใช้ได้กับทุกๆ กรณี โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มตรวจวินิจฉัย และเริ่มขั้นตอนการรักษาแบบเฉพาะทางขั้นสูง และอธิบายวิธีการตรวจรักษาอย่างละเอียด แต่แท้จริงแล้วขั้นตอนการรักษาอาการปวดหลังนั้นมีหลากหลาย เท่ากับว่าการตรวจวินิจฉัยนั้นเป็นการสร้างสมมติฐาน และลองผิดลองถูกมากกว่า และโดยเฉพาะหากอาการปวดหลังไม่ทุเลาลง นั่นอาจเป็นสัญญาณให้คุณรู้ว่า คุณกำลังมี อาการปวดหลังชนิดชนิดเรื้อรัง

5 อาการปวดหลังชนิดเรื้อรัง ที่ควรระวัง

อาการกล้ามเนื้อฉีก

อาการนี้เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นมากที่สุด และก่อให้เกิดอาการปวดหลังเฉียบพลัน สูงถึงร้อยละ 95 ของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังเฉียบพลัน เมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อหลังมากเกินไป กล้ามเนื้อจะเกิดการกระตุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น อาการกระตุกและปวดนั้นเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายซึ่งไม่ควรที่จะละเลย แต่ข้อดีคือ อาการปวดหลังที่เกิดจากกล้ามเนื้อฉีกนั้นไม่รุนแรง สามารถตอบสนองการรักษาตามอาการได้ โดยใช้เวลาประมาณสองถึงสามวัน หรือไม่กี่สัปดาห์ในการเยียวยา

แม้อาการกล้ามเนื้อฉีกในคนส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยง่าย แต่อาการนี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า เพราะหากอาการกล้ามเนื้อฉีกเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ และนำไปสู่อาการปวดหลังเรื้อรังได้ และถ้ามีอาการกล้ามเนื้อฉีกมากกว่าสองสัปดาห์ขึ้นไป คุณควรพิจารณาว่า นี่อาจเป็นอาการเจ็บกล้ามเนื้อ หรือเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อที่พยายามป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ

อาการปวดข้อฟาเส็ท (ข้อต่อที่อยู่ด้านหลังของกระดูกสันหลัง)

เกิดจากการอักเสบของข้อฟาเส็ท ถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นมากที่สุดลำดับที่สอง เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดหลัง โดยข้อฟาเส็ทนี้เชื่อมอยู่กับข้อกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นกระดูกที่เรียงต่อกันบริเวณสันหลัง

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังนั้น ข้อต่อกระดูกสันหลังฟาเส็ทจะเป็นบริเวณที่ทำให้เกิดอาการปวดในระยะเริ่มแรก ทำให้อาการปวดนี้นำไปสู่อาการปวดหลังเรื้อรังต่อไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อฟาเส็ทต้องรีบเข้ารับการรักษาเพื่อจัดการกับอาการก่อนที่จะเกิดอาการอื่นเรื้อรัง

อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน

คือ การเคลื่อนตัวไปด้านหลังของหมอนรองกระดูกสันหลังสองชิ้น ในทิศทางที่เข้าหาโพรงกระดูกสันหลัง ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้น อาการนี้ตรวจพบได้โดยใช้การตรวจเอ็มอาร์ไอ

อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนนี้มีหลายชนิด และมีการรักษาด้วยวิธีการเดียวกัน อาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นอาการที่ได้รับการวินิจฉัยพบมากที่สุดเป็นลำดับที่สอง ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง

อาการปวดหมอนรองกระดูกลงขาถึงบริเวณข้อพับ

อาการปวดหมอนรองกระดูกลงขา ถึงบริเวณข้อพับ (Discogenic Pain) เกิดจากอาการบาดเจ็บภายในของหมอนรองกระดูก โดยผู้ป่วยจะเกิดอาการเจ็บมาจากหมอนรองกระดูกทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว อาการปวดหมอนรองกระดูกลงขาถึงบริเวณข้อพับเกิดขึ้นที่ส่วนกลางของหลัง โดยอาการปวดหมอนรองกระดูกที่เกิดขึ้น จะคล้ายกับอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนและปวดข้อต่อกระดูกสันหลังฟาเส็ท จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด

อาการปวดที่ข้อกระดูกสันหลังกับเชิงกราน (Sacroiliac Joint Pain)

หรืออาการปวดสะโพกร้าวลงขา อาการนี้เกิดขึ้นตามชื่อของอาการ คือ เกิดขึ้นบริเวณข้อกระดูกสันหลัง หรือกล่าวคือบริเวณที่กระดูกสันหลังเชื่อมต่อกับเชิงกราน

ข้อต่อถูกล้อมรอบด้วยเอ็นต่างๆ ที่ทำให้ข้อต่อไม่เคลื่อนที่ เมื่อกระดูกสันหลังไม่มั่นคง อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อพยุงที่ไม่แข็งแรง ร่างกายจะทดแทนด้วยท่าทางการเดินที่เปลี่ยนไป เพื่อช่วยในการรักษาความมั่นคงของกระดูกสันหลัง แต่จะทำให้เกิดการฉีกหรือยืดตัวของเอ็นที่อยู่รอบๆ ข้อต่อ จนทำให้เอ็นเหล่านั้นไม่สามารถยึดข้อต่อให้มั่นคงได้ โดยอาการนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บ หรือกรรมพันธุ์ แต่โดยปกติแล้วจะมาจากกล้ามเนื้อพยุงที่ไม่แข็งแรง จนนำไปสู่อาการปวดหลังเรื้อรัง

เมื่อผู้ป่วยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม หรือไม่เข้าใจถึงพัฒนาการของอาการปวดหลังเรื้อรัง ทำให้อาการปวดหลังยังคงอยู่ ด้วยสาเหตุนี้ หากกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงไม่แข็งแรง จะทำให้เกิดอาการปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การจัดการกับอาการปวดนี้ แพทย์และผู้ป่วยต้องร่วมมือกัน ควรหยุดวิธีคิดเกี่ยวกับอาการปวดหลังที่ล้าสมัยและไม่เกิดผล

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ปวดหลังมากๆ นอนพื้น จะดีกว่าไหม ทำให้หายปวดหลังหรือเปล่า

บางคนบอกว่านอนพื้นแล้วปวดหลัง แต่บางคนกลับบอกว่าสบาย การ นอนพื้น ส่งผลอย่างไรกับร่างกายของคุณกันแน่ แก้ปวดหลังจริงๆ หรือเปล่า หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ติดซีรีส์ ชอบดูทีวีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ระวัง! น้ำหนักขึ้นแบบไม่รู้ตัว

การดูซีรีส์ หรือดูทีวี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคลายเครียดยอดฮิต แต่หากคุณ ติดซีรีส์ หรือติดทีวีมากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักขึ้น โรคภัยต่างๆ ถามหาโดยไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

ก้มแตะปลายเท้าไม่ได้ อีกหนึ่งสัญญาณความอ่อนแอของร่างกาย ที่คุณแก้ไขได้

การก้มแตะปลายเท้า เป็นวิธีทดสอบความแข็งแรงของร่างกายอย่างหนึ่ง แต่หากคุณ ก้มแตะปลายเท้าไม่ได้ วิธีบริหารร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นเหล่านี้ช่วยคุณได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

ปวดหลังหลังกินอาหาร อย่าชะล่าใจ! เพราะอาจเกิดจากโรคร้ายแรงที่คุณคาดไม่ถึง

ปวดหลังหลังกินอาหาร รู้ไหมอาจไม่ได้เป็นเพราะกล้ามเนื้อตึงเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะปัญหาสุขภาพร้ายแรงกว่านั้น เช่น ไตติดเชื้อ แผลในกระเพาะ หรือกรดไหลย้อน!!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

บทความแนะนำ

ท่านอน-บรรเทา-อาการปวดหลังส่วนล่าง

มี อาการปวดหลังส่วนล่าง ลองเปลี่ยนท่านอนดูสิ อาจช่วยให้ดีขึ้นได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020
การนอนหลับ-หมอน-ประโยชน์

เตียงนอนควรมี หมอน กี่ใบ ถึงจะดีต่อการนอนหลับ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 29, 2020
การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม-ประโยชน์

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020
เรื่องน่ารู้-นอนไม่หนุนหมอน-ข้อดีข้อเสีย

เรื่องน่ารู้ของการ นอนไม่หนุนหมอน ดีและแย่อย่างไร มาหาคำตอบกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020