ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship) คุยอยู่ดีๆ ก็หายไปเฉยเลย

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ กันยายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

บอกขอเวลาแต่งตัว 5 นาที ผ่านไป 1 ปี เธอยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ? ความสัมพันธ์ของคุณและเขากำลังไปได้สวย คุยอะไรกันก็ถูกคอ ลื่นไหลไปหมด เขาเองก็ไม่มีท่าทีและวี่แววว่าจะไม่ชอบอะไร แต่แล้วอยู่ๆ หลังจากบอกว่าขอเวลาทำธุระ เขาก็หายไปเลย ไม่เคยตอบแชตกลับมาอีก คุยกันอยู่ ๆ ก็หายไปเฉย ๆ หรือคุณกำลังตกอยู่ใน ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship) หากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดความสงสัยว่าความสัมพันธ์แบบนี้คืออะไร Hello คุณหมอ ได้เรียบเรียงมาให้อ่านแล้วค่ะ

ความสัมพันธ์แบบโกสติง คืออะไร

ความสัมพันธ์ แบบโกสติง (Ghosting Relationship) เกิดขึ้นเมื่อ ใครสักคนที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากความสัมพันธ์ โดยไม่บอกไม่กล่าวอย่างกระทันหัน ไม่แม้แต่จะโทรหรือแม้กระทั่งส่งข้อความมาก่อนสักนิด ไม่ว่าคุณจะพยายามโทรกลับไปหาเขา หรือกระหน่ำส่งข้อความไปถามถึงสาเหตุการจากไปมากเท่าไร คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียง ความเงียบ ไร้การตอบกลับจากเขา ความสัมพันธ์นี้จึงถูกเรียกว่า Ghost ที่แปลว่า ผี เพราะใครบางคนนั้นหายไปในอากาศราวกับว่าเป็นผีนั่นเอง จากผลการศึกษาเรื่องนี้พบว่า มีคนประมาณร้อยละ 25 เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง

สาเหตุที่ทำให้คนมี ความสัมพันธ์แบบโกสติง

มีสาเหตุมากมายที่พวกเขาใช้เป็นเหตุผลในการหายไปแบบไม่บอกกล่าว ด้วยความซับซ้อนของความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความกลัว

ความกลัวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะว่ากลัวในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ ๆ กลัวการบอกเลิก หรือกลัวการเลิกรา ทำให้พวกเขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และหายไปอย่างเงียบๆ

หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

บางครั้งความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น อาจกำลังส่งผลต่อจิตใจ สุขภาพร่างกาย ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์นี้ต่อ และเขาเองก็ไม่ชอบที่จะต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง หรือไม่ชอบปฏิกิริยาที่จะต้องเกิดขึ้นระหว่างที่เลิกรากัน ทำให้เลือกที่จะหายไปโดยไม่บอกแทน

เป็นวิธีการตัดสัมพันธ์ที่ง่าย

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นหาคู่และแอปพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ทำให้เราสามารถพบกับความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น คุณและเขาอาจจะอยู่ในขั้นตอนการทดลองคุย โดยที่เราเองก็ยังไม่เคยเจอเพื่อน หรือสังคมของเขา เมื่อเขาคิดว่าไม่ใช่ จึงเลือกเดินออกไปจากชีวิตของคุณแบบไม่บอก เพราะคิดว่าคุณกับเขาไม่ได้อยู่ในสังคมเดียวกัน คงไม่เจอกันอีก จึงทำใหเกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง ที่สำคัญเขาเองคิดว่าเป็นเรื่องที่ง่าย ที่ออกมาเลยโดยไม่ต้องหาเหตุผลการบอกเลิก

มูฟออน ให้ได้ เมื่อเจอความสัมพันธ์แบบโกสติง

แน่นอนว่าเมื่อคุณตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง ซึ่งคุณเป็นฝ่ายถูกจากไป วงจรแห่งความโศกเศร้าก็จะเริ่มดำเนินขึ้นอย่างทันที บางครั้งเมื่อตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงอาจทำให้คุณเกิดอารมณ์ที่หลากหลาย นอกจากความเศร้าแล้ว อาจจะรู้สึกสับสน งง สงสัย หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ บางครั้งความสัมพันธ์รูปแบบนี้อาจทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า เหมือนถูกลดคุณค่าลง แต่แล้วความเจ็บปวดในความสัมพันธ์นั้นก็จะหายไป ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักพัก ซึ่งห็ไม่สามาถบอกได้ว่านานเท่าใด เพราะแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันในความเจ็บที่แตกต่างกันออกไป หากคุณกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบเดิมให้คิดไว้ว่าแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เราอาจจะเจอความสัมพันธ์แบบนั้นอีกก็ได้ ในระหว่างนี้ก็ควรหากิจกรรมที่ชอบทำ เพื่อที่จะได้ไม่สนใจหรือจมอยู่กับความเจ็บปวด คุณอาจจะเลือก อ่านหนังสือเล่มโปรด ออกกำลังกาย หรือว่าวาดรูปก็ได้

การรับมือกับความสูญเสียนั้นถือเป็นเรื่องที่ยาก ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์กับเขาอย่างยาวนานและแนบแน่นก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกมากขึ้น จากการศึกษาในปี 2010 และ 2011 พบว่าผู้ที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่นเดียวกับการหลอกลวงและการถูกปฏิเสธเลยทีเดียว นอกจากนี้ความสัมพันธ์แบบโกสติงยังส่งผลต่อความนับถือตนเองและความสัมพันธ์ในอนาคตอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามคุณจะผ่านมันไปได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เมื่อรู้สึกผิดต่อตัวเอง ควร ให้อภัยตัวเอง อย่างไร

ในด้านจิตวิทยา การให้อภัยนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการ ให้อภัยตัวเอง หรือผู้อื่นก็ตาม นอกจากนั้น การให้อภัยยังมีผลต่อความสุขทางจิตใจอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต เมษายน 1, 2020 . เวลาในการอ่าน

รักได้ แต่อย่า ขี้หึงเกินไป ไม่งั้นสุขภาพแย่ ความสัมพันธ์ดิ่งลงเหวชัวร์

ความรักมักมาพร้อมกับความหึงหวง แต่คุณก็ไม่ควร ขี้หึงเกินไป เพราะความหึงที่เกินพอดีอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แถมยังทำร้ายความสัมพันธ์ของคุณได้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต มีนาคม 31, 2020 . เวลาในการอ่าน

ความเชื่อใจ ใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่ายๆ เมื่อถูกทำลาย สร้างความเชื่อใจ อย่างไรให้กลับมาดีดังเดิม

การ สร้างความเชื่อใจ ต้องรู้จักที่จะให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่น ลองมองเหตุผลที่แท้จริงของการกระทำว่า สมควรที่จะให้อภัยหรือไม่ และไม่ควรจมอยู่กับเรื่องเดิมๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 30, 2020 . เวลาในการอ่าน

7 วิธีลบ รอยจูบ รอยจ้ำ ให้หายไปได้อย่างรวดเร็ว

การแสดงความรักด้วยการจูบ อาจฝากรอยจูบ รอยจ้ำ หรือรอยช้ำที่ไม่น่าดูเอาไว้ให้คุณเสียความมั่นใจ เราเลยมี 7 วิธีลบ รอยจูบ รอยจ้ำ รอยดูดที่ต้นคอ ง่ายๆ มาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

อยากมีเพื่อน-การเริ่มต้นความสัมพันธ์

อยากมีเพื่อน ควรเริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างไรถึงจะดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
โพลีกามี่-การยอมรับทางสังคม-รูปแบบความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์แบบ โพลีกามี่ เพราะรักแท้ไม่ได้มีคนเดียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
6-พฤติกรรมทำลายชีวิตคู่-คนรักต้องเลิกลา

6 พฤติกรรมทำลายชีวิตคู่ ที่ทำให้คนรักต้องเลิกรากันมากที่สุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปัญหาหลังแต่งงาน-วิธีรับมือ

รับมือกับ ปัญหาหลังแต่งงาน ที่อาจไม่หอมหวานเหมือนวันวาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2020 . เวลาในการอ่าน