กาแฟ ประโยชน์ดีๆ ที่ควรรู้และโทษที่ควรระวัง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

กาแฟ อยู่คู่กับชีวิตคนเรามานานนักหนาแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ากาแฟนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพของเราขนาดไหน ฉะนั้น ก็มาดูกันให้ชัดๆ ไปเลยว่ากาแฟ–ถ้าบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะนั้น–มีประโยชน์อย่างไรต่อเราบ้าง

เรื่องดีๆ ของกาแฟที่วิทยาศาสตร์ยืนยัน

ช่วยเผาผลาญไขมัน

คาเฟอีน เป็นหนึ่งในสารธรรมชาติไม่กี่ชนิด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยเผาผลาญไขมันให้เราได้ โดยผลการศึกษาวิจัยหลายๆ ชิ้นต่างยืนยันว่า คาเฟอีนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้นได้ ตั้งแต่ 3 ถึง 11 เปอร์เซ็นต์ โดยในคนที่เป็นโรคอ้วน จะช่วยเผาผลาญได้มากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในคนผอมจะเผาผลาญได้ถึง 29 เปอร์เซ็นต์ แต่จะไม่ส่งผลแบบนี้กับคนที่ดื่มกาแฟเป็นเวลานานๆ

ช่วยพัฒนาความสามารถทางร่างกาย

คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้สามารถส่งสัญญาณไปที่เซลล์ไขมันเพื่อให้ทำการแตกตัว แล้วปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดกลายเป็นกรดไขมันอิสระที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ช่วยพัฒนาความสามารถทางร่างกายโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11-12% ฉะนั้น จึงควรซดกาแฟซักถ้วยหนึ่งก่อนเดินเข้ายิมประมาณครึ่งชั่วโมง

ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นปัญหาใหญ่ทางด้านสุขภาพ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนที่ดื่มกาแฟ จะลดความเสี่ยงการเป็นโรคนี้ลงได้ถึง 23-50% ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 67% ซึ่งผลการศึกษาวิจัยจำนวน 18 ชิ้น ที่ทำการทดสอบกับคนจำนวน 457,922 คน ระบุว่ากาแฟแต่ละถ้วยที่ดื่มในแต่ละวัน จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 7%

ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่พบได้บ่อย และมักจะนำไปสู่สภาวะสมองเสื่อมกับคนทั่วโลก ซึ่งโดยปกติจะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โชคร้ายหน่อยตรงที่ยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ได้ แต่เราสามารถป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และการดื่มกาแฟก็ช่วยป้องกันโรคนี้ได้เหมือนกัน เนื่องจากผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า การดื่มกาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้ถึง 65%

ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยรองจากโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเกิดจากเซลล์ประสาทในสมอง ที่ทำหน้าที่ผลิตสารโดพามีนเกิดตายลง และโรคนี้ก็ยังไม่มีวิธีรักษาอีกเช่นกัน วิธีป้องกันจึงเป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุด ผลการศึกษาวิจัยระบุว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ลดลงตั้งแต่ 32-60%

ช่วยต่อสู้กับโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตชนิดรุนแรง ที่ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตแบบที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ซึ่งผลการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2011 นั้น แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 4 ถ้วยต่อวัน จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าได้ 20% และงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ทำการทดสอบกับผู้คนจำนวน 208,424 คน พบว่าคนที่ดื่มกาแฟมากกว่า 4 ถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงจะฆ่าตัวตายน้อยลงถึง 53%

ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งบางชนิด

โรคมะเร็งเป็นอีกโรคหนึ่งที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอันเนื่องมาจากการที่เซลล์ในร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ แต่มีการรายงานว่ากาแฟสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ 2 ชนิด นั่นก็คือมะเร็งตับกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนที่ดื่มกาแฟ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งตับลดลงได้มากถึง 40% แลในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ทำการทดสอบกับผู้คนจำนวน 489,706 คน พบว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละ 4-5 ถ้วย จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 15%

แต่ช้าก่อน! โทษของดื่มการแฟก็มีอยู่เหมือนกันนะ

นอกจากผลดีต่อสุขภาพหลากหลายอย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็ยังผลงานศึกษาวิจัยหลายต่อหลายชิ้นที่ระบุว่า การดื่มกาแฟ–โดยเฉพาะในปริมาณที่มากเกินไปนั้น สามารถสร้างปัญหาต่อสุขภาพได้เช่นกัน ซึ่งปัญหาพวกนั้นก็ได้แก่…

  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งตับอ่อน ผลการศึกษาวิจัยที่ทำขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ระบุว่าการดื่มกาแฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งกระปัสสาวะและมะเร็งตับอ่อน ซึ่งนับแต่นั้นมาก็ได้มีการวิจัยในเรื่องนี้กันมากขึ้น ซึ่งก็ยังมีการถกเถียงถึงเรื่องนี้กันอยู่
  • มะเร็งหลอดอาหาร เมื่อเร็วๆ นี้มีการรายงานว่า องค์การอนามัยโลกได้ออกคำเตือนว่า การดื่มกาแฟ (หรือเครื่องดื่มอื่นๆ) ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 149 องศาฟาเรนไฮต์ อาจมีความเสี่ยงให้การเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารเพิ่มขึ้น
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ ผลการศึกษาวิจัยระบุว่าการดื่มการแฟจัดๆ (มากกว่าวันละ 4 ถ้วย) มีโอกาสจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจขึ้นได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความดันโลหิตสูง รวมทั้งทำให้หัวใจเต้นเร็ว หรือเต้นผิดจังหวะด้วย
  • รบกวนการใช้ชีวิต คาเฟอีนในกาแฟอาจรบกวนการนอนหลับ ทำให้เป็นคนใจร้อน และอาจทำให้รู้สึกหวานวิตกได้ด้วย นอกจากนี้คอกาแฟบางคนยังมีอาการแสบร้อนกลางอก ปัสสาวะบ่อย (เนื่องจากคาเฟอีนมีฤิทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ) และใจสั่น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม: