“ฟักทอง” กับประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพที่รู้แล้วจะอยากกินให้เยอะขึ้น!

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ฟักทอง เป็นพืชที่นำมาปรุงได้หลายเมนูทั้งของคาวและของหวาน แถมยังเป็นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย แคลอรี่ก็ต่ำ เรียกว่าเป็นผลไม้ที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องรีบไปหาฟักทองมากิน ก็อ่านข้อมูลต่อไปนี้ดูได้เลย

1.ฟักทองทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น

ฟักทองมีวิตามินเอสูง ซึ่งดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยงานวิจัยที่ชี้ว่าวิตามินเอสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ ในทางกลับกัน ผู้ที่ขาดวิตามินเออาจมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ

นอกจากวิตามินเอแล้ว ฟักทองยังมีวิตามินซีทีก็ดีต่อภูมิคุ้มกันเช่นกัน โดยฟักทอง 1 ถ้วย (245 กรัม) มีวิตามินซี 19% ของปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าวิตามินซีสามารถช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงทำให้แผลหายไวขึ้นอีกด้วย เพิ่มเติมไปกว่านั้นฟักทองยังมีวิตามินอี ธาตุเหล็ก และโฟเลต ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานระบบภูมิคุ้มกัน

2.ฟักทองทำให้สายตาดีขึ้น

งานวิจัยชี้ว่าการขาดวิตามินเอเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะสูญเสียการมองเห็น รวมถึงวิตามินซีและวิตามินอี ก็มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันเซลล์ดวงตาไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งวิตามินทั้งหมดนี้ล้วนพบได้ในฟักทอง ย่งไปกว่านั้นฟักทองยังอุดมด้วยลูทีน (Lutein) และซีแซนทิน (Zeaxanthin) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อและโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ (Age-related macular degeneration)

3.ฟักทองดีต่อการลดน้ำหนัก

ฟักทอง 1 ถ้วย (245 กรัม) ให้พลังงานเพียง 50 แคลอรี่ และมีน้ำประมาณ 94% ฟักทองจึงจัดเป็นอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก เนื่องจากคุณสามารถกินฟักทองได้ในปริมาณที่มากกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น เช่น ข้าวหรือมันฝรั่ง โดยได้รับแคลอรี่น้อยกว่า นอกจากนี้ฟักทองยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่จะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนัก

4.ฟักทองอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

ฟักทองอุดมด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ จากการวิเคราะห์งานวิจัย 13 ชิ้นพบว่า ผู้ที่กินอัลฟา-แคโรทีน และเบต้า-แคโรทีนมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารลดลง

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ที่กินแคโรทีนอยด์มีความเสี่ยงต่ำกว่าในการเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งเต้านม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ยืนยันว่า เป็นเพราะแคโรทีนอยด์เพียงอย่างเดียวหรือไม่ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง หรือเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น นิสัยการใช้ชีวิตของผู้ที่กินอาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์

5.ฟักทองทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง

ฟักทองมีโพแทสเซียม วิตามินซี และไฟเบอร์สูง ซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ โดยงานวิจัยชี้ว่าผู้ที่กินโพแทสเซียมมาก จะมีความดันโลหิตลดลง และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ในฟักทองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันไขมันแอลดีแอล (LDL cholesterol)  หรือไขมันเลว ซึ่งส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

6.ฟักทองทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น

ฟักทองอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว เช่น แคโรทีนอยด์อย่างเบต้า-แคโรทีน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นครีมกันแดดโดยธรรมชาติ เนื่องจากแคโรทีนอยด์สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวเสียหายจากแสงยูวีที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ฟักทองยังมีวิตามินซีสูง ซึ่งจำเป็นต่อผิว เนื่องจากร่างกายใช้วิตามินซีเพื่อสร้างคอลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่จะทำให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดี นอกจากนี้สารอาหารอย่างลูทีน (Lutein) ซีแซนทิน (Zeaxanthin) และวิตามินอีในฟักทอง ก็ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและทำให้สุขภาพผิวแข็งแรงด้วย

ข้อควรระวัง

  • การกินฟักทองมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่คล้ายกับการกินยาขับปัสสาวะ ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้ที่กินยาบางชนิด เช่น ยาลิเทียม โดยการขับปัสสาวะอาจทำให้ความสามารถในการขจัดลิเทียมของร่างกายลดลง อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง
  • อาการแพ้ฟักทอง เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่แพ้ฟักทองอาจมีอาการจะเกิดขึ้นหลังจากกินฟักทอง ได้แก่ คันบริเวณตา จาม หนังตาบวม และแน่นหน้าอก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน