ลดน้ำหนัก ด้วยการกินอาหารเหมือนเดิมทุกวัน ช่วยได้จริงหรือ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

กินอาหารเหมือนเดิมทุกวันนั้น จริงๆ แล้วเป็นผลดีต่อสุขภาพหรือเปล่า หรือที่บอกว่าจะช่วยให้ ลดน้ำหนัก ได้ผลนั้น จะเป็นเรื่องชวนเชื่อกันแน่ เราจึงได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของการกินอาหารเหมือนเดิมทุกวันมาบอกคุณแล้ว เชิญอ่านรายละเอียดได้เลย

ข้อดีของการกินอาหารเหมือนเดิมทุกวัน

แคลอรี่คงที่

การนับแคลอรี่อาจเป็นประโยชน์อย่างมาก ในช่วงที่เราพยายามจะลดน้ำหนักกันอยู่ แต่การคำนวณแคลอรี่นั้นแอบยากกว่าการบวกเลขธรรมดาๆ อยู่นะ ฉะนั้นถ้าเรากินอะไรเหมือนเดิมทุกวันๆ ก็จะช่วยให้เราควบคุมแคลอรี่ได้ง่ายขึ้น แค่นับแคลอรี่ครั้งเดียวก็ใช้ไปได้หลายวันเลย

สร้างนิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพ

ถ้าใครอยากเริ่มต้นกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็ควรกินอาหารเหมือนเดิมทุกวัน ซึ่งจะช่วยสร้างนิสัยการกินที่ดี โดยไม่ต้องเกิดความเครียดว่าควรจะเลือกกินอะไรดี นอกจากนี้ยิ่งเรากินอะไรบ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เราทำเป็นนิสัยได้ง่ายขึ้นด้วย ฉะนั้นการกินแอปเปิ้ลวันละลูกสองลูก อาจกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น หลังจากเราทำอย่างนั้นไปประมาณสองสามสัปดาห์

จัดเตรียมอาหารได้ง่ายขึ้น

การกินอาหารเหมือนเดิมทุกวันจะช่วยให้เราประหยัดเวลา ทั้งในเรื่องการคิดเมนูอาหาร การช้อปปิ้งวัตถุดิบ และการเตรียมอาหารด้วย ซึ่งถ้าต้องเตรียมอาหารกลางวันเหมือนเดิมทุกวัน เราก็แค่เสียเวลาในการจัดเตรียมอาหารแค่วันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้นเอง นอกจากนี้เรายังมีแนวโน้มจะกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วย ถ้างานเตรียมอาหารที่ยุ่งยากนั้นได้ทำเสร็จไปแล้ว แทนที่จะต้องมานั่งเลือกหรือเตรียมทำอะไรในวันที่ยุ่งวุ่นวายทุกวัน

แคลอรี่ที่น้อยลงถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ความเหนื่อยอ่อนในการตัดสินใจไม่ใช่มีแต่เฉพาะในเรื่องงานเท่านั้นนะ แต่ยังมีเรื่องของการเลือกกินอาหารด้วย ยิ่งมีตัวเลือกเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เราตัดสินใจที่จะกินอะไรได้ยากขึ้นเท่านั้น

การศึกษาวิจัยที่เก็บข้อมูล จากนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 1,018 คน พบว่า คนที่มีความเหนื่อยอ่อนทางจิตใจ อาจส่งผลให้กลุ่มตัวอย่าง เลือกกินอะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ฉะนั้นการกินอะไรเหมือนเดิมทุกวัน จึงช่วยให้เราเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดีกว่า

ข้อเสียของการกินอาหารเหมือนเดิมทุกวัน

น่าเบื่อหน่าย

การกินอาหารเหมือนเดิมทุกวันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ลองนึกภาพตอนเด็กๆ ดูก็ได้ ที่ต้องตื่นขึ้นมาเจอกับขนมปังปิ้งทาเนยถั่วอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้ แล้วจะเข้าใจถึงความรู้สึกนั้น คนเราควรมีความรู้สึกตั้งตารอที่จะได้กินอะไร ไม่ใช่ต้องมานั่งจมปลักเพื่อกินอะไรแบบเดิมๆ อยู่ทุกวันๆ แต่การกินอาหารที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับตัวเรานั้น ก็มักจะช่วยลดน้ำหนักได้ยาก

ขาดสารอาหาร

การที่กุมารแพทย์ รู้สึกตื่นตกใจเวลาที่เด็กกินแต่อาหารขยะทุกวันนั้น ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันนะ ร่างกายของเราต้องการอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ โปรตีน และธัญพืชต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าร่างกายได้สารอาหารวิตามินหลักๆ อย่างครบถ้วน ฉะนั้นการกินอะไรแบบเดิมๆ ทุกวัน ก็มีความเสี่ยงจะขาดสารอาหารได้ ถ้าคุณกินอะไรที่ไม่มีความสมดุล หรือกินอะไรเพียงเล็กน้อย

ลดน้ำหนัก ไม่ค่อยได้ผล

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้หลากหลายขึ้น อาจช่วยให้ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนสามารถลดน้ำหนักหรือไขมันลงได้ ซึ่งกุญแจสำคัญก็อยู่ที่ อาหารมีประโยชน์เหล่านั้นนั่นแหละ

ผลการศึกษาวิจัยเมื่อปี 2002 ที่ทำการเก็บข้อมูลกับผู้หญิงจำนวน 59,000 คน พบว่าผู้หญิงที่สับเปลี่ยนอาหารที่มีประโยชน์ 16 ถึง 17 อย่างนั้น จะมีอายุยืนกว่าผู้หญิงที่กินอะไรแค่ 0 ถึง 8 อย่างเท่านั้น การกินอาหารที่มีประโยชน์แต่ละอย่างจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะดูไม่มากนัก แต่ถ้ายิ่งกินเยอะตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนะ

เสี่ยงที่จะมีการเผาผลาญผิดปกติ

ผลการศึกษาวิจัยเมื่อปี 2015 พบว่า การกินอาหารที่หลากหลายอาจช่วยพัฒนาการเผาผลาญของเราให้ดีขึ้นได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลชนิดเอชดีแอล และไขมันส่วนเกินบริเวณรอบเอว นอกจากนี้การกินอาหารที่หลากหลาย อาจจะช่วยให้เราเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะถือว่าดีกว่า เมื่อเทียบกับการกินอาหารแบบเดิมซ้ำๆ 

 เสียโอกาสจากอาหาร

อย่างเราที่รู้ๆกันนั่นแหละว่า การกินผักและผลไม้หลากสีสัน โดยเฉพาะสีแดง ส้ม เหลือง เขียว ม่วง และขาวนั้น จะส่งผลดีต่องร่างกายอย่างมหาศาล ฉะนั้นการกินอาหารแบบเดิมๆทุกวัน ก็จะทำให้คุณเสียโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากอาหารชนิดอื่นๆไป

ขาดเชื้อแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพ

การกินอาหารที่หลากหลาย จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ที่ดีต่อสุขภาพได้ เชื้อแบคทีเรียที่ดีพวกนี้ไม่ใช่ดีต่อสุขภาพเท่านั้นนะ แต่ยังช่วยให้เรื่องการลดน้ำหนักด้วย ผลงานวิจัยเมื่อปี 2016 พบว่า จำนวนเชื้อแบคทีเรียดีๆที่ลดลงนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนและไขมันในช่องท้อง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา