สารกันบูด ภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในอาหาร

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ปกติอาหารต่างๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปมักจะมี สารกันบูด เป็นส่วนผสมอยู่แล้ว เพื่อช่วยเพิ่มระยะเวลาในการเก็บรักษา รวมถึงช่วยให้รสชาติยังคงเดิม ทั้งๆ ที่ทุกคนทราบกันดีว่าสารกันบูดนั้นมีอันตรายแต่ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการบริโภคได้ บทความนี้ทาง Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องนี้มานำเสนอให้ได้ทราบกัน

ทำความรู้จักกับ สารกันบูด

สารกันบูด หรือสารกันเสีย (Preservative) เป็นสารเคมีที่ใช้ในการเก็บอาหารสด แม้สารกันบูดจะมีด้วยกันหลายชนิด แต่สิ่งที่มักจะพบบ่อยๆ ก็คือ  ยาต้านจุลชีพ สารต้านอนุมูลอิสระ และผลิตภัณฑ์ที่ชะลอกระบวนการทำให้สุกตามธรรมชาติ ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สารกันบูดก็สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เช่นกัน

สารกันบูดนั้นอยู่ในผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม ขนมหวาน ขนมอบ ขนมปัง และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นยังสามารถพบได้ในผัก ผลไม้ และอาหารกระป๋องอีกด้วย ความจริงแล้วการใส่สารกันบูดลงไปในอาหารก็เพื่อช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ และยังทำให้แน่ใจอีกว่า ผลิตภัณฑ์จะไม่สูญเสียรสชาติและกลิ่นไป

อันตรายจากสารกันบูดที่ส่งผลต่อร่างกาย

แม้สารกันบูดจะถูกผสมอยู่ในอาหารต่างๆ ที่เราบริโภคเข้าไปทุกวัน แต่ความจริงแล้ว สารกันบูด ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน ซึ่งอันตรายของสารกันบูดที่ส่งผลต่อร่างกาย มีดังนี้

  • หนึ่งในอันตรายของสารกันบูดก็คือ อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหาการหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ
  • สารกันบูด สามารถทำให้เกิดปัญหาภายในเด็กเล็ก เช่น พฤติกรรมที่อาจจะกระทำมากกว่าปกติ ปัญหานี้วัดได้จากการรายงานโดยผู้ปกครองและวัตถุประสงค์
  • การบริโภคสารกันบูดอย่างต่อเนื่องและมากเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อหัวใจอ่อนแอ ซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ
  • สารกันบูดอาจมีสารอาหาร BHA (Beta hydroxy acid) และ BHT (Butylated hydroxytoluene) ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็ง BHT มักถูกใช้ในซีเรียลและไขมัน ในขณะที่ BHA อาจนำมาใช้มันฝรั่ง เนื้อสัตว์ และสินค้าอบอื่นๆ
  • สารกันบูดอาจทำให้เกิดโรคอ้วนในบางคน เนื่องจากมีกรดไขมัน โดยเฉพาะในอาหารแปรรูป

10 สารกันบูดที่เป็นอันตรายและผลข้างเคียง

แม้ว่าสารกันบูดจะช่วยในเรื่องของการยืดอายุของอาหาร แต่สารกันบูดก็สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งยังมีอันตรายอีกมากมายที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งสารกันบูดที่เป็นอันตรายและมีผลข้างเคียง ได้แก่

  • โพรพิลแกลเลต (Propyl gallate) มักใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ผักดอง ซอส หรือแม้แต่หมากฝรั่ง สารกันบูดนั้นเป็นอันตราย ทั้งยังสามารถก่อนให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและนำไปสู่การทำลายตับในระยะยาว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจอีกด้วย
  • ซัลไฟต์ (Sulfites) สารประกอบตัวนี้มักใช้เพื่อรักษาผลไม้แห้ง ผลไม้กระป๋อง น้ำเชื่อม ข้าวโพด พริกไทย มะกอก ไวน์ และน้ำส้มสายชู ซึ่งมันสามารถนำไปสู่ผลข้างเคียงต่างๆ ได้ เช่น ใจสั่น อาการแพ้ โรคหอบหืด โรคจมูกอักเสบ นอกจากนั้นแล้ว ซัลไฟต์ยังทำให้เกิดอาการปวดข้อ ปวดศีรษะทั้งยังสามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ในบางกรณี
  • น้ำมันพืชที่ผ่านกรรมวิธีการเติมโบรมีน (Brominated vegetable oil) น้ำมันชนิดนี้จะถูกเก็บรักษาด้วยการบรรจุเอาไว้ในขวดเป็นเวลานาน ซึ่งถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้นำไปสู่ความเสี่ยงที่อาจส่งผลข้างเคียงที่ร้ายแรง น้ำมันชนิดนี้สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อของหัวใจ ไตถูกทำลาย ต่อมไทรอยด์บวม เพิ่มไขมันสะสมในตับ และยังอาจทำให้เกิดอัณฑะเหี่ยว
  • โพรไพลีนไกลคอน (Propylene glycol) และ คาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส (Carboxymethylcellulose) สารกันบูดทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นสารเติมแต่งปกติของไอศกรีม โพรไพลีนไกลคอน มักใช้เป็นสารป้องกันการแข็งตัว และน้ำยาล้างสี ซึ่งถือเป็นสารเคมีที่น่ากลัว ส่วน คาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส มักจะในน้ำสลัด การแพร่กระจายของชีส และนมช็อกโกแลต จากการศึกษากับหนูพบว่า คาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส สามารถกระตุ้นการผลิตเนื้องอกได้ นอกจากนั้นแล้ว โพรไพลีนไกลคอน ยังส่งผลข้างเคียงที่สำคัญต่อระบบประสาทส่วนกลางอีกด้วย
  • มอโนกลีเซอไรด์ (Mono-Glycerides) และ ไดกลีเซอไรด์ (Di-Glycerides) สารเคมีเหล่านี้มักใช้ในการเก็บรักษาอาหาร เช่น เค้ก พาย คุกกี้ ขนมปัง และเนยถั่ว นอกจากนั้นสารทั้ง 2 ชนิดนี้ ยังช่วยรักษาอาหารอื่นๆ เช่น ถั่วคั่ว ผักที่บรรจุซอง และมาการีน โดยที่ มอโนกลีเซอไรด์ ถือเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
  • โซเดียมไนเตรท (Sodium nitrite) เป็นสารกันบูดอันตรายที่ใช้ในการรักษาเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่มันถูกเติมเข้าไปในเนื้อสัตว์แปรรูปส่วนใหญ่ เช่น เบคอน แฮม และไส้กรอก โซเดียมไนเตรทนี้ค่อนข้างอันตรายต่อร่างกาย และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มาเลอิก ไฮดราไซด (Maleic hydrazide) สารกันบูดนี้มักถูกเพิ่มลงในมันฝรั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มันแตกหน่อ มันสามารถนำไปสู่โรคมะเร็งได้
  • โบรเมท (Bromates) เป็นสารกันบูดที่ใช้กันมากที่สุดในแป้ง และขนมปังสีขาว มันสามารถทำให้เกิดอาการท้องร่วง และทำลายสารอาหาร
  • กรดซิตริก (ผลิตโดยใช้กรดซัลฟูริก) Citric Acid (Made Using Sulfuric Acid) กรดซิตริกเป็นสารอาหารจำเป็นที่พบได้ในอาหารส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามกรดซิตริกที่สร้างขึ้นโดยใช้กรดซัลฟิวริกค่อนข้างอันตราย และอาจนำไปสู่ปฏิกิริยาภูมิแพ้
  • เบนโซเอต (Benzoate) สารกันบูดชนิดนี้มักถูกเพิ่มเข้าไปในของดอง มาการีนหรือเนยเทียม น้ำซุปข้น ผลไม้ และน้ำผลไม้ เบนโซเอตสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ และนำไปสู่ความเสียหายของสมอง

จริงหรือไม่? สารกันบูดสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ซึ่งเกี่ยวข้อกับการใช้สารกันบูด ในความเป็นจริงแล้ว โปรแกรมพิษวิทยาแห่งชาติ (National Toxicology Program) รายงานว่า โพรพิลแกลเลตซึ่งเป็นสารกันบูดที่ใช้กันทั่วไปในการทำให้เครื่องสำอาง และอาหารที่มีไขมัน อาจก่อให้เกิดเนื้องอกในสมอง ต่อมไทรอยด์ และตับอ่อน ในทำนองเดียวกัน เว็บไซต์ข้อมูลด้านความปลอดภัยของสารเคมีจากองค์กรระหว่างรัฐบาลของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยของสารเคมี (InChem) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ข้อมูลการตรวจสอบสารเคมีและสิ่งปนเปื้อนิให้เหตุผลเอาไว้ว่า ไนโตรซามีน รวมถึงไนเตรต และไนไตรต์ สามารถนำไปสู่การพัฒนาสารประกอบที่ก่อให้เกิดมะเร็งบางชนิด โดยไนโตรซามีนพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท เช่น เนื้อสัตว์ที่บ่มแล้ว เบียร์ และนมแห้งที่ไม่มีไขมัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 6, 2020 | Last Modified: มกราคม 16, 2020

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน