10 อาหารสุขภาพที่ทำให้อ้วน ได้ ถึงภาพลักษณ์ดี๊-ดี แต่กินมากไปก็แย่นะ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อาหารสุขภาพควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีปริมาณแคลอรี่น้อย เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก แต่ถึงจะขึ้นชื่อว่าอาหารสุขภาพก็ใช่ว่าคุณจะกินแบบไม่บันยะบันยังได้ เพราะก็อาจมีข้อเสียบางอย่างที่คุณต้องบริโภคอย่างระมัดระวังเช่นกัน โดยเฉพาะหากคุณต้องการควบคุมน้ำหนัก ยิ่งต้องทำความรู้จักกับ 10 อาหารสุขภาพที่ทำให้อ้วน ได้เหล่านี้เอาไว้ให้ดี เพราะเผลอกินมากไป ความอ้วนอาจมาเยือนไม่รู้ตัว

10 อาหารสุขภาพที่ทำให้อ้วน ได้

1. น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกเป็นหนึ่งในไขมันที่ดีต่อสุขภาพ แต่น้ำมันก็คือน้ำมัน ทราบหรือไม่ว่า น้ำมันมะกอกเพียงสองช้อนโต๊ะมีแคลอรีสูงถึง 238 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ห้ามคิดว่าน้ำมันมะกอกเป็นอาหารสุขภาพแล้วกินกันแบบไม่ยั้งเด็ดขาด

2. อินทผลัม

ผลไม้รสชาติหวานอร่อยชนิดนี้ ถือเป็นของว่างที่อร่อยและดีต่อสุขภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับลูกอมทั้งหลาย เพราะมีสารอาหารอยู่มากมายหลายชนิด แต่ในขณะเดียวกัน อินทผลัมก็เป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่สูง คือ ประมาณ 23 กิโลแคลอรี่ต่อหนึ่งเม็ด จึงจัดเป็นอาหารที่ทำให้อ้วนได้ง่ายๆ หากคุณกินจนเพลิน รู้ตัวอีกอาจกินอินทผลัมหมดถุง ลองคิดภาพตามดูสิว่าแคลอรี่จะมากขนาดไหน

3. ถั่วพีแคน

ถั่วพีแคน เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ให้ไขมันที่ดีต่อหัวใจ และมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย แต่ถั่วพีแคนก็มีแคลอรี่สูง ถั่วพีแคนประมาณ 28 กรัม ให้พลังงาน 196 กิโลแคลอรี่ ฉะนั้นหากไม่อยากให้ถั่วพีแคนกลายเป็นอาหารสุขภาพที่ทำให้อ้วน ก็ควรกินแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น อย่าถึงขั้นคว้ามากินทีเดียวจนหมดถุง

4. ลูกเกด

ผลไม้แห้งรสหวานอร่อย ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย นับเป็นเมนูอาหารอีกหนึ่งรายการที่เพิ่มความอ้วน ทำให้ผู้รับประทานโดยไม่ทันตั้งตัว การรับประทานลูกเกด 5 ออนซ์หรือเทียบเท่ากับจำนวนหนึ่งกล่องเล็กๆ นั้นให้พลังงานถึงเริ่มต้นที่ 129 กิโลแคลอรี่ ดังนั้น ใครที่กำลังจะเลือกลูกเกดมาเป็นอาหารว่างในช่วงลดน้ำหนัก ขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นเมนูอื่นแทน หรือใช้ลูกเกดปริมาณเล็กน้อยเป็นตัวช่วยเพิ่มรสชาติในอาหาร เช่น สลัดผัก จะดีกว่า เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับแคลอรี่และน้ำตาลในปริมาณที่สูงเกินไป

5. ปลาแซลมอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำให้รับประทานปลาที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ชนิดนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง แต่เนื่องจากแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันสูง หากรับประทานมากเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับรอบเอวของคุณได้ เนื้อปลาแซลมอน 100 กรัม ให้พลังงาน 182 กิโลแคลอรี่ หากกินมากเกินไป ถึงจะได้รับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็อาจได้น้ำหนักเพิ่มมาเป็นของแถมโดยไม่รู้ตัว

6. น้ำสลัด

สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานสลัดผักเพื่อลดความอ้วน แล้วสงสัยว่าทำไมน้ำหนักไม่ลดเสียที ปัญหาก็อยู่ที่เจ้าน้ำสลัดแสนอร่อยนั่นเอง น้ำสลัดหลายชนิดให้พลังงานสูงมากจนการกินสลัดเป็นอาหารทุกมื้อ แทบไม่ได้ช่วยให้ไขมันรอบเอวสะเทือน หรือน้ำหนักลดลงแต่อย่างใด เช่น น้ำสลัดแบบฝรั่งเศส (French Dressing) 100 กรัมให้พลังงานถึง 457 กิโลแคลอรี่ แต่ถ้าเป็นน้ำสลัดมายองเนส 100 กรัม แคลอรี่จะพุ่งไปถึง 680 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว ส่วนน้ำสลัดทาวน์ซั่นไอส์แลนด์ (Thousand Island) ที่หลายคนชื่นชอบ ในปริมาณ100 กรัม ให้พลังงาน 370 กิโลแคลอรี่

ถึงเราจะไม่ได้ใส่น้ำสลัดทีละ 100 กรัม แต่ก็คงเห็นภาพแล้วว่าน้ำสลัดนั้น เป็นหลุมพรางของความอ้วนตัวจริง จึงต้องใส่น้ำสลัดแบบเบามือ แค่ให้พอได้รสชาติ และควรเลือกน้ำสลัดชนิดที่แคลอรี่ต่ำที่สุดด้วย

7. ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลตอาจอุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ สารเคมีจากพืชที่มีประโยชน์มาก แต่คนส่วนใหญ่พอได้กินช็อกโกแลตก็มักจะห้ามตัวเองไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็กินช็อกโกแลตหมดแท่งเสียแล้ว ช็อกโกแลตหนึ่งแท่งอาจมีแคลอรี่สูงถึง 600 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งคิดว่า พอเป็นดาร์กช็อกโกแลตแล้วจะกินเท่าไรก็ได้ และนอกจากเรื่องแคลอรี่แล้ว การกินดาร์กช็อกโกแลตมากไป อาจทำให้เราท้องผูกได้ด้วย ยิ่งหากใครกินดาร์กช็อกโกแลตก่อนนอน ก็อาจตาค้างจนนอนไม่หลับ แบบเดียวกับตอนที่ดื่มชากาแฟเลย เพราะดาร์กช็อกโกแลตก็มีคาเฟอีนเช่นกัน

8. ป็อปคอร์น

เมื่อพูดถึงขนมคบเคี้ยว ป๊อปคอร์นก็จัดเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี เพราะให้ประโยชน์จากเส้นใยอาหาร และหากเป็นป็อปคอร์นรสจืด ก็ยิ่งมีแคลอรีต่ำเหมาะสำหรับช่วงควบคุมน้ำหนัก แต่คุณต้องระวังป็อปคอร์นชนิดหวานหรือเจือรสชาติอื่นๆ แบบที่เราชอบซื้อกันหน้าโรงภาพยนตร์เอาไว้ให้ดี เพราะป็อปคอร์นชนิดหวานหนึ่งถุงเล็ก อาจมีพลังงานสูงถึง 630 กิโลแคลอรี แถมด้วยไขมันอีกประมาณ 50 กรัม เพราะฉะนั้น หากคุณอยากกินป๊อปคอร์น ควรทำกินเองที่บ้าน แบบไม่ต้องปรุงรสหวานหรือไม่ต้องใส่เนยเลยก็จะดีต่อสุขภาพ

9. สมูทตี้ผลไม้

เครื่องดื่มชนิดนี้ หากเป็นเมนูที่ผู้อ่านทำเองที่บ้านจะถือเป็นเมนูชูสุขภาพ แต่เมื่อใดที่อยู่นอกบ้าน ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสั่งเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้ เพราะส่วนใหญ่ให้แคลอรีได้มากถึง 400 กิโลแคลอรี ไม่ต่างจากการรับประทานขนมหวานเลย หรือหากอยากรับประทานจริงๆ ควรเลือกแบบไม่เติมสารให้ความหวาน หรือน้ำตาลใดๆ ทั้งสิ้น

10. นมถั่วเหลือง

แม้ว่านมถั่วเหลืองจะมีประโยชน์ แต่นมถั่วเหลือง 300 มิลลิลิตร ก็ให้พลังงานถึง 147-191 กิโลแคลอรี เพราะฉะนั้น ใครที่ควบคุมน้ำหนักก็ควรระวังปริมาณในการบริโภคให้ดี

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน