home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาบอดเพราะต้อหิน ป้องกันได้ หากจัดการได้ถูกจุด

ตาบอดเพราะต้อหิน ป้องกันได้ หากจัดการได้ถูกจุด

โรคต้อหิน เป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ที่ส่งผลให้มีผู้สูญเสียการมองเห็นเป็นจำนวนมาก และอาจสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ปัญหาอาการ ตาบอดเพราะต้อหิน นี้ สามารถป้องกันได้ หากเราจัดการกับปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที วันนี้ Hello คุณหมอ จะนำวิธีในการป้องกันอาการ ตาบอดเพราะต้อหิน มาฝากทุกคนกันค่ะ

โรคต้อหินคืออะไร

โรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นความผิดปกติของดวงตาชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บของเส้นประสาทตา เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะความดันตาสูง ทำให้เส้นประสาทตาเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นมอง และอาจทำให้ตาบอดได้

อาการของโรคต้อหินหลัก ๆ ก็จะแตกต่างกันออกไป ตามประเภทและระยะของโรคที่เป็นอยู่ โดยอาจจะแบ่งได้หลัก ๆ คือ

  • โรคต้อหินมุมเปิด จะมีจุดบอดเป็นหย่อม ๆ ที่ด้านข้างหรือตรงกลางของดวงตา มักจะเกิดกับดวงตาทั้งสองข้าง และเมื่อมีอาการรุนแรงขึ้น ก็จะมีวิสัยทัศน์การมองเห็นที่แคบลง ที่เรียกว่า Tunnel vision ทำให้มองเห็นได้แค่สิ่งที่อยู่ข้างหน้า มองด้านข้างไม่เห็น
  • โรคต้อหินมุมปิด ผู้ป่วยโรคต้อหินมุมปิดนั้นมักจะไม่มีอาการแสดงให้เห็น จนกว่าอาการจะรุนแรงและกำเริบ ในช่วงระยะแรกผู้ป่วยอาจจะมีอาการมองเห็นไม่ชัด ปวดหัว หรือปวดตา และเมื่อมีอาการกำเริบ ก็จะมีอาการปวดหัวหรือปวดตาอย่างรุนแรง ตาแดง การมองเห็นลดลง มองเห็นไม่ชัด คลื่นไส้ และอาเจียน เป็นต้น

โรคต้อหินนั้นเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ที่ทำให้ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปต้องสูญเสียการมองเห็น แต่อาการของโรคต้อหินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงทุกวัย และจะใช้เวลานานกว่าที่เราจะสามารถสังเกตเห็นอาการของต้อหินได้ แต่การรักษาโรคต้อหินอย่างทันท่วงที อาจสามารถป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้

ใครบ้างเสี่ยงเป็นโรคต้อหิน

โรคต้อหินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนบางกลุ่มอาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเป็นโรคต้อหิน ยกตัวอย่างเช่น

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีภาวะความดันตาสูง (Intraocular pressure)
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีสายตายาวมาก ๆ หรือสายตาสั้นมาก ๆ
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) โดยเฉพาะยาหยอดตา
  • ผู้ที่เคยมีอาการบาดเจ็บที่ดวงตา หรือเคยผ่าตัดตา
  • ผู้ที่มีญาติเป็นโรคต้อหิน

ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจส่งผลให้มีโอกาสในการเกิดโรคต้อหินได้มากกว่าคนกลุ่มอื่น หากคนพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจดวงตาเป็นประจำ เพื่อที่จะได้สามารถตรวจพบโรคต้อหินได้อย่างรวดเร็ว

หนทางในการป้องกัน อาการ ตาบอดเพราะต้อหิน

ตรวจดวงตาเป็นประจำ

ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคต้อหิน เพราะจะทำให้สามารถตรวจพบโรคต้อหินได้ตั้งแต่ในระยะแรก ๆ และสามารถรักษาโรคต้อหินได้ทันท่วงที ป้องกันไม่ให้อาการของโรคต้อหินลุกลาม จนทำให้ตาบอดได้ แพทย์แนะนำว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคต้อหิน ควรตรวจดวงตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมีอายุน้อยกว่า 40 ปี ควรตรวจดวงตาทุก ๆ 5-10 ปี

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยแล้ว ยังอาจช่วยป้องกันโรคต้อหินได้อีกด้วย

มีงานวิจัยที่พบว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน หรือ การวิ่ง อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป อาจสามารถช่วยลดระดับของความดันภายในดวงตา หนึ่งในปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดโรคต้อหินได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ทำให้ส่วนหัวอยู่ต่ำกว่าลำตัว เช่น ท่าหกสูง เนื่องจากจะทำให้ความดันในดวงตาเพิ่มขึ้นสูงได้

ทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ป่วยโรคต้อหิน ควรปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ยาหยอดยาตามที่กำหนด แม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคแสดงให้เห็น อย่าหยุดยาเองเพราะคิดว่าหายแล้ว เพราะอาจจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ปกป้องดวงตา

อาการบาดเจ็บที่ดวงตา อาจส่งผลให้เกิดโรคต้อหินได้ ดังนั้นจึงควรสวมเครื่องป้องกันดวงตาอย่าง แว่นกันลม เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ใช้ความเร็วสูง เช่น เล่นสกี หรือขับรถมอเตอร์ไซ เป็นต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 16/12/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x