home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผื่นลมพิษ สาเหตุ อาการ การรักษา

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
ผื่นลมพิษ สาเหตุ อาการ การรักษา

ผื่นลมพิษ หรือโรคลมพิษ (Hives หรือ Urticaria) เป็นปัญหาสุขภาพผิวหนังที่เกิดจากอาการแพ้สิ่งกระตุ้น เช่น ขนสัตว์ อาหาร ฝุ่นละออง ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการปล่อยสารฮิสตามีนที่ทำให้ผิวหนังบวม เป็นผื่นแดง หากมีอาการคันรุนแรงร่วมกับอาการหายใจผิดปกติ ควรรีบเข้าพบคุณหมอทันที

คำจำกัดความ

ผื่นลมพิษ คืออะไร

ผื่นลมพิษ คือ ผื่นแดงบวมขนาดใหญ่บนผิวหนังที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น ขนสัตว์ อาหาร ฝุ่นละออง แสงแดด ละอองเกสร บางคนอาจมีผื่นลมพิษเป็นตุ่มนูนแดงเล็ก ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกคันเบา ๆ ไปจนถึงคันรุนแรง

ประเภทของผื่นลมพิษที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • ลมพิษเฉียบพลัน

อาจทำให้มีผื่นขึ้น และมีอาการคันไม่เกิน 6 สัปดาห์ อาจมีสาเหตุมาจากการแพ้พิษจากแมลงกัดต่อย ยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน รวมถึงการแพ้อาหาร โดยอาหารที่มักก่อให้เกิดผื่นลมพิษ เช่น ถั่ว มะเขือเทศ ไข่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ นม อาหารสด ปลา ช็อกโกแลต รวมถึงสารกันบูด

  • ลมพิษเรื้อรัง

ลมพิษที่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ อาจมีสาเหตุไม่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากสิ่งกระตุ้นรอบตัว เช่น อาหาร แสงแดด ละอองเกสร อาการข้างเคียงของโรคมะเร็ง ไวรัสตับอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ลมพิษเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะ เช่น ปอด กล้ามเนื้อ ระบบทางเดินหายใจ

  • ลมพิษที่เกิดจากปัจจัยทางกายภาพ

ลมพิษที่เกิดเพราะมีสิ่งมากระตุ้นผิวหนังโดยตรง เช่น สภาพอากาศที่เย็นและร้อน ฝุ่น แสงแดด การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมจนเหงื่อออกมาก ส่วนใหญ่ผื่นลมพิษทางกายภาพอาจเกิดเพียงบริเวณที่ถูกกระตุ้นและจะเกิดภายใน 1 ชั่วโมงหลังถูกกระตุ้น

อาการ

อาการผื่นลมพิษ

อาการของผื่นลมพิษสังเกตได้จากผิวหนังบวม เป็นสีแดงหรือสีน้ำตาล เมื่อกดตรงกลางผื่น ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วคราว สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย เช่น หน้าท้อง หน้าอก ต้นแขน ขาส่วนบน ก้น หลัง และบางคนอาจมีอาการคัน แสบร้อนผิวหนังด้วย

หากมีผื่นลมพิษระดับรุนแรง อาการของผื่นไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน มีไข้สูง รู้สึกไม่สบายตัว ผื่นลุกลามไปยังบริเวณอื่น วิงเวียนศีรษะ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด ลิ้น ริมฝีปาก หรือใบหน้าบวม ควรรีบเข้ารับการรักษาจากคุณหมอทันที

สาเหตุ

สาเหตุผื่นลมพิษ

สาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นลมพิษอาจมาจากถูกสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาหาร ยา พิษจากแมลงกัดต่อย แสงแดด เหงื่อ ละอองเกสร ขนสัตว์ จนทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า แมสต์เซลล์ หรือมาสต์เซลล์ (Mast cell) ปล่อยสารฮิสตามีนออกมา สารชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ผิวหนังบวมแดง นูน เป็นผื่นลมพิษ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงผื่นลมพิษ

ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดผื่นลมพิษ มีดังนี้

  • อาหารบางชนิด โดยเฉพาะ ถั่วลิสง ไข่ หอย กุ้ง
  • การเกาผิวหนัง
  • การสัมผัสกับสารเคมี เช่น น้ำยาง
  • ขนสัตว์เลี้ยง
  • แมลงกัดต่อย
  • ละอองเกสรดอกไม้
  • ยาบางชนิด เช่น เพนิซิลลิน แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides)
  • สภาพอากาศร้อนหรือเย็น
  • แสงแดด
  • การติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย เช่น ไข้หวัด การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โรคโมโนนิวคลิโอสิส (Infectious Mononucleosis)
  • เหงื่อจากการออกกำลังกาย และการสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปที่ส่งผลให้ระบายเหงื่อออกได้ยาก
  • การสูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคผิวหนังภูมิแพ้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยผื่นลมพิษ

คุณหมอผิวหนังอาจซักประวัติสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร ยาที่ใช้อยู่ และอาจขอเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ เนื้อเยื่อผิวหนัง หรืออาจทดสอบอาการแพ้บนผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้สิ่งใด

การรักษาผื่นลมพิษ

ปกติแล้ว ผื่นลมพิษสามารถหายไปได้เองหรือมีอาการดีขึ้นภายใน 2 วัน แต่หากผื่นลมพิษมีอาการแย่ลง คุณหมออาจรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ยาแก้แพ้ เช่น เซทิริซีน (Cetirizine) ยาต้านฮิสทามีน (Antihistamines) เพื่อบรรเทาอาการคันและบวมจากผื่นลมพิษ
  • โลชั่นหรือครีม ที่มีส่วนประกอบของเมนทอล (Menthol) เพื่อบรรเทาอาการคันชั่วคราว
  • คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เช่น เพรดนิโซโลน (Prednisolone) สำหรับลมพิษระดับรุนแรง เพื่อบรรเทาอาการคัน ลดการอักเสบ
  • กระบอกยาฉีดอัตโนมัติ (Epinephrine หรือ EpiPen) ใช้สำหรับภาวะฉุกเฉิน หรือเมื่อเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง
  • ยาโอมาลิซูแมบ (Omalizumab) เป็นยาฉีดรักษาผื่นลมพิษ
  • การบำบัดด้วยแสง คุณหมอผิวหนังอาจรักษาผื่นลมพิษด้วยแสง ในกรณีที่รับประทานยาแก้แพ้แล้วไม่ได้ผล ซึ่งอาจจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดหลายครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 2-3 เดือน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันผื่นลมพิษ

วิธีป้องกันและบรรเทาอาการผื่นลมพิษ อาจมีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาหาร สารเคมี ขนสัตว์ ละอองเกสร ฝุ่น แสงแดด
  • หากไปในพื้นที่ที่แมลงเยอะ ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ทายาหรือฉีดสเปรย์เพื่อป้องกันแมลงกัดต่อย
  • หลีกเลี่ยงการเกาผิวหนัง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากน้ำหอม
  • เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เนื้อไม่หนา สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป และระบายอากาศได้ดี เพื่อป้องกันเหงื่อออก และลดเกิดการสะสมของเชื้อโรคบนผิวหนัง
  • หลังจากออกกำลังกาย ควรอาบน้ำให้สะอาด เพื่อกำจัดคราบเหงื่อไคล
  • หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวอย่างรุนแรง เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง
  • ประคบเย็นบริเวณที่เกิดผื่นลมพิษประมาณ 10-20 นาที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Hives https://www.nhs.uk/conditions/hives/ . Accessed November 09, 2021

HIVES: SELF-CARE. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/DISEASES/A-Z/HIVES-SELF-CARE . Accessed November 09, 2021

HIVES: DIAGNOSIS AND TREATMENT. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/DISEASES/A-Z/HIVES-TREATMENT . Accessed November 09, 2021

10 WAYS TO GET RELIEF FROM CHRONIC HIVES. https://www.aad.org/public/diseases/a-z/hives-chronic-relief . Accessed November 09, 2021

Hives and Your Skin. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/guide/hives-urticaria-angioedema . Accessed November 09, 2021

Hives. https://acaai.org/allergies/allergic-conditions/skin-allergy/hives/ . Accessed November 09, 2021

Hives. https://medlineplus.gov/hives.html . Accessed November 09, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง