home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคงูสวัด (Shingles) ติดต่อกันง่าย แต่รักษาได้ไม่ยาก

โรคงูสวัด (Shingles) ติดต่อกันง่าย แต่รักษาได้ไม่ยาก

หากเป็นอีสุกอีใส ก็จะกลายเป็น งูสวัด เป็นคำพูดที่น่าจะติดหูใครหลาย ๆ คนมานานแสนนาน แต่แท้จริงแล้วงูสวัดกับอีสุกอีใสมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทำไมหลังเป็นอีสุกอีใสจึงมักจะเป็นงูสวัดตามมา วันนี้ Hello คุณหมอ มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับ โรคงูสวัด มาฝากค่ะ

โรคงูสวัด เกิดจากอะไร

งูสวัด หรือโรคงูสวัด (Shingles) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส วาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus: VZV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไปจนเกิดโรคอีสุกอีใส แม้ว่าจะทำการรักษาจนหายจากอาการของโรคอีสุกอีใสไปแล้ว แต่เชื้อไวรัส VZV นี้ก็อาจยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกาย หลบซ่อนอยู่ตามปมประสาท และกลับมาแสดงอาการอีกได้ในภายหลัง ทำให้เกิดเป็นโรคงูสวัดตามมา แบบที่เรามักจะเห็นหรือได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า หลังเป็นอีสุกอีใสบางคนจะเป็นงูสวัดด้วย

อย่างไรก็ตาม งูสวัดถือเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน แต่มีการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นงูสวัด ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็นงูสวัดได้ แต่จะเริ่มจากอาการของอีสุกอีใสก่อน แล้วจึงเป็นงูสวัดตามมา

อาการของ โรคงูสวัด เป็นอย่างไร

เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อ งูสวัด ร่างกายจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนัง
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ดวงตาไวต่อแสง
  • ผิวหนังไวต่อการสัมผัส

หลังมีอาการปวดตามเนื้อตัวไม่นาน ก็จะมีตุ่มแดงขึ้นตามบางส่วนของร่างกาย บางครั้งอาจเกิดที่คอ ใบหน้า หรือดวงตา แล้วค่อย ๆ ลามเป็นลายพาดไปตามแนวของเส้นประสาท จนกระทั่งพันรอบทั้งลำตัว และอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • ผู้ที่เป็น งูสวัด อาจมีอาการคันในผิวหนังบริเวณที่มีผื่นแดงและตุ่มน้ำใส
  • ตุ่มแดงจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออก จนเริ่มตกสะเก็ด

วิธีเยียวยารักษางูสวัด

งูสวัด เป็นโรคที่สามารถหายได้เอง อาจใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 2-6 สัปดาห์ แล้วแต่ความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง แพทย์จะรักษางูสวัดตามอาการ โดยอาจมีการสั่งจ่ายยาเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) หรือวาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir และอาจมีการสั่งจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการปวด เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคงูสวัดมักจะมีอาการปวดรุนแรง

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็น งูสวัด ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

  • ดูแลทำความสะอาดแผลอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
  • ขณะเป็น งูสวัด ควรสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ ไม่รัดรูป
  • ประคบเย็นที่แผลงูสวัด วันละประมาณ 2-3 ครั้ง

มีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดหรือไม่

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกัน งูสวัด ก็คือการฉีดวัคซีนงูสวัด โรคงูสวัดจะพบได้มากในผู้สูงอายุ อีกทั้งผู้สูงอายุยังมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนกลุ่มอื่น ดังนั้น ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะเคยหรือไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมา และอาจมีหรือไม่มีอาการของโรคงูสวัด ก็ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดด้วยกันทั้งสิ้น

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

ไปหาหมอทันทีที่สังเกตเห็นสัญญาณอาการของ งูสวัด หรือมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • มีอาการปวด และมีผื่นตุ่มแดงขึ้นรอบ ๆ ดวงตา ควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อที่ดวงตา
  • มีอาการของโรคงูสวัด และเป็นผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ควรไปพบคุณหมอ เนื่องจากวัยผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
  • ไปพบคุณหมอทันทีหากเป็น งูสวัด และเป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • หากมีอาการผื่นตุ่มแดงลุกลามไปอย่างรวดเร็วและทั่วทั้งร่างกาย และมีอาการปวดอย่างรุนแรง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai เมื่อ 27/01/2021
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x