คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ปจด.มาไม่ปกติ มีสาเหตุจากอะไร ดูแลตัวเองอย่างไร

ปจด.มาไม่ปกติ มีสาเหตุจากอะไร ดูแลตัวเองอย่างไร

ปจด. ย่อมาจาก ประจำเดือน หรือการมีเลือดออกทางช่องคลอดในทุก ๆ เดือน ซึ่งเป็นภาวะสุขภาพตามธรรมชาติของเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ทั้งนี้ ปจด.มาไม่ปกติ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็น เช่น ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมาน้อย ประจำเดือนห่าง โดยสาเหตุของ ปจด.มาไม่ปกติ มักเกิดจากความเครียด ความอ้วน การคุมกำเนิด โรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ รวมถึงความไม่สมดุลของฮอร์โมนและความผิดปกติต่าง ๆ เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์หรือระบบสืบพันธุ์

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

ปจด. คืออะไร ปกติเป็นแบบไหน

ปจด. ย่อมาจาก ประจำเดือน เป็นภาวะสุขภาพของเพศหญิงในวัยเจริญพันธุ์ที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังตกไข่และไม่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกกลายเป็นเลือดไหลออกทางช่องคลอดเดือนละครั้ง

โดยทั่วไป เพศหญิงจะเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุ 12-15 ปี และหยุดมีประจำเดือนเมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือประมาณอายุ 45-55 ปี ซึ่งร่างกายหยุดผลิตฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ทำให้ไม่เกิดการตกไข่

ทั้งนี้ ประจำเดือนแต่ละรอบ จะเกิดห่างกันประมาณ 28 วัน อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนอาจมาเร็วหรือช้ากว่านั้น ระหว่าง 21-35 วัน โดยประจำเดือนแต่ละรอบจะมาติดต่อกันราว 5-7 วัน

อาการแบบไหนเข้าข่าย ปจด.มาไม่ปกติ

ปจด.มาไม่ปกติ หมายถึง การมีประจำเดือนที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็น ซึ่งพบได้ในเพศหญิงที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ได้แก่

  • ประจำเดือนขาด (Amenorrhea) หรือบางครั้งเรียกว่า ประจำเดือนไม่มา หมายถึง การขาดประจำเดือนติดต่อกันตั้งแต่ 3 รอบขึ้นไป ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ รวมถึงการไม่เคยมีประจำเดือนเลย ในกรณีของวัยรุ่นที่อายุ 16 ปีแล้ว
  • ประจำเดือนมามาก (Menorrhagia) คือการเป็นประจำเดือนติดต่อกันเกิน 7 วัน หรือมีเลือดออกมากกว่าปกติ โดยสังเกตได้จากการเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ทั้งนี้ เมื่อประจำเดือนมามาก อาจพบลิ่มเลือดประจำเดือนขนาดราว ๆ เหรียญบาทออกมาพร้อมกับประจำเดือนด้วย
  • ประจำเดือนมาน้อย (Hypomenorrhea) หมายถึงการมีประจำเดือนน้อยกว่า 2 วันต่อรอบเดือน
  • ประจำเดือนห่าง (Oligomenorrhea) หรือมีประจำเดือนห่างกันเกิน 35 วันในแต่ละรอบ และใน 1 ปี มีประจำเดือนเพียง 4-9 ครั้งเท่านั้น
  • ประจำเดือนมาบ่อย (Polymenorrhea) คือการมีระยะห่างระหว่างรอบเดือนสั้นกว่า 21 วัน
  • ประจำเดือนเลื่อน (Delayed period) คือ การที่ประจำเดือนที่เคยมาเป็นประจำทุก ๆ 21-35 วัน มาเร็วหรือช้ากว่ารอบเดือนก่อนหน้าเกิน 7 วัน
  • ประจำเดือนหลังวัยทอง (Postmenopausal bleeding) เข้าสู่วัยทองแล้วแต่กลับมามีประจำเดือนหลังประจำเดือนหยุดไปเป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ปจด.มาไม่ปกติ เกิดจากอะไรได้บ้าง

ความผิดปกติต่าง ๆ เกี่ยวกับประจำเดือน สามารถเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ ดังนี้

  • ยาคุมกำเนิด ทำให้ผู้หญิงไม่ตั้งครรภ์ ด้วยการยับยั้งไม่ให้ร่างกายตกไข่ ภายใต้ฤทธิ์ของฮอร์โมน ทั้งนี้ การหยุดใช้ยาคุมกำเนิด อาจทำให้ปจด.มาไม่ปกติเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน
  • การให้นมบุตร เนื่องจากขณะให้นมบุตร ร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ยับยั้งการมีประจำเดือน ทำให้ ปจด.มาไม่ปกติในหญิงให้นมบุตรบางราย
  • การเสียสมดุลของฮอร์โมนเพศ หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรนในเพศหญิง เป็นสาเหตุหนึ่งของประจำเดือนมามากและประจำเดือนขาด ทั้งนี้ การเสียสมดุลของฮอร์โมนเพศ อาจเป็นอาการสืบเนื่องจากโรคถุงน้้ำในรังไข่หลายใบ ซึ่งผู้ป่วยจะมีประจำเดือนน้อยว่า 9 ครั้งใน 1 ปี และรอบประจำเดือนห่างกันเกิน 35 วัน
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ผิดปกติ เช่น โรคบูลิเมีย เนอโวซา (Bulimia Nervosa) หรือการล้วงคอให้อาเจียนหลังรับประทานอาหาร สามารถทำให้ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทำงานผิดปกติ และส่งผลต่อปริมาณหรือความถี่ของการเป็นประจำเดือนได้
  • วัยทอง ก่อนเข้าสู่วัยทอง การทำงานของรังไข่อาจมีความผิดปกติ ทำให้ผู้หญิงเป็นประจำเดือนในปริมาณมากหรือน้อยกว่าปกติ รวมถึงอาจมีระยะห่างระหว่างรอบเดือนถึง 60 วัน หรือประจำเดือนไม่มาในบางเดือน
  • เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ เป็นสาเหตุหนึ่งของการมีประจำเดือนปริมาณมากผิดปกติ โดยปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุแน่ชัด อาจพบเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตนอกโพรงมดลูก เช่น บริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ หรือเยื่อบุช่องท้อง
  • ความเครียด ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) แล้วส่งผลให้ประจำเดือนขาด มาช้า หรือมาน้อยกว่าปกติได้ ทั้งนี้ นอกจากความเครียด ร่างกายยังหลั่งคอร์ติซอลออกมาได้หากออกกำลังกายหักโหม หรือป่วยเป็นกลุ่มอาการคุชชิง (Cushing Syndrome)
  • เนื้องอกบริเวณมดลูก หมายถึงเนื้องอกที่อาจพบหนึ่งก้อน หรือหลายก้อนบริเวณผนังมดลูก หรือในโพรงมดลูกอาจมีทั้งขนาดเล็กเท่าเมล็ดแอปเปิ้ลหรือใหญ่เท่าผลเกรปฟรุต ทั้งนี้ เนื้องอกบริเวณมดลูก อาจเป็นสาเหตุของประจำเดือนมามาก หรือการปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ หรือประจำเดือนกลับมาหลังวัยทอง

นอกจากนี้ ปจด.มาไม่ปกติ ยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • มะเร็งมดลูกหรือมะเร็งปากมดลูก
  • การใช้ยาบางอย่าง เช่น สเตียรอยด์
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • การแท้งบุตร
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก

ปจด.มาไม่ปกติ แบบไหนที่ควรไปพบคุณหมอ

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาประจำเดือนหรือระบบสืบพันธุ์

  • พบอาการปวดรุนแรงระหว่างมีประจำเดือน หรือระหว่างรอบประจำเดือน
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
  • ปริมาณประจำเดือนมากผิดปกติ
  • เป็นประจำเดือนติดต่อกันเกิน 7 วัน
  • มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดหลังเข้าสู่วัยทองแล้ว
  • คลื่นไส้ เป็นไข้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมึนงง เมื่อมีประจำเดือน

วิธีดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยง ปจด.มาไม่ปกติ

การลดโอกาสเป็นปจด.มาไม่ปกติ สามารถทำได้ ด้วยวิธีการต่อไปนี้

  • ดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ออกกำลังกายหักโหมเกินไป และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด ด้วยการนั่งสมาธิหรือหางานอดิเรกทำ เพื่อสร้างความสุขและความสมดุลในการใช้ชีวิต
  • ใช้ยาคุมกำเนิดตามคำแนะนำที่ระบุไว้ข้างกล่อง หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • ไปพบคุณหมอสม่ำเสมอ เพื่อตรวจภายในอย่างน้อยเป็นประจำทุกปี จะได้ทราบถึงภาวะสุขภาพของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง หากพบความผิดปกติ จะได้รักษาทันท่วงที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 7 วันก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet