ข้อเท็จจริงเรื่องมะเร็งปากมดลูก

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ในปัจจุบันผู้หญิงจำนวนมากมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกเนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับความรู้ให้กับตัวคุณเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลายๆ ครั้งที่คุณอาจจะไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งมากมายจนทำให้สับสน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมาพร้อมกับ ข้อเท็จจริงเรื่องมะเร็งปากมดลูก ที่คุณไม่ควรพลาด ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ข้อเท็จจริงเรื่องมะเร็งปากมดลูก

  1. อ้างอิงจากรายงานของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ในปี 2016 มีผู้ป่วยใหม่ที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกจำนวน 12,990 ราย และผู้หญิงในจำนวนนั้น 4,120 ราย เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็ง
  2. มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดเป็นอันดับสองในโลก
  3. มะเร็งปากมดลูกสามารถหลีกเลี่ยงได้ ในสหรัฐอเมริกาได้รายงานการลดลงของโรคมะเร็งปากมดลูกเนื่องมาจากการจัดทำลกยุทธ์ในการป้องกัน
  4. มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ โดยสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของเชื้อมะเร็งและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแลการตรวจเชื้อ human papillomavirus.
  5. การติดเชื้อ Human Papilloma Virus (HPV) มีความเสี่ยงก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
  6. มีวัคซีนซึ่งลดอัตราเสี่ยงของการติดเชื้อ Human Papilloma Virus (HPV)
  7. ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก :
  • จำกัดจำนวนคู่นอน
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
  • ออกกำลังการสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ไม่สูบบุหรี่

    ปัจจัยอื่นๆที่เชื่อมโยงความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรอง

  1. การตรวจสอบโรคมะเร็งปากมดลูกสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี ผู้ทำการคัดกรองจะช่วยเลือกวิธีการตรวจสอบที่เหมาะสมกับคุณ
  2. โดยสรุปแล้วคุณควรมั่นใจว่าได้ลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ควรเข้ารับการตรวจสอบโรคมะเร็งปากมดลูกและปรึกษาแพทย์เมื่อเข้ารับการตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมหากคุณพบโรคมะเร็งปากมดลูก

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงโดยทั่วไปของโรคมะเร็งปากมดลูก ควรทำการปรึกษาแพทย์หากต้องกาiรับข้อมูลเพิ่มเติม และอย่าลืมตรวจสุขภาเป็นประจำทุกปีนะคะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน