วิธีธรรมชาติแก้อาการอาหารไม่ย่อย

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

มีหลากหลายวิธีในการรักษาอาการอาหารไม่ย่อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ อาหารไม่ย่อยไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงและสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง ต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถสังเกตุสัญญาณและอาการของโรค พร้อมทั้ง วิธีธรรมชาติแก้อาการอาหารไม่ย่อย

จะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารไม่ย่อย

อาหารไม่ย่อยหรือที่เรียกว่าอาหารท้องอืด เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปเกิดจากภาวะกรดไหลย้อน, แผลในกระเพาะอาหาร, มะเร็ง, ความผิดปกติของตับอ่อนและท่อน้ำดี สัญญาณและอาการโดยทั่วไปของอาหารไม่ย่อยคือ:

  • รู้สึกอึดอัดระหว่างรับประทานอาหาร คุณอาจรู้สึกอึดอัดในขณะกำลังรับประทานอาหารและไม่สามารถรับประทานต่อไปได้
  • รู้สึกอิ่มและอึดอัดหลังรับประทานอาหารเสร็จ มีความรู้สึกอิ่มเป็นเวลานาน
  • แสบร้อนบริเวณเหนือกระเพาะอาหาร คุณอาจรู้สึกแสบร้อนเหนือบริเวณสะดือและใต้กระดูกหน้าอก
  • รู้สึกอึดอัดที่กระเพาะส่วนบน คุณอาจรู้สึกปวดเล็กน้อยจนถึงรุนแรงเหนือบริเวณสะดือและใต้กระดูกหน้าอก

คุณอาจมีอาการท้องอืด คลื่นไส้ และอาเจียน แต่ไม่บ่อยนัก อาหารเหล่านี้คล้ายคลึงกับการเกิดกรดไหลย้อนแต่มีอาการแตกต่างกัน เมื่อเกิดกรดไหลย้อนคุณอาจรู้สึกปวดบริเวณทรวงอกและอาจลุกลามไปยังหลังและคอ ทั้งนี้คุณอาจมีอาการอาหารไม่ย่อยและกรดไหลย้อนในเวลาเดียวกันได้

วิธีการดูแลตัวเองที่บ้านเมื่ออาหารไม่ย่อย

ชงชาขิง

หนึ่งใน วิธีธรรมชาติแก้อาการอาหารไม่ย่อย คือ ขิง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีถึงสรรพคุณทางธรรมชาติในการรักษาโรคกระเพาะอาหารจากการคลื่นไส้และอาหารไม่ย่อย ช่วยในการย่อยอาหารและกระตุ้นการสร้างน้ำลาย งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าขิงสามารถลดอาการบวม ลดระดับคอเรสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะว่าขิงอาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์

เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยให้ร่างกายผลืิตน้ำลายมากขึ้น หมากฝรั่งบางชนิดมีส่วนผสมของไซลิทอลซึ่งช่วยป้องกันฟันผุ นอกจากนี้หมากฝรั่งรสมินต์ยังช่วยในการขจัดกลิ่นปาก เป็นความคิดที่ดีในการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังรับประทานอาหาร ไม่ต้องตกใจหากคุณเผลอกลืนหมากฝรั่งลงไป จริงอยู่ที่กระเพาะอาหารไม่สามารถย่อยหมากฝรั่งได้ แต่หมากฝรั่งจะเคลื่อนที่ไปตามทางเดินอาหารและถูกขับออกสู่ภายนอกร่างกายของคุณได้ อย่างไรก็ตามเป็นไปได้ว่าหมากฝรั่งอาจก่อให้เกิดการอุดตันในลำไส้หากคุณกลืนหมากฝรั่งลงไปในปริมาณมาก

ดื่มน้ำว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณต้านการอักเสบซึ่งช่วยรักษาผิวเช่นเดียวกับกระเพาะของคุณ น้ำว่านหางจระเข้ช่วยในเรื่องลดการอักเสบในกระเพาะอาหารเนื่องจากอาการกรดไหลย้อนและโรคกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตามว่านหางจระเข้ ก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดท้องฉับพลันและรุนแรง ผู้ที่มีอาการไส้ติ่งอักเสบ โรคลำไส้อุดตัน อุจจาระแข็ง ผู้ป่วยโรคไต โรคตับ หรือผู้ที่มีอาการตับเป็นพิษ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานว่านหางจระเข้ เพื่อความปลอดภัยควรปรึึกษาแพทย์หรือนักสมุนไพรก่อนดื่มน้ำว่านหางจระเข้

ทานเบคกิ้งโซดา

เบคกิ้งโซดาช่วยรักษาสมดุลกรดในกระเพาะอาหารหากคุณเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน เบคกิ้งโซดาคือผงที่มีฤทธิ์เป็นด่างซึ่งช่วยเรื่องการไหลย้อนของกรด ลดอาการกรดไหลย้อนโดยการปรับสมดุลกระเพาะ อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรรับประทานอะไรมากเกินไป การรับประทานเบคกิ้งโซดามากเกินไปก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

คาโมมายล์

คาโมมายล์ช่วยลดอาการผิดปกติของระบบย่อยอาหาร เช่น อาการจุกเสียด, แก๊สในกระเพาะ, ท้องร่วง, ปวดท้องและอาหารไม่ย่อย ด้วยสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้องซึ่งช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน คาโมมายล์ยังช่วยให้สมองผ่อนคลายและช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง

นอนเชิดคาง (และอย่านอน)

คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหารได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย อย่าได้เข้านอนโดยทันทีหลังจากรับประทานอาหาร ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงของโลกได้ทำงานช่วยดึงกระเพาะอาหารเข้าสู่กระบวนการย่อย หากมีอาการกรดไหลย้อนในเวลากลางคืน ใช้หมอนรองบริเวณคอของคุณให้สูงขึ้น หากไม่ได้ผลลองยกลำตัวส่วนบนให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนในเวลากลางคืน

หากสังเกตได้ว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารบางอย่าง ลองนำวิธีการดูแลตัวเองเหล่านี้ไปใช้ หากว่าอาการอาหารไม่ย่อยไม่ทุเลาลง ก็ถึงเวลาที่คุณควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน