โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

มีอาการปวดศีรษะหลายประเภท อาการปวดศีรษะเหล่านี้อาจเรียกว่าเป็นอาการปวดเรื้อรังประจำวัน ปวดเหมือนโดนทุบ ปวดตุบๆ หรือปวดจี๊ด ถ้าคุณรู้สึกเหมือนมีผ้ารัดรอบศีรษะของคุณจนแน่น คุณอาจเป็นโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว (muscle contraction tension headache) โรคนี้คืออะไร เราจะอ่านบทความนี้กัน

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวคืออะไร

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวตามปกติเป็นที่รู้จักว่าเป็นอาการปวดศีรษะทั่วไป เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่น ถ้าคุณมีอาการปวดศีรษะประเภทนี้ นี่อาจไม่ใช่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นอาการเรื้อรังและอาจเกิดขึ้นซ้ำได้หลายๆ ครั้ง อาการนี้อาจเป็นๆ หายๆ

เมื่อเกิดโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว อาจเกิดขึ้นนาน 30 นาทีจนถึงหลายวัน อาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวแบบฉับพลันไม่ต้องการการรักษา ส่วนโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวแบบเรื้อรังต้องการการรักษาเพราะอาจส่งผลให้เกิดความเครียดและซึมเศร้าได้

อาการของโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวอาจถูกเรียกว่าเป็นอาการปวดเรื้อรังประจำวัน อาการที่พบบ่อยของโรคนี้ได้แก่

  • ความปวดที่ศีรษะที่อาจเป็นอาการปวดเล็กน้อยถึงรุนแรง รู้สึกปวดที่ศีรษะทั้งสองข้าง
  • ความรู้สึกตึงและเหมือนถูกบีบบริเวณศีรษะ คุณอาจรู้สึกเหมือนมีแถบผ้ารัดรอบศีรษะจนแน่น
  • รู้สึกตึงๆ ที่กล้ามเนื้อไหล่และคอ
  • รู้สึกเหมือนถูกบีบและร้อนที่บริเวณหลังตา

คุณควรพบหมอเมื่อใด

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวตามปกติไม่ทำให้เกิดปัญหารุนแรง ยกเว้นทำให้เจ็บปวดและรู้สึกไม่สบาย ถ้าอาการปวดศีรษะรบกวนการใช้ชีวิตของคุณ และทำให้คุณทำงานต่างๆ ตามปกติได้ยากขึ้นแล้ว คุณก็ควรพบคุณหมอ หรือถ้าลักษณะอาการปวดศีรษะของคุณเปลี่ยนแปลง และคุณคิดว่าไม่ใช่อาการปวดศีรษะธรรมดาเหมือนที่เคยเป็น คุณก็ไม่ควรละเลย อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ระบบประสาท เช่นเนื้องอกหรือโรคหลอดเลือดในสมอง

หากมีอาการเหล่านี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เป็นไข้
  • คอติดแข็ง
  • อ่อนล้า
  • อาการชา
  • พูดลำบาก

ทางเลือกในการรักษาโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวมีอะไรบ้าง

อาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ยาเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการอีก อย่างไรก็ตาม ยาต่างๆ มีผลข้างเคียง คุณจึงไม่ควรใช้ยาบ่อยครั้งเกินไป เและหากคุณตั้งครรภ์หรือมีปัญหาทางสุขภาพบางอย่าง ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ยา

  • ยาที่สามารถซื้อได้ทางเคาน์เตอร์ขายยา เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรืออะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยา และสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมีคำแนะนำจากแพทย์
  • ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เช่น naproxen, indomethacin และ ketorolac แพทย์จะเป็นผู้สั่งยาให้หลังจากการตรวจวินิจฉัยโรค

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

คุณสามารถเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดโอกาสในการเป็นโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

จัดการกับความเครียด

ความเครียดสามารถนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพกายและจิตมากมาย รวมทั้งโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวด้วย ดังนั้น ให้ควบคุมจัดการชีวิตและลดความเครียด อย่าปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นกับคุณบ่อยเกินไป คุณสามารถควบคุมความเครียดได้ ได้ด้วยการจัดระบบชีวิตและทำตามแผนที่วางไว้ และควรใช้เวลากับการผ่อนคลายและพักจิตใจด้วย ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหา ก็ให้ผ่านไปให้ได้หรือถอยมาตั้งหลัก บางครั้งคำแนะนำจากนักจิตวิทยาก็อาจเป็นประโยชน์

ออกกำลังกายเสมอ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี การออกกำลังกายบางอย่างเช่นการขี่จักรยานหรือว่ายน้ำ หรือการเดินอาจช่วยให้สุขภาพโดยรวมของคุณดีขึ้นได้ การเดินรอบๆ ละแวกใกล้เคียงหรือเดินไปสวนสาธารณะก็ช่วยให้จิตใจของคุณผ่อนคลายได้เช่นกัน

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและดูแลร่างกาย

รับประทานผลไม้และผักให้มากขึ้น อาหารเหล่านี้ทำให้คุณมีสุขภาพดีอยู่เสมอ และคุณควรพิจารณาเลิกดื่มแอลกอฮอล์ด้วย และถ้าคุณสูบบุหรี่ ให้เลิกสูบเสีย การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย

ปรับท่าทางของคุณ

ท่าทางร่างกายที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงเครียด เมื่อคุณนั่ง ให้ศีรษะตั้งตรงอยู่ระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง และอย่าก้มศีรษะไปข้างหน้า

อาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวเป็นอาการที่พบบ่อย คุณอาจมีอาการนี้ในบางช่วงของชีวิต แม้ว่าจะทำให้เกิดความเจ็บปวดและรู้สึกไม่สบาย แต่ในกรณีส่วนใหญ่ก็สามารถหายดีได้โดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม คุณควรพบแพทบ์ถ้าอาการปวดศีรษะของคุณสร้างความรำคาญมากเกินไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน