ทราบหรือไม่ร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยกระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 15% ของน้ำหนักตัว กระดูกคืออวัยวะที่สำคัญเป็นดั่งโครงสร้างให้กับร่างกาย ช่วยในการเคลื่อนไหว ปกป้องอวัยวะภายใน ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากระดูกเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญกับร่างกายมากเพียงใด

กระดูกของเรามีวงจรชีวิตเป็นของตัวเอง เริ่มตั้งแต่เกิด เติบโต และเสื่่อมสลาย เพื่อเปิดทางให้กระดูกใหม่ขึ้นมาแทนที่ กระบวนการสร้างกระดูกเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคอลลาเจนและแคลเซียม ส่งผลให้กระดูกมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง แต่เมื่ออายุมากขึ้นกระบวนการสร้างกระดูกจะค่อยๆเสื่อมถอยลงและหากขาดการดูแลที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การเกิดโรคกระดูกต่างๆได้

โรคกระดูกมักมีสาเหตุมาจากการลดจำนวนลงของมวลกระดูกและการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูก มวลกระดูกมีปริมาณลดลงเมื่อสูญเสียแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เป็นผลให้กระดูกแตกหักได้ง่าย

ผู้ที่มีภาวะขาดแคลเซียมจากอาหาร ฮอร์โมนขาดสมดุล หรือการผิดปกติของเซลล์มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกได้มากกว่าคนปกติ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆในชีวิตที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูก

โรคกระดูก 10 อันดับแรก

1. โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนคืออาการผิดปกติเนื่องจากภาวะมวลกระดูกต่ำและการเสื่่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกในผู้สูงอายุ ทำให้กระดูกอ่อนแอและแตกหักได้ง่าย โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มากับความเงียบ ผู้ป่วยอาจไม่มีทางรู้ตัวจนกว่ากระดูกแตกหัก โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและออกกำลังกายควบคู่กับการตรวจเช็คความหนาแน่นของมวลกระดูก ทั้งนี้ผู้ป่วยควรปรึกษากับแพทย์เพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

2. โรคพาเก็ท (Paget’s disease)

โรคพาเก็ทคืออาการผิดปกติของกระดูก ซึ่งก่อให้เกิดการเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระดูกเฉพาะที่อย่างผิดปกติ ปกติแล้วกระดูกมีการเจริญเติบโตหนาและใหญ่ขึ้น เซลล์ออสติโอคลาสต์ (osteoclast) เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสลายเนื้อเยื่อกระดูก เมื่อเซลล์ออสติโอคลาสต์ทำงานมากเกินไปส่งผลให้กระดูกสร้างตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สูญเสียไป อย่างไรก็ตามเนื้อเยื่อกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่นี่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระเบียบ ซึ่งง่ายต่อการเปราะและแตกหัก อาการเหล่านี้มักพบในกระดูกสันหลัง กระดูกอุ้งเชิงกาน กระดูกขา และกระโหลก ทั้งนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในกระดูกส่วนอื่นๆได้เช่นกัน

3. โรคกระดูกเปราะจากกรรมพันธุ์

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมซึ่งทำให้กระดูกแตกและหักได้ง่่าย บางครั้งกระดูกอาจหักอย่างไม่มีเหตุผล โรคกระดูกเปราะจากกรรมพันธุ์มีอาการตั้งแต่ระดับปกติจนถึงร้ายแรง และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ป่วยอาจประสบกับอาการกระดูกหักแค่ไม่กี่ครั้งจนถึงร้อยครั้งได้ในช่วงชีวิต แม้ว่ายังไม่มีวิธีที่สามารถรักษาโรคกระดูกเปราะจากกรรมพันธุ์ได้ แต่ผู้ป่วยสามารถรับมือกับอาการของโรคได้

4. มะเร็งกระดูก

แม้จะชื่อโรคมะเร็งกระดูก แต่สาเหตุของการเกิดโรคมักไม่ได้เริ่มจากกระดูก ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรคมะเร็งกระดูกส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งจากอวัยวะอื่น มะเร็งกระดูกมีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น มะเร็งกระดูกออสทีโอซาร์โคมา (Osteosarcoma) มะเร็งกระดูกคอนโดรซาร์โคมา(Chondrosarcoma) มะเร็งกระดูกอีวิงซาร์โคมา (Ewing’s sarcoma) เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระดูก คุณควรรับประทานอาหารและใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5. โรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets)

เมื่อเด็กได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การเกิดโรคริคเก็ตส์ (rickets) หรือโรคกระดูกอ่อนในเด็กได้ ซึ่่งเป็นสาเหตุให้กระดูกไม่แข็งแรง วิตามินดีมีความสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส เมื่อขาดวิตามินที่จำเป็นและแร่ธาตุมราสำคัญ กระดูกจะไม่สามารถเจริญเติมโตได้อย่างปกติและเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกระดูกอ่อนในเด็กได้ เด็กที่ป่วยเป็นโรคกระดูกอ่อนมักมีอาการปวดกล้ามเนื้อ มีการเจริญเติบโตผิดปกติ และมีความผิดปกติของรูปกระดูกและฟัน

6. โรคกระดูกน่วม

โรคกระดูกน่วม (Osteomalacia) มีความคล้ายคลึงกับโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ซึ่งมีสาเหตุจากการขาดวิตามินดีในร่างกาย แต่มักเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ การขาดวิตามินดีมีผลต่อความผิดปกติในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งทำให้กระดูกพัฒนาผิดรูปและอ่อนแอ

7. โรคอะโครเมกาลี (Acromegaly)

โรคอะโครเมกาลี (Acromegaly) คืออาการเจริญเติบโตของกระดูกมากผิดปกติ เนื่องจากระดับโกรทฮอร์โมนที่มีมากเกินไปในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง, ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคติ่งเนื้อเมือกลำไส้ใหญ่ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โรคอะโครเมกาลีเป็นโรคที่ทำการวินิจฉัยได้ยากในระยะเริ่มแรก แต่โชคดีที่โรคส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้

8. โรคหัวกระดูกต้นขาตายจากการขาดเลือด

รู้จักกันดีในชื่อโรคเพอร์ทีส์ (Perthes disease) โรคหัวกระดูกต้นขาตายจากการขาดเลือดเกิดขึ้นเมื่อกระดูกสะโพกได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดอาการสั่นและเจ็บปวดเป็นๆหายๆจนเป็นสาเหตุให้กระดูกตาย มักพบโรคนี้ได้ในเด็กผู้ชายอายุระหว่าง 4 -10 ปี

9. โรคไฟบรัสดิสเพลเซีย (Fibrous Dysplasia)

เช่นเดียวกับโรคพาเก็ท โรคไฟบรัสดิสเพลเซียเป็นสาเหตุให้กระดูกบวมและเติบโตผิดปกติ อย่างไรก็ตามสาเหตุของโรคเกิดจากความผิดปกติของการสร้างเซลล์กระดูก โรคไฟบรัสดิสเพลเซียมักเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโรค McCune-Albright ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มอาการ เช่น การเกิดสีคล้ำตามผิวหนัง, เข้าสู่วัยรุ่นเร็ว (early puberty), หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามาก, รูปร่างสูงใหญ่และมีภาวะของโรคอะโครเมกาลี รวมถึงมีอาการที่พบได้ยากอื่นๆ

10. โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ (Osteomyelitis) คืออาการติดเชืื้อของกระดูก ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือรุนแรงและเรื้อรัง การรักษาประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ และในบางรายอาจต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำเอาเนื้อเยื่อที่ติดเช้ือออกไป

วิธีรักษากระดูกให้แข็งแรง

อย่าได้กังวลใจไป โรคกระดูกสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกของคุณควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมพื้นฐาน 3 อย่างต่อไปนี้ และคุณจะมีสุขภาพกระดูกที่ดีได้

เปลี่ยนอาหารที่รับประทาน

เพื่อรักษากระดูกให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง คุณควรรับประทานสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก แคลเซี่ยมและวิตามินดีมีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูก ปกติแล้วร่างกายของเรามีมวลกระดูกมากที่สุดเมื่ออายุ 25 ปี ก่อนหน้านั้นสารอาหารเหล่านี้มีผลต่อการเสริมสร้างการเติบโตของกระดูกมากที่สุด เมื่อผ่านพ้นช่วงวัยนั้นมาแล้ว สิ่งที่สามารถทำได้คือการรักษาอายุของกระดูก วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารและอาหารเสริม ในขณะที่แคลเซียมป้องกันไม่ให้มวลกระดูกลดน้อยลงและปกป้องกระดูกให้ห่างไกลจากโรค

เลิกสูบบุหรี่

อีกวิธีที่จะทำให้กระดูกแข็งแรงคือการไม่สูบบุหรี่ นี่ไม่เพียงช่วยเรื่องกระดูกแต่ยังรวมถึงร่างกายในส่วนอื่นๆ การสูบบุหรี่ทำให้มวลกระดูกลดต่ำลง เมื่อคุณหยุดสูบบุหรี่ คุณอาจอยากรับประทานอาหารมากขึ้น ทั้งนี้ควรแน่ใจว่าคุณเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องและไม่เพิ่มปริมาณแคลอรี่ในร่างกายอย่างไร้ประโยชน์ ด้วยสิ่งเหล่านี้คุณไม่เพียงแต่จะมีสุขภาพกระดูกที่แข็งแรงแต่จะมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงด้วย

ออกกำลังกาย

เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของร่างกาย กระดูกเกิดขึ้นจากเซลล์ที่มีชีวิตและการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ การออกำลังกายที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อะไรเป็นการเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด การออกกำลังกายเหล่านี้ ได้แก่ ก่ารเดิน ว่ายน้ำ และการเต้น การออกกำลังกายที่ดีต่อกระดูกคือการสร้างความแข็งแรงด้วยเวทเทรนนิ่ง อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักที่ผิดวิธีมีผลเสียต่อกระดูกของคุณ . สิ่งที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นด้วยจำนวนน้ำหนักน้อยๆและค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้น คุณอาจปรึกษาเทรนเนอร์เพื่อขอคำแนะนำเพื่อไม่ก่อให้เกิดความเครียดกับกล้ามเนื้อมากเกินไป

หากปราศจากกระดูกคุณอาจเป็นได้เพียงกองอวัยวะและผิวหนังที่ร่วงหล่นบนพื้น การใส่ใจดูแลกระดูกของคุณช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและไร้ซึ่งความเจ็บปวด คุณควรเข้ารับการตรวจเช็คกระดูกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ด้วยวิธีการนี้แพทย์จะสามารถตรวจพบสัญญาณความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆและยังช่วยให้คุณมีสุขภาพดี

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เลย

Review Date: มิถุนายน 6, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 6, 2019

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน