5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อาการปวดศีรษะอาจสร้างความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรงและไม่เป็นที่พึงปรารถนา อาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุด คือ โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว (muscle contraction tension headache) อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่รู้จักอาการนี้เลย นอกจากแค่ความเจ็บปวดเท่านั้น บทความนี้จะแสดงให้เห็น 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวคืออะไร?

โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว (muscle contraction tension headache) เป็นอาการปวดศีรษะอย่างหนึ่งที่คุณอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปกติ นี่ไม่ใช่อาการของโรคร้ายแรง แต่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้หลายๆ ครั้งในช่วงชีวิต และอาจสร้างความเจ็บปวดทรมาน

คุณอาจรู้สึกปวดที่ศีรษะทั้งสองด้าน ความเจ็บปวดนี้อาจถูกอธิบายว่าเหมือนมีผ้ามารัดรอบศีรษะของคุณจนแน่น คุณอาจรู้สึกเหมือนมีแรงบีบและร้อนผ่าวในเบ้าตาด้วย โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวอาจเกิดขึ้นนาน 30 นาทีจนถึงหลายวัน

อาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวแบบฉับพลันตามปกติไม่ต้องเข้ารับการรักษาก็ได้ ส่วนโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวแบบเรื้อรังซึ่งต้องการวิธีรักษาที่ยากกว่า อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและซึมเศร้าได้

อาการของโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

ต่อไปนี้เป็นอาการที่พบบ่อยของโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวที่คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

  • รู้สึกปวดศีรษะ
  • รู้สึกตึงและมีแรงบีบบริเวณศีรษะ
  • ตึงที่คอ
  • มีอาการกดเจ็บที่กล้ามเนื้อไหล่
  • รู้สึกมีแรงบีบและร้อนในดวงตา

คุณอาจไม่มีอาการเหล่านี้ แต่ก็ควรแจ้งให้ทราบถึงอาการรุนแรงอื่นๆ ด้วย

ต้องพบหมอเมื่อใด

ตามปกติ โรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว จะมีอาการดีขึ้นเอง อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ การเข้ารับรักษาจากแพทย์อาจจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ควรนัดหมายแพทย์เมื่อใด

ถ้าอาการปวดศีรษะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ และทำให้คุณทำงานต่างๆ ประจำวันได้ยากขึ้นแล้ว ก็ควรไปพบคุณหมอ และถ้าคุณรู้สึกเหมือนกับว่าลักษณะอาการปวดศีรษะของคุณเริ่มเปลี่ยนแปลง คุณก็ควรพบหมอเช่นกัน เพราะอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น เนื้องอก หรือโรคหลอดเลือดในสมอง

ควรรับการรักษาจากแพทย์เมื่อใด

แม้ว่าส่วนมากอาการปวดศีรษะจะไม่ร้ายแรง แต่อาการบางอย่างดังต่อไปนี้อาจเป็นสัญญาณแสดงปัญหาที่ร้ายแรงอื่นๆ ได้แก่

  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เป็นไข้
  • คอติดแข็ง
  • อ่อนแรง
  • อาการชา
  • อาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้น
  • พูดลำบาก

รักษาโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว ได้อย่างไรบ้าง

อาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ยา โดยเป้าหมายของการรักษาคือการบรรเทาความเจ็บปวดและป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการอีก อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรใช้ยาเหล่านี้บ่อยเกินไปเพราะอาจมีผลข้างเคียงได้ หรือถ้าคุณตั้งครรภ์หรือมีปัญหาทางสุขภาพบางอย่าง ก็ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ยา

  • ยาที่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยา ยาประเภทนี้สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมีคำแนะนำจากแพทย์ แต่คุณควรปฏิบัติตามวิธีใช้ตามฉลากยา ยาบรรเทาปวดที่สามารถซื้อได้ทั่วไป ได้แก่ ไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรืออะเซตามิโนเฟน (acetaminophen)
  • ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ เช่น naproxen, indomethacin และ ketorolac

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว

หนึ่งใน 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว คือวิธีการที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวคุณเองจากความเจ็บปวดและทรมานจากโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัวคือการป้องกัน คุณจะสามารถป้องกันอาการนี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณเอง

ควบคุมความเครียด

ความเครียดเป็นสาเหตุหลักของโรคปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว คุณสามารถควบคุมความเครียดของตัวเองได้ด้วยการจัดระบบชีวิตและทำตามแผนที่วางไว้ อย่าลืมใช้เวลากับการผ่อนคลายด้วย บางครั้งคำแนะนำจากนักจิตวิทยาก็อาจเป็นประโยชน์กับคุณ

ปรับเปลี่ยนท่า

ท่าทางร่างกายที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงเครียด เมื่อคุณนั่ง ให้ศีรษะตั้งตรงอยู่ระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง และอย่าก้มศีรษะไปข้างหน้า

ออกกำลังกายและดูแลร่างกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อที่พยุงศีรษะของคุณแข็งแรงขึ้น และทำให้สมองมีสุขภาพดี การออกกำลังกายสามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายและลดความเครียดลงได้ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและเลิกสูบบุหรี่ก็ช่วยได้เช่นกัน

อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่เป็นอาการปวดศีรษะจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว ที่อาจเกิดกับคุณได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเครียด ยาสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ส่วนหนึ่ง แต่คุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ขึ้นอีก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน